ขึ้นทะเบียนลองกอง-ทุเรียน-สับปะรด-ลำไยอบแห้ง 4 จังหวัด เป็นสินค้าจีไอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ธ.ค. 2559 20:34

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/823697


กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศขึ้นทะเบียนลองกอง-ทุเรียน-สับปะรด-ลำไยอบแห้ง จาก 4 จังหวัด เป็นสินค้าจีไอ ที่ผลิตได้เฉพาะท้องถิ่นเท่านั้น ส่งผลให้ล่าสุดไทยมีสินค้าจีไอแล้ว 53 จังหวัด เร่งเดินหน้าส่งเสริมให้มีครบทุกจังหวัด หวังสร้างรายได้-ยกระดับความเป็นอยู่ให้ชุมชน…วันที่ 28 ธ.ค.59 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.59 กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ประกาศขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ซึ่งเป็นสินค้าที่ผลิตได้เฉพาะในท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งเท่านั้น เพิ่มเติมอีก 4 รายการ คือ ลองกองตันหยงมัส จ.นราธิวาส, ทุเรียนปราจีน จ.ปราจีนบุรี, สับปะรด บ้านคา จ.ราชบุรี และลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน จ.ลำพูน ส่งผลให้ปัจจุบันมีสินค้าไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าจีไอแล้ว 75 สินค้า จาก 53 จังหวัด ขณะเดียวกัน กรมฯ ยังอยู่ระหว่างพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนจีไอ จาก 15 จังหวัด ทำให้ล่าสุดยังเหลืออีก 9 จังหวัด ที่ยังไม่มีการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ซึ่งกรมฯ จะเร่งส่งเสริมให้มีสินค้าจีไอครบทั้ง 77 จังหวัดตามเป้าหมาย

ทั้งนี้ ในปี 60 กรมฯ มีแผนจะลงพื้นที่ 6 จังหวัดที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือยื่นคำขอขึ้นทะเบียนจีไอ ได้แก่ กระบี่ กาญจนบุรี ระนอง สตูล สมุทรสาคร สิงห์บุรี และกำแพงเพชร ส่วนกรุงเทพฯ และสระแก้ว อยู่ระหว่างการยื่นคำขอในเร็วๆ นี้ โดยสินค้าจีไอที่ขึ้นทะเบียนแล้ว กรมฯ จะส่งเสริมให้ผู้ผลิตพัฒนาคุณภาพของสินค้า ส่งเสริมการตลาด และสร้างการรับรู้คุณภาพ ชื่อเสียงของสินค้าทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อให้สินค้าจำหน่ายได้ในราคาสูงขึ้น ถือเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนและท้องถิ่น

สำหรับลักษณะเด่นของสินค้าจีไอ ทั้ง 4 รายการนั้น ลองกองตันหยงมัส จ.นราธิวาส เป็นลองกองพันธุ์พื้นเมือง ปลูกใน จ.นราธิวาส ผลอ่อน มีเปลือกสีเขียว เมื่อผลสุกผิวเปลือกจะเป็นสีเหลือง ไม่มียาง ล่อนออกจากเนื้อได้ง่าย รูปทรงเหมือนหยดน้ำ เนื้อใสหอมหวาน มีเมล็ดน้อย หรือไม่มีเลย ส่วนทุเรียนปราจีน จ.ปราจีนบุรี เป็นการนำพันธุ์ก้านยาว หมอนทอง ชะนี กระดุมทอง และพันธุ์พื้นเมืองอื่นๆ เช่น กบชายน้ำ ชมพูศรี กำปั่น มาปลูกในพื้นที่ อ.เมือง กบินทร์บุรี ประจันตคาม ศรีมหาโพธิ์ และนาดี จ.ปราจีนบุรี ทำให้ได้ทุเรียนเนื้อสีเหลือง แห้ง หนา เส้นใยน้อย หวานมัน เปลือกผลบาง ผิวเปลือกสีน้ำตาลถึงน้ำตาลเข้ม หนามถี่

ขณะที่ สับปะรดบ้านคา จ.ราชบุรี เป็นการนำสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย ที่รสหวานฉ่ำ ไม่กัดลิ้น มีกลิ่นหอม เนื้อละเอียด หนานิ่ม มีตาผลค่อนข้างตื้น มาปลูกใน 4 อำเภอ ได้แก่ จอมบึง ปากท่อ สวนผึ้ง และบ้านคา จ.ราชบุรี ทำให้ได้สับปะรดผลใหญ่ เป็นทรงกรวย น้ำหนักผล 1–3 กิโลกรัม (กก.) และลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน จ.ลำพูน เป็นลำไยอบแห้งที่มีสีเหลืองทอง เนื้อหนา แห้งสนิท ไม่ติดกัน ไม่เหนียวติดมือ หวานและมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งเป็นลำไยพันธุ์ดอที่ปลูกและผ่านกรรมวิธีการอบแห้งในเขตพื้นที่ จ.ลำพูน สามารถเก็บได้นานโดยที่กลิ่นและรสชาติไม่เปลี่ยนแปลง.

 

Leave a comment