แผนรั่วไม่ค้นธรรมกาย มวยล้ม…สะเทือนรัฐบาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 ธันวาคม 2559 เวลา 07:56 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/470858

แผนรั่วไม่ค้นธรรมกาย มวยล้ม...สะเทือนรัฐบาล

โดย…ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

ต้องยอมรับกรณีคดีของพระธัมมชโยยืดเยื้อมานานแรมปี และคงต้องยืดยาวกันต่อไปอีก แม้ครบกำหนด 4 วัน หลังศาลอาญาอนุมัติหมายค้นวัดพระธรรมกาย ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยื่นคำร้องและศาลประทับอนุมัติหมายค้นให้

ทว่า ตลอด 4 วัน ระหว่างวันที่ 13-16 ธ.ค.ที่ผ่านมา ดีเอสไอและตำรวจไม่ได้เข้าค้นจับกุมพระธัมมชโย เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์วัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหา “ฟอกเงิน” และ “รับของโจร” คดีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น รวมทั้งคดีบุกรุกป่าสงวนที่ อ.ภูเรือ จ.เลย และ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา แม้จะสนธิกำลังตำรวจ ดีเอสไอ และทหาร เตรียมพร้อม สุดท้ายทำได้เพียงหยั่งเชิงท่าทีวัดพระธรรมกายเท่านั้น

ขณะที่วัดพระธรรมกายต่างระดมลูกศิษย์และพระสงฆ์ในเครือข่ายเข้ามาสมทบตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้รั้วกำแพงวัดเข้มแข็ง มีกองกำลังมวลชนกระจายเฝ้าทั่วบริเวณวัดทั้งหมด ส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐทำได้เพียงประชุมกำหนดท่าที แต่ไม่สามารถฝ่าโล่มนุษย์เข้าไปภายในวัดได้ เนื่องจากทุกวงประชุมมี “เกลือเป็นหนอน” คอยส่งสัญญาณให้กับฝั่งวัดทันที ทำให้เห็นชัดว่าลูกศิษย์ของพระธัมมชโยแทรกตัวอยู่ทุกสาขาอาชีพ

สาเหตุที่ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าค้นตามหมายค้นได้ เพราะประเมินว่ามีการจัดตั้งมวลชนไว้ปะทะจนอาจถึงขั้นบาดเจ็บ แล้วใช้เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างผลกระทบไปถึงสถานการณ์การเมือง หน่วยงานความมั่นคงจึงตัดสินใจยังไม่เข้าค้น 

เจ้าหน้าที่จึงนำข้อกังวลกลับไปวิเคราะห์ ก่อนจัดทำแผนจู่โจมตรวจค้นครั้งใหม่ ซึ่งจุดอ่อนสำคัญที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนคือ “ชั้นความลับ” เพราะทันทีที่มีการอนุมัติหมายค้นทางวัดพระธรรมกายจะรู้ตัวและเตรียมระดมคนเข้าวัดเพื่อตั้งรับเจ้าหน้าที่ทันที ดังนั้นในปฏิบัติการที่หวังผลสำเร็จจะต้องสามารถเข้าค้นได้ทันทีโดยที่วัดไม่ทันตั้งตัว

ตัวอย่างกรณีคลิปเสียงคล้ายกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลุดออกมาในโลกโซเชียลเกี่ยวกับแผนบุกจับตัวพระธัมมชโย ย่อมประจักษ์ชัดว่า เรื่องชั้นความลับไม่ได้ลับสำหรับวัดพระธรรมกายแม้แต่น้อย เพราะมีผู้ส่งสารค่อยกระซิบบอกทุกขั้นตอน แม้ว่าที่ประชุมจะกำชับว่าคือ “ความลับ” ก็ตาม

เท่านั้นไม่พอ มีกลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกายบางส่วนล่ารายชื่อเพื่อถวายฎีกาต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อพึ่งบารมีช่วยคดีพระธัมมชโย นั่นอาจเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะควร เพราะเป็นการรบกวนเบื้องพระยุคลบาท ทั้งที่การขอรับพระราชทานอภัยโทษต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก่อน และศาลพิจารณาจนถึงที่สุดแล้ว

