ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/252723
การเมือง >ข่าวการเมือง : 17 ธ.ค. 2559
“พิชัย” ฟันธงปรับครม.แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้แน่
“พิชัย” ฟันธง ปรับครม.ล่าสุด ขาดทั้งความรู้ ประสบการณ์ ยิ่งหนักกว่าเดิม อัด “สมคิด” หน.ทีมเศรษฐกิจ แนวคิดสับสน แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้แน่
17 ธ.ค. 59 – นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี ว่า ประชาชนคาดหวังว่ารัฐบาลจะมีการปรับเปลี่ยนและจะมีการนำผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาเป็นรัฐมนตรีเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้โดยเฉพาะปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่ปรากฏว่าเมื่อเห็นการปรับครม.แล้วต้องผิดหวัง เพราะแทบไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลเลย ส่วนใหญ่เป็นการสลับตำแหน่งกันภายในครม.เท่านั้น แถมมีการโยกย้ายรัฐมนตรีคนเดิมไปยังตำแหน่งใหม่ที่อาจจะไม่มีความรู้ความชำนาญ ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาลยิ่งด้อยลงไปอีก ขนาดตำแหน่งเดิมที่เคยมีความรู้และมีประสบการณ์อยู่บ้างยังทำให้ประชาชนพอใจไม่ได้ ตอนนี้ถูกปรับให้ไปทำตำแหน่งใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์และไม่มีความชำนาญก็คงน่าจะยิ่งแย่กว่าเดิม คนใหม่ที่นำเข้ามาก็ไม่ได้มีประวัติการทำงานในอดีตเป็นที่น่าประทับใจแต่อย่างใด โดยเฉพาะการปรับครม.ด้านเศรษฐกิจ ยิ่งดูยิ่งเหมือนจะหมดหวัง และเชื่อว่าจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตามที่ประชาชนคาดหวังได้ อีกทั้งหากหัวหน้าทีมเศรษฐกิจยังมีแนวคิดที่สับสนก็จะยิ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ เช่น กรณีที่บอกว่ารัฐบาลไม่จำเป็นต้องปั๊มจีดีพี แต่พอถึงเวลาจีดีพีวูบก็จะเร่งปั๊มจีดีพีกันแบบสะเปะสะปะ อาทิ การแจกเงิน ช็อปช่วยชาติ หักภาษีจนธนาคารโลกต้องออกมาเตือน ล่าสุดจะเพิ่มการขาดทุนงบประมาณเพื่อจะอัดฉีดปั๊มจีดีพีให้โตได้ถึงปีละ 5 % ซึ่งเป็นไปแทบไม่ได้
นายพิชัย กล่าวอีกว่า การเติบโตแบบรัฐอัดฉีดเงินจะไม่ยั่งยืนถ้าไม่สามารถฟื้นฟูการลงทุนภาคเอกชนและไม่สามารถเพิ่มการส่งออกได้ แถมหัวหน้าทีมเศรษฐกิจยังมองว่าการส่งออกที่มีสัดส่วนสูงในอดีตเป็นปัญหาแทนที่จะมองว่าเป็นความสำเร็จ ซึ่งหลังจากปรับครม.แล้วเชื่อได้ว่ารัฐบาลจะยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ และยังคงไม่สามารถเจรจาข้อตกลงทางการค้ากับประเทศต่างๆ ได้ ซึ่งจะทำให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ประชาชนคงจะต้องทนลำบากกับภาวะเศรษฐกิจแบบนี้และอาจจะแย่กว่านี้ต่อไปจนกว่าประเทศไทยจะกลับสู่ระบอบการปกครองที่เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก.
