คุมเบ็ดเสร็จคลื่นวิทยุ ฉุดปฏิรูปสื่อมวลชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 ธันวาคม 2559 เวลา 09:26 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/471518

คุมเบ็ดเสร็จคลื่นวิทยุ ฉุดปฏิรูปสื่อมวลชน

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ปมร้อนล่าสุดกับการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

หนึ่งในฉบับที่ถูกจับตามากที่สุด คือ เรื่องมาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะในส่วนของวิทยุ

ตามที่แผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ปี 2555 กำหนดให้คลื่นความถี่วิทยุ ของหน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานรัฐต้องส่งคืน กสทช. ภายในเดือน เม.ย. 2560 เพื่อพิจารณาจัดสรรใหม่

ล่าสุด คสช.ออกคำสั่งอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ขอขยายระยะเวลาแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ปี 2555 ทำให้การส่งคืนคลื่นวิทยุเพื่อให้ กสทช.นำไปจัดสรรใหม่มีอันต้องเลื่อนออกไปอีก 5 ปี

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเรื่องความมั่นคง เหตุผลเรื่องธุรกิจ หรือผลประโยชน์มหาศาลที่เกี่ยวข้อง

แต่การออกคำสั่งเช่นนี้ย่อมส่งผลต่อการปฏิรูปและบริหารคลื่นวิทยุที่มีอยู่กระจัดกระจายหลายร้อยคลื่นให้กลับมาเข้าสู่ระบบที่ควรเป็น เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ

จากที่ก่อนหน้านี้คลื่นวิทยุส่วนใหญ่ล้วนแต่อยู่ในมือกองทัพ ซึ่งจะเป็นคนบริหารจัดการดูแลทั้งกระจายคลื่นหน่วยงานอื่นๆ รวมถึงการเปิดให้มีการเช่าคลื่นเพื่อไปดำเนินการจัดรายการ ตลอดจนการเรียกคืนคลื่น

หนึ่งในแผนปฏิบัติการที่ทาง กสทช.วางไว้ คือการดึงคลื่นที่อยู่ในมือกองทัพให้เข้ามาอยู่ในระบบของ กสทช. เพื่อให้การเกิดจัดสรรอย่างเป็นระบบ ไม่ทับซ้อน และเกิดประโยชน์สูงสุด

ทว่า การยืดเวลาการส่งคืนคลื่นวิทยุออกไปอีก 5 ปีนั้น ดูจะไม่มีเหตุผลความจำเป็นใดๆ

เมื่อแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่นี้วางแผนกันมานานตั้งแต่ปี 2555 ทุกอย่างเป็นที่รับรู้รับทราบกันชัดเจน ทั้งในแง่แผนปฏิบัติการตลอดจนขั้นตอนการดำเนินการติดตามทวงคืนคลื่นที่กระจัดกระจายเปิดให้หน่วยงานหรือเอกชนเข้ามาเช่าดำเนินการจัดรายการกลับคืนมาส่วนกลาง

ระยะเวลาเกือบจะ 5 ปี ถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควรสำหรับการเตรียมการที่จะไม่กระทบท้ังในแง่สัญญา หรือการวางแผนทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

ต่างจากคำสั่ง คสช.อีกฉบับ ในส่วนของโทรทัศน์ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีการประมูลแข่งขันการทำโทรทัศน์ดิจิทัลสูงมาก ประกอบกับในสภาวะเศรษฐกิจที่มีช่องโทรทัศน์ออกอากาศเป็นจำนวนมาก ในขณะที่ผู้สนับสนุนที่จะมาซื้อโฆษณามีอยู่เท่าเดิมแถมยังมีแนวโน้มจะลดลงเรื่อยๆ ตามสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่

แนวโน้มดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการเดือดร้อนดังจะเห็นจากที่ผ่านมามีหลายช่องที่ประสบปัญหาจนต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน หลายรายยังรอดูท่าทีว่าจะยื้อต่อไปได้อีกนานขนาดไหน

การอาศัยอำนาจมาตรา 44 ออกคำสั่ง คสช.เพื่อมาช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินการต่อไปได้คือ ในส่วนของใบอนุญาตในการประมูลราคาขั้นต่ำจากเดิมกำหนด 4 งวด งวดละ 1 ปี ซึ่งชำระแล้ว 3 งวด เหลืออีก 1 งวด ทาง คสช.จึงขยายเวลาให้ยื่นการชำระแบ่งเป็น 2 งวด โดยเสียดอกเบี้ยร้อยละ 1.5/ปี

ขณะที่ราคาส่วนเกินซึ่งกำหนดให้จ่าย 6 งวด จ่ายไป 3 งวด เหลือค้างอีก 3 งวด นั้น คสช.จึงขยายระยะเวลาในการชำระออกไปแบ่งเป็น 6 งวด ในระยะเวลา 6 ปี ดอกเบี้ย 1.5/ปี เช่นกัน

ทางรัฐบาลให้เหตุผลว่า มองผลกระทบเรื่องถ้าผู้ประกอบการล้มหายตายจากไป จะเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งรัฐบาลมองภาพกว้างของประเทศเป็นหลัก ไม่ได้ช่วยเหลือเฉพาะผู้ประกอบการ

ตรงนี้อาจฟังดูมีเหตุมีผลอยู่บ้างตรงที่หากไม่ผ่อนปรนระเบียบ ยอมเปิดให้จ่ายค่างวดได้ล่าช้า อาจกระทบต่อกิจการของผู้ประกอบการหลายราย ที่จะส่งผลกระทบทั้งภาพรวมของทีวีดิจิทัล ที่จะพันมากระทบถึงภาพรวมเศรษฐกิจทั้งระบบ อันจะยิ่งทำให้ความพยายามแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ผ่านมาต้องสูญเปล่าไปด้วย

ดังนั้น การชะลอการเรียกคืนคลื่นวิทยุ ย่อมทำให้กองทัพยังคุมคลื่นวิทยุแบบเบ็ดเสร็จ ในยุคที่ คสช. พยายามหยิบยกเรื่องความมั่นคงมาเป็นเหตุผล

แต่ผลที่ตามมาย่อมกระทบกับการปฏิรูปสื่อมวลชนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เพราะแผนแม่บทที่วางไว้กลับถูกเลื่อนออกไปถึง 5 ปี โดยไม่มีคำอธิบายที่พอจะรับฟังได้

ยังไม่รวมกับความพยายามผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ที่ล่าสุด องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน 6 องค์กร ออกแถลงการณ์คัดค้าน เพราะมีเนื้อหาสนับสนุนให้ภาครัฐและฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงการกำกับดูแลกันเองของสื่อมวลชน

 

Leave a comment