ดังนั้น การพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพระธัมมชโย ต้องผ่านพนักงานสอบสวน อัยการ ศาลตัดสิน และการต่อสู้อีกถึง 3 ศาล อาจต้องใช้เวลานานหลายปี

เช่นเดียวกัน องค์กรพุทธในหลายประเทศออกมากดดันถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อไม่ให้ดำเนินการใดๆ กับพระธัมมชโย ล่าสุดกลุ่มพระสงฆ์นานาชาติได้ไปยื่นหนังสือถึงองค์การสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย เพื่อให้ยุติการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย โดยอ้างว่าถูกใส่ร้าย

เรื่องราวชักโยงใยมีการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ สัมภาษณ์ถึงปัญหาการดำเนินคดีกับพระธัมมชโยเอาไว้ว่า

“การพูดกันไปมาไม่เกิดประโยชน์ เพราะจะทำให้เสียหายกันไปหมด ผมได้สั่งให้เลิกพูดไปแล้ว ทุกอย่างต้องทำให้เป็นเหมือนเรื่องทั่วๆ ไป โดยให้สังคมได้เรียนรู้เอง เพราะเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยเดินหน้าไม่ได้”

คำสัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ตั้งสมมติฐานได้ว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะยังไม่บุกเข้าจับกุมพระธัมมชโยในห้วงเวลาอันใกล้นี้ แต่จะใช้กระบวนการยุติธรรมทางกฎหมายเป็นตัวจัดการแทน เข้าทำนองนวดให้กรอบทุกจุด จนอ่อนล้าในที่สุด แล้วเข้าตี บุกจับกุมพระธัมมชโยส่งอัยการฟ้องศาลอาญา

ทำให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ งัดกฎหมายสารพัดมาตราในประมวลกฎหมายอาญามาดำเนินคดีกับวัดพระธรรมกาย เบ็ดเสร็จแล้วกว่า 158 คดี เช่น ความผิดฐานบุกรุก (สร้างสะพานข้ามคลอง) ความผิดตาม พ.ร.บ.ขนส่ง ความผิดฐานกีดขวางการจราจร ความผิดฐานเสียทรัพย์ หมิ่นประมาท พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ร.บ.น้ำบาดาล ก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต บุกรุกที่สาธารณะ จึงกลายเป็นสารพัดคดีที่ทำให้ตำรวจกดดันพระธัมมชโยให้มามอบตัวตามกฎหมาย

นั่นทำให้ลูกศิษย์และวัดพระธรรมกายถึงกับเต้นเป็นเจ้าเข้า มองว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกำลังรังแกกลั่นแกล้งวัดและพระธัมมชโยจนเกินไป เพื่อหวังให้พระธัมมชโยมอบตัว แต่ทางลูกศิษย์และพระในวัดยังเชื่อมั่นว่าพระธัมมชโยคือผู้บริสุทธิ์

การงัดข้อวัดพลังระหว่างรัฐบาลกับวัดพระธรรมกาย ทำให้สังคมกำลังจับจ้องว่าท้ายที่สุดแล้วรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร เพราะสิ่งที่สังคมเห็นคือท่าทีกระด้างกระเดื่องขัดขืนต่อกฎหมาย รวมถึงการยกมวลชนมาเป็นโล่มนุษย์ ทั้งหมดกำลังเป็นหนามยอกอกกดดันต่ออำนาจรัฐ อำนาจตุลาการ มากขึ้นทุกขณะ และสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงรัฐบาลทุกเวลา

กระนั้น การขอหมายค้นที่ผ่านมาครั้งนี้โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ตรวจค้นจริง ทำให้สังคมที่ต้องการให้รัฐเร่งจัดการกับพระธัมมชโยรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่รัฐล้มเหลว ไม่กล้าดำเนินการ หรือมวยล้มเอาดื้อๆ นี่ย่อมกระเทือนถึงการบังคับใช้กฎหมายภายใต้รัฐบาลนี้ว่าไม่มีประสิทธิภาพทั้งที่ต้องการจับกุมคนเพียงคนเดียว

หากขอหมายค้นรอบสองไม่สามารถจับกุมตัวพระธัมมชโยได้อีก ก็จะส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนที่จะไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาลบิ๊กตู่ ผู้ถืออำนาจเด็ดอย่างขาดแน่นอน

 

Leave a comment