ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ธ.ค. 2559 16:50
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/819085

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.59 นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ รองประธานหอการค้า จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ภาคเอกชนได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ในการสานต่อนโยบายของรัฐบาลตามกรอบแนวทางการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งรัฐบาลได้จัดทำแผนงบประมาณเพิ่มเติมกลางปี ประจำปีงบประมาณ 2560 โดยแบ่งการบริหารจัดการเป็นไปในรูปแบบของกลุ่มจังหวัด ซึ่งขอนแก่น จัดอยู่ในกลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์ ซึ่งประกอบด้วย ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ซึ่งขณะนี้ มีการหารือและพูดคุยร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง จนได้ข้อสรุป และมีการนำเสนอแผนการดำเนินงาน เพื่อให้ทันต่อกรอบระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนด คือ ตั้งแต่เดือน พ.ย.2560 และให้สามารถดำเนินโครงการแล้วเสร็จให้ได้ภายในเดือน ธ.ค. ปีหน้า ตามกรอบระยะเวลา
“ขอนแก่น ได้รับการอนุมัติงบประมาณอยู่ที่ 1,500 ล้านบาท ซึ่งมีการเสนอรูปแบบการดำเนินงานแล้วในหลายประเด็น ซึ่งภาคเอกชน ได้นำเสนอแผนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงและครอบคลุมในภาพรวม ที่สำคัญ คือ การตอบโจทย์การเป็นเมืองแห่งการประชุมสัมมนาและแสดงนิทรรศการหรือ ไมค์ซิตี้ ในรูปแบบของการพัฒนาเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพและให้ได้มาตรฐานและเป็นที่พึงพอใจของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เดินทางมาที่ขอนแก่นในรูปแบบเชื่อมโยงวงแหวนตะวันออก-ตะวันตก”
ขณะที่ โครงการที่นำเสนอเพิ่มเติมในแผนงานดังกล่าว คือ การพัฒนาภาคการเกษตรทั้งในเรื่องของปศุสัตว์ โค-กระบือ ตามกำลังการผลิตให้ครบวงจรและสามารถจัดทำเป็นผลิตภัณฑ์ของจังหวัดได้ ขณะเดียวกัน ยังคงมีการบรรจุแผนงานปรับปรุงเรื่องข้าว เพื่อให้ผลิตผลของจังหวัดนั้น สามารถแข่งขันกับตลาดการค้าและกลุ่มจังหวัดได้อย่างเท่าเทียม มีประสิทธิภาพ เกษตรกรได้รับการพัฒนาอย่างถูกจุดและตามหลักวิชาการ
นายเข็มชาติ กล่าวต่ออีกว่า ในงบประมาณดังกล่าว ยังคงมีการเสนอแผนงานเพิ่มเติม คือเรื่องของการจัดทำโครงการผักปลอดสารพิษ ที่เป็นการบริหารจัดการทั้งระบบ ตั้งแต่ปลูกจนถึงกระบวนการขั้นตอนของการขาย ที่มากกว่าไปกว่านั้นงบประมาณดังกล่าว ยังคงมีการจัดสร้างส่วนแยกวัตถุดิบ การจัดทำแพ็กเกจ และส่วนผสมให้ผลิตภัณฑ์ขอนแก่นนั้น เป็นแหล่งผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุงอย่างที่เราเห็นขายในห้างสรรพสินค้า ซึ่งวัตถุดิบส่วนใหญ่ผลิตจากขอนแก่นและต้องส่งไปบรรจุภัณฑ์และจัดทำใหม่และส่งกลับมาจำหน่ายที่ขอนแก่น
ดังนั้น งบประมาณดังกล่าวนี้ จะจัดสร้างโรงเรือนและเพิ่มเติมอุปกรณ์ในกระบวนการผลิตทั้งระบบให้แล้วเสร็จ และสามารถส่งจำหน่ายได้โดยทันที ซึ่งจะเป็นการสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับคนขอนแก่นได้อย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนยังคงสนับสนุนนโยบายแนวทางการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยใช้กลไกกลุ่มจังหวัดเป็นตัวขับเคลื่อนโดยใช้แนวทางประชารัฐ ภายใต้กรอบระยะเวลาที่กำหนด แต่สิ่งที่ต้องแก้ไขร่วมกันคือ เอกชนคิด ภาครัฐทำ ยังคงมีหลายประเด็นที่ติดขัด ซึ่งเชื่อว่า จะสามารถแก้ไขในรายละเอียดและดำเนินโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