ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ธ.ค. 2559 11:00
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/815881


เครื่องบินลำนี้ยังได้รับนามพระราชทานว่า “วิเชียรบุรี”

แน่นอนว่า “ครั้งแรก” ของการร่วมทริปกับทัวร์เอื้องหลวงครั้งนี้ ค่อนข้างตื่นเต้นหนักมาก เพราะแค่เอ่ยว่า “ภูเก็ต” ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องทะเลสวย ของกินอร่อยอยู่แล้ว มีหรือจะไม่ตื่นเต้นกับการล่องใต้ครั้งนี้ แต่ที่รู้สึกพิเศษมากกว่านั้น ก็คงหนีไม่พ้นความพิเศษของเครื่องบิน A350 นี่แหละ…
แอร์โฮสเตสและกัปตันต่างต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี ทันทีที่ทีมข่าวฯย่างเท้าเข้าสู่ภายในเครื่องบิน Airbus A-350 XWB (Extra Wide Body) เก้าอี้ผู้โดยสารถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ 3-3-3 สะอาดหูสะอาดตา ลำตัวเครื่องกว้างขวาง จนทำให้รู้สึกถึงความโปร่งโล่งสบายมากเป็นพิเศษ


ผู้โดยสารที่ร่วมทริปมากับเราในครั้งนี้ ต่างตื่นเต้นกันไม่น้อย สัมผัสได้จากรอยยิ้มและการถ่ายรูปก่อนเครื่องออก โดยที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือ ทุกที่นั่งมีจอส่วนตัวแบบ touch screen รุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมระบบ entertainment แบบจัดเต็ม ทั้งดูหนัง ฟังเพลง หรือชมสารคดี มีให้เลือกสรรอย่างครบครัน จนผู้โดยสารมีความสุขและสนุกไปตลอดการเดินทางแน่นอน
ส่วนถามว่า ขนาดของที่นั่ง (Seat pitch) กว้างและสะดวกสบายแค่ไหนนั้น ถือว่ากว้างสบายแบบขาไม่ติด ก็เป็นอันว่าใช้ได้แล้วล่ะ แต่แน่นอนว่า คงไม่ได้กว้างขนาดที่จะเอาไปเทียบกับ economy ขนาดนั้น

ขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับลูกเล่นของจอส่วนตัวแบบ touch screen รุ่นใหม่ เพียงชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงสนามบินภูเก็ตท่ามกลางสายฝนโปรยปรายทั่วท้องฟ้า อากาศที่เย็นชื้นให้ความสบายในช่วงค่ำของวันนี้…ท้องร้องพอดิบพอดี โปรแกรมแรกของทริปนี้ก็คือ แวะรับประทานบุฟเฟต์หรูหรา ที่โรงแรม Renaissance Phuket Resort & Spa ที่เต็มไปด้วยอาหารทั้งของคาวของหวาน มีให้เลือกสรรหลากหลาย


หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยมาถึง 23.00 น. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็มาถึงที่พักโรงแรม The Nai Harn Phuket รีสอร์ตสุดหรูตั้งอยู่บนหาดในหาน ทางตอนใต้ของเกาะภูเก็ต
เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามา ต้องบอกว่าหรูหราสมราคาจริงๆ เพราะนอกจากภายในห้องจะมีการแบ่งโซนแยกและจัดตกแต่งอย่างเป็นสัดส่วน สวยหรูแล้ว ที่เป็นไฮไลต์ที่สุดของห้องพักที่นี่คือ เมื่อแหวกม่านเปิดประตูกระจกห้องปุ๊บ จะเจอกับวิวหาดในหาน และมองไปเห็นวิวแหลมพรหมเทพอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งเลยทีเดียว



ส่วนไฮไลต์อีกหนึ่งโปรแกรมที่การบินไทยจัดให้ และแน่นอนว่าทุกคนในทริปต่างตื่นเต้นและเฝ้ารอแบบสุดๆ เห็นได้จากการเตรียมตัวและแต่งตัวของแต่ละท่าน เรียกว่า “จัดหนักจัดเต็มแบบกินกันไม่ลง” เพื่อให้พร้อมกับการ “ล่องเรือหรู” ของบริษัท Discover Catamaran ออกไปท่องทะเลอันดามันอ่าวพังงา
แต่ทั้งนี้ สำหรับใครที่อยากรู้ว่า สามารถล่องเรือไปเกาะอื่นๆ ได้ไหม ก็ได้สอบถามมาให้แล้วน้า… ก็มีให้เลือก อาทิ เกาะไม้ท่อน เกาะราชา


