ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 ธ.ค. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/816477

คำถามตามมา แล้วตลาดรถยนต์มือสอง หรือยูสด์คาร์ สถานการณ์แตกต่างไปจากรถป้ายแดงหรือไม่ อย่างไร
แมนฤทธิ์ อินตา ผู้จัดการทั่วไป วิสารออโตคาร์ ถ.กาญจนาภิเษก ศูนย์จำหน่ายรถยนต์มือสองขนาดกลาง ฉายให้เห็นภาพว่า แม้ในช่วง 4–5 ปี ก่อนหน้านี้ ตลาดรถยนต์มือสองโดยรวม ยังสามารถขายได้ แต่ก็ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ไม่ถึงกับหวือหวา เพราะเป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา
แมนฤทธิ์ แบ่งตลาดรถยนต์มือสอง ออกเป็น 3 ระดับ ระดับแรก คือ เต็นท์หรือศูนย์จำหน่ายรถยนต์มือสองขนาดใหญ่ มีรถขายเกินกว่า 100 คันขึ้นไป ถัดมาคือ เต็นท์รถมือสองระดับกลาง มีรถขายประมาณ 30-40 คัน และ ระดับเล็ก มีรถขายในเต็นท์ประมาณ 15-20 คัน
“ถามว่าตลาดรถมือสองปีนี้ ในภาพรวมเป็นอย่างไร คงตอบได้ว่าทรงๆหรือดีขึ้นกว่าปีที่แล้วสัก 10% ในแง่ของการให้สินเชื่อ โดยสถาบันการเงินที่รับจัดไฟแนนซ์เริ่มแข่งขันกันเรื่องอัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไขต่างๆมากขึ้น ช่วยให้ลูกค้าจัดไฟแนนซ์ผ่านได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม”
แมนฤทธิ์บอกว่า ขณะเดียวกัน ปี 2559 ตลาดรถยนต์มือสองยังมีปริมาณรถยนต์เข้ามาเพิ่มในตลาดมากขึ้น และมีลูกค้าที่หันมาสนใจซื้อรถมือสองเพิ่มขึ้นด้วย
เขาว่า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอัตราดอกเบี้ย เทียบกันระหว่างการออกรถมือสองกับรถป้ายแดง
แมนฤทธิ์ยกตัวอย่าง สมมติว่ารถป้ายแดงราคาคันละ 8 แสนบาท มีอัตราดอกเบี้ยผ่อนชำระ 1-2% ต่อการปล่อยรถป้ายแดง 1 คันของไฟแนนซ์ แต่ถ้าเอางบก้อนเดียวกันนี้ไปจัดไฟแนนซ์ให้แก่รถมือสอง ดอกเบี้ยเริ่มต้นของรถมือสองอยู่ที่ 2.99% นอกจากนี้ราคารถมือสอง ยังถูกกว่ารถใหม่มาก ทำให้สามารถจัดไฟแนนซ์ได้ 2-3 คัน ยิ่งผ่อนนานปี ก็ยิ่งได้ดอกเบี้ยมากขึ้น สถาบันการเงินจึงเริ่มหันมาสนใจตลาดรถมือสอง
แมนฤทธิ์บอกว่า โดยทั่วไปราคาที่จับต้องได้ของลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มือสอง เพดานราคามักไม่เกินไปกว่าคันละ 400,000 บาท เพราะโดยมากกลุ่มลูกค้าที่สนใจซื้อรถยนต์ใช้แล้ว ถ้าไม่อยู่ในวัยเพิ่งเริ่มต้นทำงาน ก็มักจะเป็นกรณีที่พ่อแม่หรือผู้ปกครอง ซื้อรถให้ลูกหลานขับไปเรียน ที่มหาวิทยาลัย ถ้ารถมีราคาแพงกว่านี้ ลูกค้ามักจะหันไปซื้อรถใหม่ป้ายแดงแทน
“เราต้องเข้าใจก่อนว่า คนที่ซื้อรถมือสอง มักจะเป็นลูกค้าเงินผ่อน เรื่องของไฟแนนซ์จึงมีบทบาทอย่างยิ่ง อีกอย่างผู้บริโภคต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย จึงชะลอซื้อรถใหม่ หันมาเล่นรถมือสอง ขณะที่ไฟแนนซ์เอง ก็พร้อมจะให้การสนับสนุนอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ตลาดรถมือสองเริ่มกระเตื้อง”
แต่จากสถานการณ์ดังกล่าว แมนฤทธิ์มองว่า เฉพาะผู้ประกอบการรถยนต์มือสองรายใหญ่ ที่มีรถอยู่ในมือมากกว่า 100 คันขึ้นไปเท่านั้น น่าจะได้รับอานิสงส์ไปเต็มๆ จากเหตุปัจจัยข้างต้น เพราะบรรดาไฟแนนซ์หรือสถาบันการเงิน มักให้ความสำคัญกับผู้ค้ารถมือสองรายใหญ่ มากกว่าผู้ค้าฯขนาดกลางและขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถมือสอง อัตราดอกเบี้ยที่จูงใจ หรือแคมเปญต่างๆที่อัดให้อย่างไม่อั้น
