ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/246141
‘กลาง-ใต้’รอรับมือ
อีสานฮวบ4-6องศา
เหนือผจญภัยหนาว
เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน นายฉัตรชัยพรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบนของประเทศไทย และเข้าปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออกในระยะต่อไป ประกอบกับคลื่นกระแสลมตะวันออกเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกและภาคกลาง ทำให้ประเทศไทยมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่งในระยะแรก หลังจากนั้น อากาศจะเย็นลง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง4 -6 องศาเซลเซียส และ บางจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง และภาคใต้มีฝนตกหนักระหว่างวันที่ 23-24 พ.ย.นี้
ทางปภ.จึงได้ประสาน20จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี เลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี และบึงกาฬ รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศหนาวเย็นโดยสำรวจและจัดทำบัญชีความต้องการเครื่องนุ่งห่มกันหนาว เพื่อวางแผนแจกจ่ายได้สอดคล้องกับสภาพความเดือดร้อน รวมถึงเตรียมการป้องกันภัยในช่วงฤดูหนาว อาทิ ไฟป่า หมอกควัน เพลิงไหม้ อุบัติเหตุทางถนนในช่วงหมอกปกคกลุมเส้นทาง
นอกจากนี้ บางจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง และภาคใต้จะเกิดฝนตกหนักในระหว่างวันที่ 23- 24พ.ย. แยกเป็น ภาคกลาง 10 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม และกรุงเทพมหานคร ภาคใต้ 3 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศแปรปรวน จัดเตรียมสรรพกำลัง เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย แจ้งเตือนชาวประมงเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ ประชาชนที่อาศัยบริเวณที่ราบต่ำริมน้ำไหลผ่านบริเวณชายฝั่งทะเล และพื้นที่เสี่ยงภัย รวมถึงขอให้ดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง สำหรับเกษตรกร ควรผูกยึดและจัดทำที่กำบังป้องกันผลผลิตการเกษตรเสียหาย
วันเดียวกันจ.เชียงใหม่ บรรยากาศการท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ยังคึกคักต่อเนื่อง และมีจำนวนนักท่องเที่ยวหนาแน่นขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากอากาศที่ดอยอินทนนท์หนาวเย็นจัด เกิดน้ำค้างแข็ง หรือ เหมยขาบ เป็นเกล็ดเล็กสวยงามติดต่อกันเป็นวันที่สามแล้ว เป็นที่สมหวัง ประทับใจของนักท่องเที่ยว โดยน้ำค้างแข็งเช้าเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงหลักกิโลเมตรที่43เลยกิ่วแม่ปานขึ้นไปประมาณ1 กิโลเมตรที่ตลอดแนวสองข้างถนน ช่วงที่เป็นจุดอับลมทำให้เกิดน้ำค้างแข็งเกาะตามยอดหญ้าและใบไม้เป็นหย่อมๆ ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงหลักกิโลเมตรที่47 ยอดดอยอินทนนท์ ซึ่งที่ยอดดอยอินทนนท์ วัดอุณหภูมิได้ 4 องศาเซลเซียส ที่จุดชมวิว กิ่วแม่ปาน วัดได้ 3 องศาเซลเซียส
จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นทำให้ประชาชนทั้งเด็กเล็ก และคนชราเริ่มได้รับผลกระทบ ทางหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเชียงใหม่ สำรวจพบว่าชาวบ้านขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาวอีกกว่า300,000ชิ้น แต่เตรียมแจกจ่ายได้ เบื้องต้นเพียง 20,000 ชิ้น
จ.พะเยา ช่วงเช้ามีหมอกหนาจัดปกคลุมแทบทุกพื้นที่ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง อุณหภูมิพื้นราบอยู่ระหว่าง17-18 องศาเซลเซียส โดยเด็กๆไปโรงเรียนต้องสวมเสื้อผ้ากันหนาวเพื่อสู้กับอากาศหนาวเย็น ทำให้การเดินทางสัญจรทุกเส้นทางประชาชนผู้ใช้รถต้องเปิดไฟส่องเส้นทาง และเดินทางกันอย่างระมัดระวัง
ที่ จ.นครพนม ภัยหนาวเริ่มสร้างผลกระทบให้กับ เด็ก คนชรา โดยเฉพาะชาวบ้าน ที่มีบ้านเรือนอยู่ในพื้นที่ริมฝั่งโขง 4 อำเภอ คือ อ.ธาตุพนม อ.ท่าอุเทน อ.บ้านแพง และ อ.เมือง ชาวบ้านต้องนั่งผิงไฟแก้หนาวช่วงกลางคืนเนื่องจากขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาว เบื้องต้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เร่งสำรวจให้ความช่วยเหลือ
ขณะที่บรรยากาศการท่องเที่ยว จ.หนองคาย แม้ไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์กลับคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะจุดชมทะเลหมอก อ.สังคมและภูห้วยอีสัน มีนักท่องเที่ยวมาชมทะเลหมอกเหนือลำน้ำโขงและชมพระอาทิตย์ที่ขึ้นเหนือทะเลหมอก นักท่องเที่ยว ยังเดินไปยังสกายวอล์ค จุดชมวิวกระจกใสแห่งแรกของประเทศไทยที่วัดผาตากเสื้อ เพื่อชมทะเลหมอกยามเช้าอีกด้วย
