ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/252547
การเมือง : 15 ธ.ค. 2559
เปิดสาระสำคัญร่าง พ.ร.ป.กกต.
เปิดสาระสำคัญร่าง พ.ร.ป.กกต. ปรับหน้าที่ กกต. ทำงานเชิงรุก ให้ กก.สรรหาองค์กรอิสระ ตรวจคุณสมบัติ กกต.ปัจจุบัน ให้มี “ผู้ตรวจการเลือกตั้ง” แทน กกต.จังหวัด
15 ธ.ค. 59 – คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขานุการฯ กรธ. และ นายประพันธ์ นัยโกวิท กรธ. ร่วมแถลงถึงเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฉบับเบื้องต้น โดยสาระสำคัญคือการปรับปรุงการทำงานของกกต. เป็นไปในเชิงรุกและให้มีคณะผู้ตรวจการเลือกตั้ง เข้ามาทำงานแทน กกต.ประจำจังหวัด
นายประพันธ์ แถลงสาระสำคัญ ว่า เนื้อหาของร่างพ.ร.ป.กกต. ที่กรธ.จัดทำฉบับเบื้องต้น เพื่อแก้ปัญหาการทำงานของกกต. ที่ผ่านมา ที่ถูกสังคมวิจารณ์ว่าทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถตรวจสอบหรือจับทุจริตเลือกตั้งได้ และมองว่า กกต. เป็นเสือกระดาษ เหตุผลสำคัญเพราะ กกต. ไม่มีฐานะเป็นพนักงานปกครองหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับกุมได้ ดังนั้นการทำงานที่ผ่านมาเมื่อพบการทำทุจริต จึงต้องแจ้งไปยังตำรวจเพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมาย ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหา จึงปรับบทบาทของกกต. ให้สิทธิ กกต.ที่ลงพื้นที่และตรวจสอบพบการกระทำที่ไม่สุจริต สามารถสั่งให้ผู้อำนวยการ กกต.ประจำจังหวัดสืบสวน และไต่สวนการกระทำที่มีเหตุสงสัยว่าทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต หรือไม่ชอบด้วยกฏหมายได้ โดยไม่ต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุม กกต.
นอกจากนั้นยังให้สิทธิ กกต. ขอความร่วมมือไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.), คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) รวมถึงหน่วยงานด้านการข่าวในพื้นที่ส่งข้อมูลทางด้านการเงินของบุคคลที่มีเหตุสงสัยว่าจะใช้เงินเพื่อทุจริตเลือกตั้ง มีการซื้อเสียง หรือข้อมูลเรื่องหัวคะแนนเพื่อให้การตรวจสอบของกกต. ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายประพันธ์ กล่าวด้วยว่าสำหรับการซื้อสิทธิ ขายเสียงนั้น สำหรับบุคคลที่ซื้อเสียงจะมีความผิดและโทษรุนแรง ถึงขั้นจำคุก ขณะที่ประชาชนที่ขายเสียงนั้น หากให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในทางคดีจะไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนั้นในการให้ความรู้กับประชาชนต่อการเลือกตั้งกำหนดให้กกต. มีหน้าที่ออกไปเผยแพร่ลักษณะเดียวกันกับครู ก, ครู ข. และ ครู ค.
ขณะเดียวกันในเนื้อหากำหนดให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งแทน กกต.จังหวัด ซึ่งบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่จะได้รับความคุ้มครองการทำหน้าที่ เช่น กกต.จะจัดประกันอุบัติเหตุหรือจัดสวัสดิการอื่นๆ ให้
ด้านนายปกรณ์ กล่าวว่าร่าง พ.ร.ป. กกต. มีจำนวนมาตรา 72 มาตรา แบ่งเป็น 4 หมวด และ 1 บทเฉพาะกาล มีรายละเอียดที่สำคัญ คือ ได้กำหนดให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้ง ทำหน้าที่แทน กกต.ประจำจังหวัด ซึ่งมาจากการแต่งตั้งโดย กกต. ตามที่มีประชาชนสมัครแต่ละจังหวัด ซึ่งผู้ตรวจการเลือกตั้งจะปฏิบัติหน้าที่เฉพาะคราวที่มีการเลือกตั้ง ครั้งละ 5-7 คน ซึ่งผู้ตรวจการเลือกตั้งจะเป็นผู้ที่ช่วยงานกกต. ด้านการหาข้อมูลเรื่องการเลือกตั้งหรือทุจริตเลือกตั้งในพื้นที่เพื่อส่งต่อมายัง กกต. ทั้งนี้การปฏิบัติหน้าที่จะมีการกำหนดเป็นคู่มือและรายละเอียดต่อลักษณะการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต หรือเที่ยงธรรมให้ปฏิบัติงาน
นายปกรณ์ กล่าวด้วยว่า ขณะที่ประเด็นของกกต. ชุดปัจจุบันจะปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อไปหรือไม่นั้น ตามร่างพ.ร.ป.กกต. ส่วนของบทเฉพาะกาลกำหนดให้ประธานกกต. และกกต. ดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระหากมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม
“สำหรับการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามนั้น กำหนดให้คณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ ซึ่งประกอบด้ย ประธานศาลฎีกา, ประธานศาลปกครองสูงสุด, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ, ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งจากองค์กรอิสระต่างๆ เป็นต้นเป็นผู้พิจารณา โดยกำหนดเวลาให้พิจารณาให้เสร็จภายใน 15 วันหลังจากที่ ร่าง พ.ร.ป.กกต.ประกาศใช้ และกำหนดให้คำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาเป็นที่สุด”
นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการสรรหา กกต. ใหม่จำนวน 2 คน กำหนดให้ทำให้เสร็จภายใน 30วัน โดยการพิจารณาดังกล่าวจะนำมาใช้กับตำแหน่งเลขา กกต. ด้วยเช่นกัน ดังนั้นการพิจารณา กกต.ชุดปัจจุบันจะอยูในวาระต่อไปหรือไม่ จึงไม่ใช่ประเด็นของการเลือกที่รักมักที่ชังแต่อย่างใด
