ร่างกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ กุญแจล็อกรัฐบาลใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 ธันวาคม 2559 เวลา 11:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/468670

ร่างกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ กุญแจล็อกรัฐบาลใหม่

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ สำหรับคำพูดของ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่ออกมาขู่รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งว่า หากไม่ดำเนินนโยบายตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่รัฐธรรมนูญใหม่กำหนดไว้ ถือว่าทำผิดรัฐธรรมนูญ แม้จะไม่ได้กำหนดบทลงโทษไว้ชัดเจน แต่หากไม่ปฏิบัติตามย่อมมีโทษจากการกระทำอันขัดรัฐธรรมนูญแน่นอน

ร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. … ยกร่างโดย กรธ.หลังจากร่างรัฐธรรมนูญถูกประกาศใช้แล้ว กฎหมายว่าด้วยวิธีจัดทำยุทธศาสตร์และกฎหมายว่าด้วยวิธีจัดทำการปฏิรูป จะออกมาภายในระยะเวลา 120 วัน และหลังจากนั้นจะนำไปสู่การมียุทธศาสตร์และวิธีการปฏิรูปภายในระยะเวลา 1 ปี

เบื้องต้นสาระสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติ ทางสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้ทำการศึกษาและจัดทำร่างกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติไว้ในเบื้องต้นแล้ว ขณะที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้โจทย์ไว้คร่าวๆ ว่า โฉมหน้าประเทศไทยอีก 20 ปีข้างหน้า ต้องมีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องนำทาง หลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ก้าวสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว มีความมั่นคงในทุกด้าน พร้อมรับภัยคุกคาม หรือความท้าทายใหม่ๆ ทุกรูปแบบ ประเทศต้องมีความมั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยต่ำๆ 5% ต่อปี เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการลดความเหลื่อมล้ำ และมีความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

หลักคิดสำคัญของ คสช.ต่อยุทธศาสตร์ชาติ คือ ไม่ต้องการให้การปฏิวัติ 22 พ.ย. 2557 เสียของ จึงกำเนิดกฎหมายเพื่อการปฏิรูปฝังไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทยแบบต่อเนื่อง 20 ปี

เพราะ คสช.มองว่าการเมืองและการเลือกตั้งในอดีต วนเวียนกับความขัดแย้งเรื่องสีเสื้อ ช่วงเลือกตั้งแย่งชิงซื้อตัวนักเลือกตั้งกับจับขั้วทางการเมืองล่วงหน้าเพื่อจัดตั้งรัฐบาล พรรคการเมืองติดกับดักเดิมๆ คือ มุ่งเสนอนโยบายเชิงประชานิยมที่สนองผลประโยชน์ระยะสั้น หวังผลทางการเมืองมากกว่าการเปลี่ยนโครงสร้างหรือวางรากฐานประเทศระยะยาว นโยบายทุกพรรคต่างมุ่งเน้นไปที่คะแนนเสียง มากกว่าการบริหารผลประโยชน์ประเทศชาติ โดยเฉพาะประชานิยม จึงกลายเป็นนโยบายหลักที่ทุกพรรคการเมืองต่างงัดเอามาสู้ศึกเลือกตั้ง จนไม่เกิดการประนีประนอมทางการเมือง เพราะต่างฝ่ายต่างออกนโยบายเพื่อเข้าสู่อำนาจการเมือง ไม่มีเป้าหมายระยะยาวในการพัฒนาประเทศว่าควรจะเป็นอย่างไร

ยุทธศาสตร์ชาติสร้างความกังวลใจต่อฝ่ายการเมืองเป็นอย่างมาก เพราะยังไม่มีความคืบหน้าด้านเนื้อหาสาระของยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นอย่างไร เพราะขณะนี้ร่างรัฐธรรมนูญอยู่ระหว่างนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไปแล้วตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา ตามขั้นตอนมีระยะเวลาให้ทรงวินิจฉัย 90 วัน

อาจกล่าวได้ว่าประเด็นที่ฝ่ายการเมืองกังวลใจมากที่สุด เพราะเห็นว่ายุทธศาสตร์ชาติเป็นมรดกทางอำนาจของ คสช.ที่กำลังพยายามต่อท่ออำนาจ ผ่านการเข้ามาดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มีอำนาจเหนือกว่ารัฐบาลด้วยซ้ำ เพราะเป็นกลไกกำกับ ติดตามตรวจสอบ กำหนด วางกรอบนโยบายให้รัฐบาลต้องเดินตามทุกกระเบียดนิ้ว เปรียบเหมือนใส่กุญแจมือบังคับรัฐบาลเลือกตั้งให้ต้องเดินตามโรดแมป คสช.อย่างไม่มีข้อแม้ เพราะมีกฎหมายลูกกำกับไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน นั่นหมายความว่าวาระรัฐบาลครั้งละ 4 ปี ผ่านการเลือกตั้งถึง 5 ครั้ง พรรคการเมืองและนักการเมืองถึงจะปลดล็อกได้ จึงเกิดข้อกังขาว่ายุทธศาสตร์ชาติคือแผนการครอบงำด้านการบริหารประเทศรัฐบาลเลือกตั้ง โดยมีร่างทรง คสช.นั่งอยู่ในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ

ขณะนี้จึงเกิดกระแสจากฝ่ายการเมืองเรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อกการเคลื่อนไหวทางการเมืองทุกรูปแบบ พร้อมอนุญาตเปิดเวทีให้นักการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ เพราะรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับล่าสุดที่ผ่านการทำประชามติเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2559 ได้มีการกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นครั้งแรก เพื่อวางเป้าหมายระยะยาวในการพัฒนาประเทศ แตกต่างจากเดิมที่ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามรัฐบาล หรือมีการเปลี่ยนแปลงตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดังนั้นนักการเมืองจะตกขบวนนี้ไม่ได้

ดังนั้น เพื่อให้รัฐบาลเลือกตั้งเข้ามาแล้วมีภาระผูกพันยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นำไทยไปสู่ความปรองดองสมานฉันท์ การยกร่างยุทธศาสตร์ชาติควรต้องมีการนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะมาจากทุกภาคส่วน อาทิ ข้าราชการ ภาคเอกชน ภาคการเมือง นักวิชาการ รวมถึงภาคประชาชนมาเป็นข้อมูลในการยกร่างยุทธศาสตร์ชาติร่วมกันกำหนดชะตากรรมอนาคตชาติ มิใช่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกำหนด หรือขีดเส้นทางอนาคตการเมืองไทยเพียงฝ่ายเดียว

 

Leave a comment