“รองโฆษกดีเอสไอ”โต้ศิษย์ธรรมกาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252113


การเมือง คมชัดลึก, โต้ศิษย์ธรรมกาย, รองโฆษกดีเอสไอ โต้ศิษย์ธรรมกาย, รอง, โฆษก, ดีเอสไอ, โต้, ศิษย์, ธรรมกาย

การเมือง  : 12 ธ.ค. 2559

“รองโฆษกดีเอสไอ”โต้ศิษย์ธรรมกาย

“รองโฆษกดีเอสไอ”โต้ศิษย์ธรรมกาย แจงยิบครบ. 9 ประเด็น ยันไม่เคยดำเนินคดีข้อหาเรี่ยไร. เห็นตรงกลุ่มศิษย์ไม่ต่งอการความรุนแรงโดยเฉพาะในห้วงเวลาพิเศษของบ้านเมือง ขอ

 

12 ธ.ค. 59 – เมื่อเวลา 10.00น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ.เดินทางมาประชุมซักซ้อมแผนปฏิบัติการจับกุมพระธัมมชโยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดยมีการประชุมมากกว่า 3 ชุด แบ่งเป็นชุดบัญชาการแผนปฏิบัติการ ชุดสื่อสารชุดปฏิบัติการภายใน และภายนอกวัดพระธรรมกาย

ต่อมาเวลา 13.30 น. พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ แถลงข่าวชี้แจงตอบโต้กลุ่มศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย รวม 9 ประเด็นว่าประเด็นแรกการกล่าวหาว่าพนักงานสอบสวนในคดียักยอกฉ้อโกงสหกรณ์คลองจั่น จำกัด ว่าไม่ให้ความเป็นธรรมเอาผิดกับกลุ่มศิษย์ที่ร่วมบริจาคเงินชดใช้คืนให้กับสหกรณ์ฯ ในข้อหาเรี่ยไรเงิน ซึ่งดีเอสไอยืนยันว่าไม่เคยดำเนินคดีข้อหาเรี่ยไรเงินมีเพียงการดำเนินคดีข้อหาฟอกเงินกันผู้เกี่ยวข้องซึ่งคดีฟอกเงินเป็นคดีอาญาแผ่นดินไม่สามารถยอมความได้ และมีการดำเนินคดีกับบุคคลจำนวนมากที่ผ่านมาผู้เกี่ยวข้องได้เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา มีเพียงกลุ่มพระที่ยังไม่ยอมเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อชี้แจงข้อกล่าวหา

ประเด็นที่ 2 การกล่าวหาตำรวจที่ดำเนินคดีบุกรุกป่า โดยกล่าวหาว่านำความเห็นของนายวิฑรูย์ ชลายนนาวิน ซึ่งถูกไล่ออกจากราชการมาเป็นพยานหลักฐานดำเนินคดีกับพระธัมมชโยโดยประเด็นนี้ดีเอสไอได้ประสานงานกับสำนักตำรวจแห่งชาติ(สตช.) พบว่านายวิฑรูย์ ถูกไล่ออกจริง แต่กระบวนอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม อีกทั้งนายวิฑรูย์ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศของศาลเลขที่ใบอนุญาต 6/2555 ลงวันที่ 18 มิ.ย. 55 ผ่านการคัดเลือกโดยประธานศาลฎีกา และผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารงานยุติธรรมขณะนี้อยู่ระหว่างการขอต่อใบอนุญาตอย่างไรก็ตามการอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศของนายวิฑรูย์เป็นเพียงพยานหลักฐานส่วนหนึ่งเท่านั้นการดำเนินคดีต้องฟังความเห็นรอบด้าน

ประเด็นที่ 3 กรณีที่ดีเอสไอขอให้กสทช.ระงับสัญญาณช่องดีเอ็มซีชั่วคราว โดยไม่มีการไต่สวนดีเอสไอดำเนินการ ด้านการข่าวสืบสวนสอบสวนพบว่าการออกอากาศส่งผลต่อความสงบเรียบร้อยกระทบความมั่นคง จึงต้องดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ หากการออกอากาศไม่มีผลกระทบต่อความสงบจะให้ดำเนินการตามปกติ ทั้งนี้วัดธรรมกายสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งของกสทช.ได้ ประเด็นที่ 4 กรณีกลุ่มศิษย์กล่าวหาว่าตำรวจ และดีเอสไอกลั่นแกล้งจนทำให้เกิดความคับแค้นใจแก่กลุ่มศิษย์นั้น ดีเอสไอยืนยันว่าปฏิบัติงานตามหน้าที่ไม่มีเจตนาดำเนินการให้เกิดความไม่ชอบธรรมหากเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการตามกฎหมายก็จะมีความผิดเสียเอง

