ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
23 ธันวาคม 2559 เวลา 10:15 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/471747

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
กลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษเมื่อที่ประชุมนัดแรกของ ครม.ประยุทธ์ 4 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้คิดปรับวางแนวทางการทำหน้าที่ ครม.ชุดใหม่ในช่วงเวลาที่เหลือกับการเดินหน้าไปตามโรดแมปที่วางไว้ เน้นไปที่การปรับบทบาทหน้าที่และอำนาจของ “รองนายกฯ” ใหม่
จากเดิมที่มอบหมายให้รองนายกฯ ทุกคนดูแลงานด้านต่างๆ ตามบทบาทหน้าที่คือ ลงไปกำกับการดำเนินงานของแต่ละกระทรวง บางกรณีรองนายกฯ บางรายอาจลงไปทำหน้าที่เจ้ากระทรวงในบางกรณีที่ไม่มีรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่
อีกด้านรองนายกฯ และยังเป็นประธานในคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้นด้วย ขณะที่งานในระดับที่ได้รับมอบหมายเป็นพิเศษ ทั้งยุทธศาสตร์ต่างๆ เช่น ปัญหาการทำประมง ไอยูยู ปัญหาการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือไอเคโอ ฯลฯ รวมถึงกำกับกลุ่มงานคลัสเตอร์และแบ่งพื้นที่กำกับดูแลรายจังหวัด
“ท่านนายกฯ บอกว่าการดำเนินงานที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน รองนายกฯ ทั้งหมดดูจะรับภาระมากเกินไป จึงอยากให้มาช่วยงานสำคัญในภาพกว้าง ภาพรวม และระดมความคิดร่วมกับท่านนายกฯ มากกว่ามาลงรายละเอียดเหมือนที่ผ่านมา”
นับจากนี้ ในปีงบประมาณ 2560 รองนายกฯ ทั้งหมดไม่ต้องลงไปคลุกคลีมากเกินไป แต่จะใช้ผู้ช่วยคือเจ้ากระทรวงมาทำหน้าที่หารือ บูรณาการ ติดตาม และระดมความคิดลงไปในรายละเอียด
พูดง่ายๆ คือ รองนายกฯ จะเหลือหน้าที่เพียงแค่กำกับดูแล โดยปล่อยให้รัฐมนตรีประจำกระทรวงรับหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการดำเนินการตามนโยบายเป็นหลัก
พร้อมดึงเอาหน่วยงานต่างๆ ทั้งสำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) คณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าไปช่วยสนับสนุนการดำเนินงาน
การขยับครั้งนี้ทำให้ต้องจับตาไปยังตำแหน่ง 2 รองนายกฯ ได้แก่ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ดูแลรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ดูงานมั่นคง
ในมุมเศรษฐกิจก่อนหน้านี้ สมคิดก็ทำหน้าที่คุมภาพรวมในการวางนโยบายเศรษฐกิจทั้งหมดอยู่แล้ว พร้อมกระจายงานไปยัง รมต. แต่ละกระทรวงที่เป็นมือไม้ที่คุ้นเคยกันมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว
เหตุการณ์ทั้งหลายทั้งปวงทำให้ต้องโฟกัสไปยังบิ๊กป้อม พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นผู้มีอำนาจตัวจริงเสียงจริงใน คสช. แถมบางครั้งยังมองกันว่ามีบทบาทมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ เสียด้วยซ้ำ
ไม่แปลกที่การปรับหน้าที่รองนายกฯ รอบนี้ ถูกมองว่าเป็นการกระชับอำนาจครั้งสำคัญของ พล.อ.ประยุทธ์ ดึงความรับผิดชอบที่กระจัดกระจายไปก่อนหน้านี้กลับมาอยู่ในมือตัวเอง
สอดรับกับกระแสข่าวก่อนหน้านี้ช่วงปรับ ครม.ที่โผยังไม่นิ่ง มีกระแสข่าวสะพัดมาตลอดว่า พล.อ.ประวิตร จะถูกปรับออกจากตำแหน่งรองนายกฯ บางกระแสก็มีข่าวว่า พล.อ.ประวิตร จะลาออกเองบ้าง
แรงแซะที่มาเขย่าขาเก้าอี้หลายระลอก ทำให้ พล.อ.ประวิตร ถึงกลับต้องออกมาชี้แจงแบบมีอารมณ์
“ข่าวมั่ว เขียนได้อย่างไรว่า นายกฯ ปรับ ครม. และ พล.อ.ประวิตร ปิ๋ว สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการตัดขาผมและจะทำให้รัฐบาลอ่อนแอ อยากให้ผมออก เล่นกันแบบนี้ได้อย่างไร ความจริงแล้ว ไม่มีอะไรเลย ผมยังทำงานได้แม้อายุมากแล้ว”
หากจำได้ ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร ซึ่งได้รับมอบหมายให้คุมงานด้านความมั่นคง ตลอดจนเป็นคนชี้ขาดการจัดวางกำลัง ทั้งในกองทัพและฝั่งตำรวจ จนมีข่าวที่ถูกเข้าหาเพื่อพยายามวิ่งเต้นอยู่เป็นระยะ
จนระยะหลังเริ่มเห็นการเข้ามามีบทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการแต่งตั้งมากขึ้น โดยเฉพาะกับการแต่งตั้ง ผบ.ทบ.ล่าสุด ที่สุดท้ายสามารถชี้ขาดดันบิ๊กเจี๊ยบ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.แทนบิ๊กแกละพล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร ที่ทาง พล.อ.ประวิตร วางตัวมาตั้งแต่แรกได้สำเร็จ
ยังไม่รวมกับประเด็น “รอยร้าว” เรื่องราวระหองระแหงระหว่างพี่น้องบูรพาพยัคฆ์คู่นี้ที่ออกอาการน้อยใจมีข่าวจะลาออกอยู่หลายรอบ แต่สุดท้ายก็กลับมาเคลียร์กันลงตัว
ประเด็นลุกลามถึงขั้น พล.อ.ประวิตร ถูกค่อนขอดรุนแรงว่ากำลังวัดรอยเท้าป๋าเปรม จนเจ้าตัวต้องรีบออกมาปฏิเสธก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้
ครั้งหนึ่งชื่อชั้นของ พล.อ.ประวิตร ดูจะมาแรงถึงขึ้นถูกวางตัวเป็นนายกฯ สำรอง หรือเคยถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ คนนอก
จนต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มออกมาเปิดตัวแสดงบทบาทแสดงภาวะผู้นำมากขึ้น หลังจากที่ผลสำรวจความนิยมค่อยๆ ลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการงัดมาตรการเร่งทำคะแนนซื้อใจประชาชน
เมื่อสุดท้ายไม่อาจปฏิเสธได้ว่า “ภาวะผู้นำ” และ “คะแนนนิยม” ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยประคับประคองสถานการณ์ให้ทุกอย่างเดินหน้าไปตามโรดแมปอย่างไม่มีสะดุด