เอสพีซีจี จัดงานสัญจรต่างจังหวัด หวัง รุกตลาดโซลาร์รูฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ธ.ค. 2559 01:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/820054


เอสพีซีจี จัดงานสัญจรต่างจังหวัด หวังรุกตลาดโซลาร์รูฟ ได้รับความสนใจจากคนเชียงใหม่ล้นหลาม ขณะที่ ดร.วันดี ยิ้มโชว์รับเงินปันผลจาก 2 บริษัทย่อยโซลาร์ฟาร์ม 122.57 ล้านบาทวันที่ 23 ธ.ค. ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ จ.เชียงใหม่ บริษัท เอสพีซีจี และ บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ หรือ เอสพีอาร์ ร่วมกับ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ โฮมโปร จัดงานเสวนา “ลดรายจ่าย ฝ่าวิกฤตกับ โซลาร์ รูฟ” เพื่อให้ความรู้ เรื่องระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา เพื่อประหยัดค่าไฟฟ้าภายในบ้าน ถือว่า เป็นการออกสัญจรในต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก โดยได้รับความสนใจจากชาวเชียงใหม่เป็นอย่างมากดร.กุญชรยาคง จุลเจริญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี กล่าวว่า โครงการโซลาฟาร์มของเอสพีซีจีมีทั้งสิ้น 36 แห่ง มีกำลังการผลิตรวม 260 MW ได้นำบริษัทไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อประสบความสำเร็จ ก็มีแผนขยายการลงทุนโซลาร์ฟาร์มไปต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และ พม่า รวมถึงอีกหลายประเทศในแถบภูมิภาคนี้เพราะเชื่อว่าธุรกิจพลังงานทดแทน จะกลายเป็นกระแสการลงทุนที่ได้รับนิยมมากในอนาคต เป็นธุรกิจที่ช่วยลดโลกร้อน ผ่านมาบริษัทฯ ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 210,000 ตันต่อปี

อย่างไรก็ตาม บริษัท เอสพีซีจีได้แต่งตั้งโฮมโปร เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์โซลาร์รูฟ ด้านตลาดที่อยู่อาศัย มาจำหน่ายในโฮมโปร เพื่อความสะดวกของลูกค้า โดยอุปกรณ์ทุกชนิด เป็นแบบเดียวที่ใช้ในโซลาร์ฟาร์ม ของบริษัท เพื่อการันตีคุณภาพของอุปกรณ์ต่างๆว่าได้มาตรฐาน ซึ่งขณะนี้โซลาร์รูฟของบริษัท ได้รับการยอมรับจากเจ้าของบ้านในกรุงเทพฯกว่า 500 หลังคาเรือน เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าภายในบ้านได้เป็นอย่างดี

สำหรับ การออกสัญจรในจ.เชียงใหม่ มีการออกบูธแสดงสินค้า ภายใต้แบรนด์ SPR Solar Roof งานจะมีถึงวันที่ 25 ธ.ค. ภายในงาน โฮมโปรแฟร์ จ. เชียงใหม่ โดยจัดแสดงนวัตกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ภายใต้แบรนด์ Kyocera จากประเทศญี่ปุ่น Inverter SMA และระบบ HEMS ซึ่ง โซลาร์รูฟของบริษัทมีให้เลือก 4 ขนาด ได้แก่ S, M, L และ XL โดยมีประชาชนสนใจเข้าชมจำนวนมาก

ดร.วันดี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด (SPC) มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ดังนั้น บริษัทเอสพีซีจี ในฐานะผู้ถือหุ้นได้สิทธิรับเงินปันผล 112,499,998.50 บาท เช่นเดียวกับ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ แอสเซ็ท (SPA) ซึ่งเป็นบริษัทลูก ก็มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น บริษัทในฐานะผู้ถือหุ้น จึงได้เงินปันผลอีก 10,079,999.16 บาท รวม 2 โครงการ 122.57 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทได้ถือหุ้นสัดส่วน 99.99% ใน SPC ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มจำนวน 34 โครงการ และ SPA ที่เป็นผู้พัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มในจำนวน 2 โครงการ เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)

 

Leave a comment