ส่วนผู้ค้ารถมือสองระดับกลางและระดับเล็ก แมนฤทธิ์บอกว่า จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เช่น ประเมินตลาดให้แม่นยำมากขึ้นว่า ลูกค้าน่าจะมีความต้องการใช้รถมือสองกลุ่มใด นอกจากนี้ยังต้องพยายามหาทางระบายสินค้าออกให้เร็ว เช่น ภายใน 1-2 เดือน หากยังไม่สามารถขายได้ ก็ต้องหันไปใช้วิธีอื่น เช่น ขายตัด ขายส่ง หรือขายลดราคา ให้แก่ผู้ค้ารายอื่นในต่างจังหวัด เป็นต้น
สมศักดิ์ สาระคำ ผู้จัดการทั่วไป อินเตอร์ ยูซท์คาร์ เต็นท์รถมือสองขนาดเล็ก ภายในศูนย์รวมรถยนต์พี เซ็นเตอร์ ย่านกาญจนาภิเษก นอกจากเห็นด้วยกับแมนฤทธิ์ เขายังมีข้อคิดเห็นเสริม
“โดยทั่วไปรถมือสองที่สภาพดี และปีใหม่ๆ ถ้าราคาขายห่างกับรถใหม่เยอะ ลูกค้าจะให้ความสนใจ ถือเป็นตัวเลือกที่จะไปเบียดกับรถใหม่ป้ายแดง แต่ก็มีปัญหาตรงที่ กรณีนี้ต้องเป็นเต็นท์รถมือสองรายใหญ่ ที่มีรถเป็นร้อยคันขึ้นไป ซึ่งมียอดขายมากๆเท่านั้น จึงจะได้ประโยชน์ เพราะไฟแนนซ์จะเข้าไปสู้เต็มตัว หรืออัดแคมเปญให้เต็มที่”
สมศักดิ์บอกว่า ส่วนเต็นท์รถมือสองขนาดเล็กอย่างเขา จะมีความเสียเปรียบ ทั้งในเรื่องอัตราดอกเบี้ย และยอดจัดไฟแนนซ์
“ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า คนที่เล่นรถมือสอง ถ้าเป็นรถขนาดเล็ก ขนาดประหยัด หรืออีโค คาร์ ซึ่งมีราคาคันละไม่เกิน 300,000- 400,000 บาท ถ้าไม่อยู่ในวัยเพิ่งเริ่มต้นทำงาน ก็มักจะเป็นกรณีที่พ่อแม่หรือผู้ปกครอง ซื้อรถให้ลูกหลานไว้ใช้ แต่ถ้าเป็นรถมือสองที่แพงกว่านี้ ส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดกลาง ที่อยากได้รถ ซึ่งมีสมรรถนะสูง ในราคาที่ต่ำกว่าซื้อใหม่ป้ายแดง เช่น เบนซ์ หรือบีเอ็มฯ มือสอง เป็นต้น”
“ลูกค้าที่ออกรถมือสอง กับเต็นท์รถรายใหญ่ หรือเกรดเอ มักจะได้ยอดจัดไฟแนนซ์เต็มวงเงิน เช่น ขอไป 4 แสนบาท ก็กู้ได้เต็มทั้ง 4 แสนบาท เท่ากับว่าลูกค้าไม่ต้องควักเงินส่วนต่างของตัวเองออกเลยสักบาท เทียบกับเต็นท์รถมือสองขนาดเล็กและขนาดกลาง นอกจากมักไม่ได้สินเชื่อเต็มวงเงิน ต้องมีการควักเงินของตัวเองออกเป็นส่วนต่างบ้างประมาณ 3-4 หมื่นบาท ยังเสียเปรียบในเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่าง”
สมศักดิ์ยกตัวอย่าง โดยมากเต็นท์ขายรถยนต์มือสองขนาดเล็ก ที่มีรถขายไม่เกิน 20 คัน อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำอาจปาเข้าไปถึง 3.65% หรือถ้าเป็นเต็นท์รถขนาดกลาง ลูกค้าอาจเสียดอกเบี้ยประมาณ 2.99% แต่ถ้าเป็นเต็นท์รถรายใหญ่ เขาเสียดอกเบี้ยพิเศษเพียงแค่ 2.50%
“จะเห็นว่า อานิสงส์ไปตกอยู่กับเต็นท์รถมือสองรายใหญ่เป็นหลัก สถานการณ์ของเต็นท์รถมือสอง จึงไม่ได้ดี หรือพลอยฟ้าพลอยฝน ดีตามเหมือนกันไปหมดทั้งระบบ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นเต็นท์รถประเภทไหน”
สมศักดิ์ทิ้งท้ายว่า ถ้าให้เขาช่วยประเมินสภาพตลาดรถยนต์มือสองโดยรวมของปีนี้ ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดสภาพเศรษฐกิจ หรือกำลังซื้อของประชาชนได้ในระดับหนึ่ง เขามองว่า
“ตลาดรถมือสองปีนี้โดยภาพรวมยังอยู่ในสภาพทรงตัวเท่านั้น แต่ถ้าปีหน้า 2560 ทุกอย่างเดินไปตามโรดแม็ป เช่น จะมีการเลือกตั้งทั่วไป ผมเชื่อว่า ผู้คนจะเริ่มมั่นใจ และกล้าใช้จ่ายเงินกันมากกว่าปีนี้ และแน่นอนย่อมส่งผลให้ทั้งตลาดรถป้ายแดงและรถมือสอง ลืมตาอ้าปากได้มากกว่านี้”.