‘บิ๊กตู่’เร่งมือใช้มาตรา 44 สร้างผลงานก่อนสิ้นอำนาจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 ธันวาคม 2559 เวลา 09:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/470374

'บิ๊กตู่'เร่งมือใช้มาตรา 44 สร้างผลงานก่อนสิ้นอำนาจ

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ในช่วงระยะเวลาห่างกันประมาณ 10 วัน ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ถึงสองครั้ง

ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ได้มี คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 70/2559 เรื่อง การยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ 45/2557 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ การยกเลิกคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) โดยให้เหตุผลเพื่อลดความซ้ำซ้อน

ครั้งที่สองเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. โดยได้มี คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 71/2559 เรื่อง การยกเลิกกฎหมายว่าด้วยสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยสภาพัฒนาการเมือง และกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งมีผลให้ทั้งสามหน่วยงานถูกยุบไปโดยปริยาย

“ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ซ้ำซ้อนกัน และผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถทำงานตลอดจนบริหาร จัดการด้านบุคลากร งบประมาณ ทรัพย์สิน อาคาร สถานที่ อำนาจหน้าที่ และด้านอื่นๆ ได้อย่างประหยัด และสอดคล้องกัน เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปและการบริหารราชการแผ่นดิน จึงเห็นเป็นการสมควร ให้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรดังกล่าวเป็นอันยกเลิกไปจนกว่าจะมีกฎหมายอื่นใดบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น” สาระสำคัญของคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 71 /2559

การยุบองค์การตามคำสั่ง 71/2559 ถือว่าเป็นความพยายามของ คสช.ในการแก้ไขปัญหาที่ซุกอยู่ใต้พรมมาเป็นเวลานาน เพราะลักษณะการทำงานของ 3 องค์กร อยู่ในแบบที่ไร้ผู้นำและแผนการทำงานมาเป็นเวลานาน

โดยเฉพาะ คปก.หลังจากผู้บริหารชุดแรกหมดวาระการดำรงตำแหน่ง ปรากฏว่ามีกลุ่มคนของแม่น้ำ 5 สายส่งใบสมัครเข้าไป แต่ถูกกระแสต่อต้านจนต้องถอนตัวออกมาก่อนที่ คสช.จะสั่งยุติการสรรหาในที่สุด

ส่วนอีก 2 องค์กรที่เหลือ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นองค์กรที่ คสช.รอเวลาสะสางมานานแล้ว แต่ยังไม่กล้าลงมือเท่าไหร่ เนื่องจากก่อนหน้านี้อยู่ในช่วงระหว่างการยกร่างรัฐธรรมนูญ หากทำอะไรลงไปอาจเกิดกระแสต่อต้านที่ส่งผลต่อร่างรัฐธรรมนูญได้ จึงรอให้กระบวนการเกี่ยวกับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จสมบูรณ์จึงค่อยลงมาผ่าตัดใหญ่ทีเดียว

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าคำสั่งของหัวหน้า คสช.สองครั้งล่าสุดจะหนักไปในการยุบองค์กร ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า คสช.กำลังมีความคิดความอ่านบางประการ

หากจะหาเหตุผลสักข้อเพื่อรองรับการยุบองค์กรดังกล่าว คงหนีไม่พ้นเรื่องการยุบเพื่อหลอมมาเป็นสำนักงานสร้างยุทธศาสตร์แห่งชาติ ซึ่งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้ส่งร่างกฎหมายไปให้รัฐบาลแล้ว รอเพียงให้ร่างรัฐธรรมนูญประกาศใช้ จากนั้นรัฐบาลจะดำเนินการส่งกฎหมายมาให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ความเห็นชอบต่อไปทันที

แผนยุทธศาสตร์ชาติของ คสช.นั้น คสช.ตั้งความหวังว่าจะเป็นผลงานชิ้นโบแดงให้กับตัวเองก่อนจะอำลาตำแหน่งในปลายปี 2560 หลังจากมีการเลือกตั้ง จึงจำเป็นที่ต้องใช้กลไกพิเศษเพื่อเร่งการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์

อย่างไรก็ตาม นับจากนี้ไปมีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่ คสช.ต้องออกแรงใช้อำนาจมาตรา 44 มากขึ้น เพราะตัวเองกำลังอยู่ในช่วงปลายของการใช้อำนาจเข้าไปทุกที โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้เมื่อไหร่ อำนาจของ คสช.ก็จะมีน้อยลงตามไปด้วย

แม้ มาตรา 265 จะรองรับว่าให้ คสช.ยังมีอำนาจโดยสมบูรณ์ ซึ่งรวมไปถึงการใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 จนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ แต่อำนาจดังกล่าวก็ถูกใช้อย่างจำกัดตราบเท่าที่ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

“ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อน วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ยังคงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่

ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยังคงมีหน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557…และให้ถือว่าบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคณะรักษาความสงบแห่งชาติยังคงมีผลใช้บังคับได้ต่อไป” สาระสำคัญของมาตรา 265

ดังนั้น ด้วยเหตุผลทั้งเรื่องการจัดวางโครงสร้างยุทธศาสตร์ชาติ การสร้างผลงาน และการเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายที่ คสช.จะมีอำนาจอย่างสมบูรณ์ จะส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จำเป็นต้องใช้อำนาจที่ตัวเองมีอยู่อย่างเต็มที่

ถ้าปล่อยเวลาให้ผ่านไปและไม่เร่งมือใช้มาตรา 44 เพื่อปั๊มคำสั่งออกมาถึงเวลาหนึ่งอาจทำให้ คสช.ต้องตกหล่มและไม่สามารถลงหลังเสือได้อย่างสง่างามตามที่ตั้งใจไว้

 

Leave a comment