ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ธ.ค. 2559 16:22
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/818086

ทั้งนี้ กนง. ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในภาพรวมยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ในอัตราใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ในการประชุมครั้งก่อน แต่มีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้น ขณะที่ อัตราเงินเฟ้อ ยังคงมีแนวโน้มทยอยปรับสูงขึ้นอย่างช้าๆ สำหรับภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายและเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม แม้ภาคการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบมากกว่า คาดจากการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมาย และการลงทุนภาคเอกชนโดยรวมยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ แต่ถูกชดเชยโดยการส่งออกสินค้าที่มีสัญญาณดีขึ้นจากการย้ายฐานการผลิตสินค้าบางรายการมาที่ประเทศไทย รวมทั้งการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับดีขึ้นตามรายได้เกษตรกรและมาตรการกระตุ้นระยะสั้นของภาครัฐ ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญอย่างต่อเนื่อง
“กนง. เห็นว่า เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในทิศทางของการฟื้นตัว โดยความเสี่ยงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจโน้มไปด้านต่ำมากขึ้นจากเศรษฐกิจคู่ค้าที่อาจชะลอลงมากกว่าคาด รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ที่จะมีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นและการค้าระหว่างประเทศ และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่อาจน้อยกว่าประมาณการ และความเสี่ยงจากพัฒนาการทางการเมืองในยุโรป และปัญหาภาคการเงินในยุโรปและจีน ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด”
ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไป มีแนวโน้มทยอยปรับสูงขึ้น และคาดว่าจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในไตรมาสแรกของปี 2560 แต่ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันและราคาอาหารสดเป็นสำคัญ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังทรงตัวในระดับต่ำใกล้เคียงกับที่ได้ประเมินไว้ สำหรับอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางของสาธารณชน ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับค่ากลางของกรอบเป้าหมาย ส่วนภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับที่ผ่อนคลาย เอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยสภาพคล่องในระบบการเงินยังอยู่ในระดับสูง และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังอยู่ในระดับต่ำ แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับสูงขึ้นมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของปีก่อน ในช่วงที่ผ่านมา เงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โน้มอ่อนค่า แต่ในอัตราที่น้อยกว่าคู่ค้าคู่แข่งสำคัญโดยรวม ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเท่าที่ควร
นอกจากนี้ กนง. เห็นว่า ระบบการเงินโดยรวมมีเสถียรภาพ สามารถรับมือกับความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจการเงินทั้งในและต่างประเทศได้ค่อนข้างดี แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในบางจุด อาทิ คุณภาพสินเชื่อของธุรกิจบางกลุ่มที่ด้อยลง และพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น ในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน จึงเห็นว่า ในระยะข้างหน้าเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง และความไม่แน่นอนของทิศทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลักที่จะส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายและอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมากขึ้น จึงเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อเนื่อง และพร้อมใช้เครื่องมือเชิงนโยบายที่มีอยู่อย่างเหมาะสม เพื่อให้ภาวะการเงินโดยรวมเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพการเงินของประเทศ