ผู้ว่า ธปท. ชี้ 4 ปัจจัยบวก หนุน GDP ปี 60 โตแตะ 3.2%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ธ.ค. 2559 16:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/819822


ผู้ว่า ธปท. มอง ศก.ไทย มีโอกาสขยายตัวได้มากกว่า 3.2% หาก ศก.สหรัฐฯ ดีขึ้น รัฐเร่งลงทุน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์-ท่องเที่ยวฟื้น ลุ้น GDP ปี 60 อาจโตได้เต็มศักยภาพที่ระดับ 4-5% …
เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงเศรษฐกิจไทยปี 60 ยังมีโอกาสที่จะขยายตัวได้มากกว่าที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.2% โดยมองว่า 4 ปัจจัยบวกสำคัญที่จะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยในปีหน้าเติบโตได้มากขึ้น ประกอบด้วย 1. หากเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ฟื้นตัวได้ดีขึ้นจากนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ ก็จะส่งผลดีมาถึงการค้าการลงทุนที่ทำให้ไทยได้รับอานิสงส์ในส่วนนี้ด้วย

2. โครงการลงทุนของภาครัฐ ซึ่งหากในปีหน้าสามารถนำไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผล และทำได้เร็วกว่าคาดก็จะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจไทยโตกว่าที่คาดไว้

3. ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งในปีนี้ราคาตกต่ำและได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งนั้น คาดว่าปีหน้าสถานการณ์ดังกล่าวจะคลี่คลาย และช่วยให้ราคาปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ช่วยให้เศรษฐกิจโตได้มากขึ้นเช่นกัน และ 4. การท่องเที่ยว จากในปีนี้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยชั่วคราว ที่ทำให้การท่องเที่ยวชะลอตัวลง แต่ปีหน้าหากภาคการท่องเที่ยวฟื้นกลับได้เร็วก็จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยโตได้มากกว่าที่คาด

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยในปี 60 ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระมัดระวัง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นปัจจัยจากต่างประเทศ เช่น นโยบายด้านการค้าต่างประเทศของสหรัฐฯ ซึ่งหากใช้นโยบายกีดกันทางการค้ามากขึ้น และประเทศอุตสาหกรรมหลักหันมาใช้นโยบายในลักษณะดังกล่าวมากขึ้นตาม ก็จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ ที่ในปีหน้าจะมีการเลือกตั้งของหลายประเทศที่สำคัญในยุโรป และสุดท้ายกระบวนการที่อังกฤษถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (Brexit) ซึ่งจะเริ่มมีผลในปีหน้า

ส่วนกรณีรัฐบาลมุ่งหวังจะเห็นเศรษฐกิจไทยในระยะอีก 1-2 ปีข้างหน้าเติบโตได้เต็มศักยภาพที่ระดับ 4-5% นั้น มีโอกาสที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากปัจจุบันมีบางภาคส่วนที่ยังเติบโตได้ไม่เต็มที่ เช่น การลงทุนภาคเอกชน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา พบว่าชะลอตัวลงกว่าอดีต หากมีการลงทุนมากขึ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น S Curve จะช่วยตอบโจทย์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวได้ นอกจากนี้ ภาคเกษตรของไทย ยังมีโอกาสจะยกระดับศักยภาพได้ ซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ และหากมีการปฏิรูปและยกระดับอย่างจริงจัง จะช่วยทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยสามารถโตได้เต็มศักยภาพมากกว่าที่เป็นอยู่.

 

Leave a comment