เมื่อถึงเวลาเรือค่อยๆ แล่นออกไปท่องทะเลอันดามัน วนตามเกาะแก่งในอ่าวพังงา ระหว่างทางก็ถ่ายรูป ฟังเพลง นอนเล่น ชิลวนไปค่ะ บรรยากาศดีมากๆ ได้คุยกับเจ้าของเรือบอกว่าฝรั่งหลายเจ้าก็จะมาเหมาเรือออกไป 3-4 วัน กินนอนดูดาวบนเรือน่าสนุกจริงๆ ไว้ต้องหาโอกาสมา overnight กันนะคะทุกคน
ล่องเรือ 3 ชั่วโมง และไปแวะทานข้าวกันที่เกาะนาคา ที่ Como beach club เกาะนี้วิวสวยมาก ส่วนอาหารกลางวันเป็นซีฟู้ดแบบฟิวชั่น มีให้เลือกทุกอย่าง และที่ทำให้เหล่าบรรดาลูกทริปทั้งหลายประทับใจแบบสุดๆ คือความสดของอาหารทะเลที่นี่ ซึ่งสดมากกกกกก เรียกได้ว่า หากมาทะเลอันดามันแล้ว ไม่ได้กินอาหารทะเลสดๆ แบบนี้ เหมือนมาไม่ถึงนะคะคุณณณณ
หลังจากเสร็จภารกิจ พักผ่อนเต็มที่แล้ว ก็ล่องเรือกลับสู่ที่พัก เตรียมตัวแต่งหน้าจัดเต็มเพื่อร่วมงาน Gala dinner คืนนี้…



เช้าวันอาทิตย์ที่แสนสดใส เริ่มต้นวันพักผ่อนด้วยการนอนตื่นสายๆ ลงมาเดินเล่น ว่ายน้ำสระในโรงแรม ที่มองเห็นวิวทะเลหาดในหาน ชิลๆ ประมาณครึ่งชั่วโมง
หลังจากนั้นก็รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม พร้อมเช็กเอาต์ออกจากโรงแรม The Nai Harn Phuket เพื่อไปไหว้พระขอพร พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี หรือ พระใหญ่ ประดิษฐานอยู่ที่เขานาคเกิด แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของภูเก็ตที่อยู่ไม่ไกลที่พักมากนัก
โดยลักษณะเด่นของพระใหญ่ ได้แก่ พระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่เห็นได้รอบเกาะภูเก็ต โดยมีนัยสำคัญในการก่อสร้างเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความสันติ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและความหวัง การก่อสร้างพระพุทธรูปมิ่งมงคลเอกนาคคีรี สำเร็จได้ด้วยการร่วมมือร่วมใจบริจาคของประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย หากคุณมีโอกาสมาเยือนภูเก็ต ควรหาโอกาสไปกราบไหว้ เคารพสักการะที่วัดพระใหญ่บนเขานาคเกิด และชมทัศนียภาพที่สวยงามของเกาะภูเก็ตในมุมสูง
พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี (พระใหญ่) เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะแบบร่วมสมัย ขนาดหน้าตักกว้าง 25.45 เมตร ความสูง 45 เมตร โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับผิวด้วยหินอ่อนหยกขาว “สุริยกันต” (สุริยกันตะ) จากพม่า น้ำหนักเฉพาะหินอ่อน หยกขาวประมาณ 135 ตัน หรือประมาณ 2,500 ตารางเมตร สร้างอยู่บนภูเขาสูง นอกจากจะได้มาไหว้พระแล้วก็จะได้ชมวิวภูเก็ตจากมุมสูงไปด้วย

หลังจากไหว้พระจนอิ่มบุญอิ่มใจแล้ว เราไปทานข้าวกันที่ร้านดังใจกลางเมืองภูเก็ต “ตู้กับข้าว” ร้านนี้ถือว่าเป็นคู่แข่งกับร้านระย้า ถ้าใครเคยทานร้านระย้า ว่าสไตล์ใกล้เคียงกัน อร่อยขั้นเทพเหมือนกันเลยล่ะ
อิ่มท้องแล้วก็ได้เวลากลับสู่กรุงเทพมหานครไปทำงานที่เรารักกันแล้วจ้า…สำหรับการมาทัวร์เอื้องหลวงในครั้งนี้ รู้สึกประทับใจและรู้สึกได้ถึงความคุ้มค่ามาก เทียบได้จาก ราคา 15,350 บาทต่อท่าน แต่ได้ทั้งนั่งเครื่องบินการบินไทยลำใหม่ ที่พักสุดพิเศษระดับ 5 ดาว แถมได้ล่องเรือสุดหรูอีกด้วย
นี่ก็ใกล้ช่วงหยุดยาวกับเทศกาลปีใหม่เข้ามาทุกทีแล้ว ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะไปไหน…ทัวร์นี้ตอบโจทย์หลายๆ คนนะ โดยเฉพาะคนที่มีไลฟ์สไตล์ชิลๆ ชอบเที่ยวทะเล เหมาะกับคู่รักหรือไปกันแบบยกแก๊ง ก็ลองเข้าไปติดตามข่าวสารทัวร์เอื้องหลวงได้ที่ https://goo.gl/05tD1o

