เปิดปัจจัยเสี่ยง เลื่อนเลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มกราคม 2560 เวลา 09:25 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/473696

เปิดปัจจัยเสี่ยง เลื่อนเลือกตั้ง

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เปิดศักราชใหม่ 2560 ยังไม่ทันไร ปรากฏว่าสถานการณ์ทางการเมืองกำลังมีทีท่าว่าจะดุเดือดและเข้มข้นตั้งแต่ต้นปี ภายหลังจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่งสัญญาณว่าการเลือกตั้งที่เคยคิดว่าจะมีขึ้นได้ในปลายปี 2560 นั้นอาจต้องเลื่อนออกไปเป็น
กลางปี 2561

ทั้งนี้ ถ้าเป็นสมาชิก สนช.คนอื่นออกมาพูดก็คงไม่น่าจะมีน้ำหนักเท่าไหร่ แต่เมื่อคนที่พูดถึงประเด็น คือ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 ในฐานะคนที่ดูภาพรวมเกี่ยวกับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ ทำให้เรื่องการขยายโรดแมปมีน้ำหนักขึ้นมาทันที

เมื่อรองประธาน สนช.ออกมาส่งสัญญาณถึงการเลื่อนโรดแมป เป็นผลให้สมาชิก สนช.ต่างทยอยรับลูกกันพอสมควร และแจกแจงถึงความเป็นไปได้ที่การเลือกตั้งจะไปมีขึ้นในปี 2561 ไม่ใช่ปี 2560 ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดไว้ตั้งแต่ทีแรก

อย่างไรก็ตาม ถ้าวิเคราะห์จากสถานการณ์ ณ เวลานี้ ต้องยอมรับว่ามีปัจจัยเสี่ยงพอสมควรที่จะมีผลให้โรดแมปต้องเลื่อนออกไปอย่างน้อย 3 ประการ คือ

1.การจัดกฎหมายปฏิรูปประเทศ ร่างรัฐธรรมนูญที่รอการประกาศใช้อยู่นั้นได้มีการกำหนดกรอบเวลาเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศค่อนข้างเข้มงวดพอสมควร

กล่าวคือ ได้กำหนดให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ต้องเสนอร่างกฎหมายเพื่อกำหนดขั้นตอนการปฏิรูปประเทศต่อ สนช.โดยต้องให้มีผลบังคับใช้ภายใน 120 วันนับตั้งแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อ สปท.เสนอร่างกฎหมายให้ สนช.แล้ว แน่นอนว่า สนช.ย่อมต้องใช้เวลาอย่างเต็มที่

เหนืออื่นใด คสช.เองคงไม่ได้ต้องการแค่การประกาศใช้กฎหมายเท่านั้น แต่ต้องการไปถึงการวางรากฐานการปฏิรูปประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยผ่านการให้กฎหมายเพื่อการปฏิรูปประเทศและกฎหมายการทำยุทธศาสตร์ชาติได้เริ่มต้นและบังคับใช้ไปในสักระยะในยุค คสช.ไปพลางก่อน ซึ่งตรงนี้มีความจำเป็นที่ คสช.ต้องอยู่ในอำนาจต่อไป อันจะมีผลให้โรดแมปต้องขยายออกไปจากกำหนดการเดิม

2.สนช.คว่ำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่น่าจับตาไม่แพ้กัน เพราะเป็นปัจจัยที่จะมีผลต่อการกำหนดวันเลือกตั้งโดยตรง

ร่างรัฐธรรมนูญออกแบบให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต้องส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับให้กับ สนช.ภายใน 240 วันนับตั้งแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ และ สนช.มีเวลาพิจารณาแต่ละฉบับให้เสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับร่างกฎหมายดังกล่าว

ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า กรธ.กับ สนช.ต่างกินเกาเหลากันมาหลายรอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีความไม่ลงรอยเกี่ยวกับคำถามพ่วงที่กำหนดให้ที่ประชุมรัฐสภาลงมติเลือกบุคคลที่อยู่นอกบัญชีของพรรคการเมืองมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่ง สนช.สนับสนุนให้ สว.มีสิทธิเสนอชื่อ แต่ กรธ.ในฐานะผู้เขียนรัฐธรรมนูญไม่เห็นด้วย

ความบาดหมางในวันนั้นยังคงเป็นแผลในใจกันมาจนถึงทุกวันนี้ ประกอบกับมีบางประเด็นในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญของ กรธ.ที่ สนช.ไม่เห็นด้วย เช่น การให้คณะกรรมการสรรหาทำหน้าที่ชี้ขาดการดำรงอยู่ของบุคคลที่เข้ามารับตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระก่อนที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ ซึ่ง สนช.ไม่เห็นด้วยกับการที่ กรธ.กำหนดไว้แบบนี้

หาก สนช.และฝั่ง กรธ.ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาที่ สนช.แก้ไข จะนำมาซึ่งการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญโดยมีเวลาพิจารณา 15 วัน และต้องส่งกลับมาให้ สนช.ลงมติอีกครั้ง ในกรณีนี้ถ้า สนช.มีมติ 2 ใน 3 ไม่เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว เท่ากับว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนั้นจะตกไปทันที

คราวนี้มีประเด็นว่าถ้าการที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนั้นตกไปหลังจากครบ 240 วัน จะมีกระบวนการเสนอร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้า สนช.อย่างไร เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญระบุแค่ว่าให้ร่างกฎหมายนั้นตกไปทันทีที่ สนช.มีมติ 2 ใน 3 ไม่เห็นชอบ โดยไม่ได้บอกว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป

ดังนั้น สถานการณ์ความขัดแย้งในประเด็นทางกฎหมายระหว่าง กรธ.กับ สนช.จะเป็นหนึ่งเงื่อนไขที่สะเทือนถึงโรดแมปเช่นกัน

3.การเมืองป่วนไม่เลิก แม้พรรคการเมืองจะยังไม่สามารถเคลื่อนไหวในทางการเมืองได้เพราะถูกกฎหมายห้ามเอาไว้ แต่ไม่เป็นผลสำหรับแนวร่วมต่อต้าน คสช.ที่อยู่ในโลกออนไลน์ ซึ่ง คสช.ไม่สามารถควบคุมได้เหมือนกับการควบคุมพรรคการเมือง

อีกทั้งกระแสต่อต้าน คสช.กำลังขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่พอใจกับมาตรการจำกัดเสรีภาพของ คสช. จนทำให้ฝ่ายตรงข้ามแสดงออกด้วยการเข้าไปป่วนโครงข่ายออนไลน์ของหน่วยงานรัฐหลายองค์กร เรียกว่า คสช.เสียรังวัดไปไม่น้อย

จากปัจจัยทั้งหมด ทำให้มีความเป็นไปได้พอสมควรที่โรดแมปจะไม่อาจเดินไปตามเส้นทางที่ คสช.กำหนดไว้ ซึ่งมีผลต่อการเลือกตั้งที่ต้องล่วงเลยไปถึงกลางปี 2561 ดังที่รองประธาน สนช.พยายามคาดการณ์ก่อนหน้านี้

 

Leave a comment