ประเด็นที่ 5 กรณีกลุ่มศิษย์ระบุว่าจะมีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่กว่า 3,000 นาย เฮลิคอปเตอร์รถฉีดน้ำเข้าปฏิบัติการในวัดพระธรรมกายจนทำให้เกิดความขัดแย้ง และการต่อต้านจากชาวพุทธทั่วโลกขอยืนยันว่าการสนธิกำลังพลจำนวนมากไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อตรวจค้นจับกุม โดยในปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมจะใช้กำลังพลไม่มาก แต่กำลังพลส่วนใหญ่จัดเตรียมไว้เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนที่เข้ามาสวดมนต์ไม่ให้กระทบกระทั่งรวมทั้งป้องกันภัยแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นการเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่จะไม่พกอาวุธแต่มีเป้าหมายเพื่อเชิญผู้ต้องหาตามหมายจับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ประเด็นที่ 6 การใช้กำลังพลจำนวนมากเข้าปฏิบัติการเพื่อปกป้องประชาชนหากพระธัมมชโยไม่ต้องการให้สิ้นเปลืองงบประมาณ และกำลังที่จะเข้าตรวจค้นจับกุมก็ควรเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วยการมอบตัวซึ่งดีเอสไอก็อยากนิมนต์ให้ท่านเข้ามอบตัวเพื่อเลี่ยงให้เกิดความรุนแรงในทุกรูปแบบส่วนกรณีที่มีการเทียบเคียงไปถึงความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ปัญหาดังกล่าวถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนไม่สามารถนำมาเทียบเคียงกันได้

ประเด็นที่ 7 กลุ่มศิษย์อ้างว่าบ้านเมืองอยู่ในช่วงเวลาพิเศษไม่ควรมีการดำเนินการใดๆในช่วงนี้ดีเอสไอชี้แจงว่าทุกคนต่างมีความรู้สึกเดียวกันและเห็นตรงกันกับวัดธรรมกายที่ต้องการให้สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยพระธัมมชโย จึงควรเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว เพื่อไม่รบกวนห้วงเวลาพิเศษของบ้านเมือง และเพื่อดำเนินการไปตามกฎหมายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ประเด็นที่ 8 กลุ่มศิษย์อ้างว่าชาวพุทธโลกจับตาการปฏิบัติการที่อาจมีความรุนแรงกับพระดีเอสไอเน้นการเชิญตัวพระเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และเพื่อให้เกิดความโปร่งใสขอเชิญสื่อเข้าเป็นสักขีพยานร่วมสังเกตการณ์ปฏิบัติการค้นและจับกุมภายในวัดพระธรรมกาย ดีเอสไอตะหนักในสิ่งที่องค์กรพุทธกังวล จึงพยายามจัดทำแผนอย่างรัดกุมป้องกันภัยแทรกซ้อนอย่างไรก็ตามการดำเนินการขององค์กรพุทธต้องระวังไม่ให้แทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยด้วย

ประเด็นที่ 9 ข้อกังวลที่อยากให้เจ้าหน้าที่ปรับท่าทีในการแสดงออกเกี่ยวกับการเข้าจับกุมที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างเป็นกลางดำเนินการจากเบาไปหนักออกหมายเชิญหมายเรียกเมื่อพระไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจึงต้องออกหมายจับเพื่อเชิญตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

รองโฆษกดีเอสไอ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ดีเอสไอกำลังตรวจสอบกรณีที่อาจมีการให้ข้อมูลในลักษณะปลุกปั่นมวลชนก่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่องตามกฎหมายอาญามาตรา116โดยเป็นการตรวจสอบพฤติกรรมแบบไม่เจาะจงตัวบุคคลหากพบว่าใครมีพฤติกรรมเข้าข่ายกระทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีสำหรับปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมขณะนี้มีความพร้อมทั้งหมดแล้วรอเพียงเวลาเหมาะสมเท่านั้น

 

Leave a comment