ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ธ.ค. 2559 05:54
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/824021

ในขณะที่ตลาดสินค้าอื่น มียอดขายซบเซา แต่ในทางตรงกันข้าม “ตลาดหวย” กลับมียอดขายดีชนิดไม่พอขาย ทั้งนี้ พลตรีฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยภายหลังจากการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) สำนักงานสลากฯ ที่มี พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ว่า ที่ประชุมบอร์ดมีมติให้สำนักงานสลากฯ พิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาล จากปัจจุบันที่พิมพ์สลากจำหน่ายทั้งหมด 60 ล้านฉบับคู่ หรือ 120 ล้านฉบับต่องวด เพิ่มยอดการพิมพ์เพิ่มอีก 5 ล้านฉบับคู่ ในงวดวันที่ 30 ธ.ค. หรือรวมเป็น 65 ล้านฉบับคู่ ในงวดต่อไป จะเพิ่มยอดการพิมพ์ขึ้นไปอยู่ที่ 71 ล้านฉบับคู่ หรือ 142 ล้านฉบับ ในช่วงเดือน ม.ค.และเดือน ก.พ.2560 ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ต่อเนื่องถึงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งในช่วงนั้น ประชาชนจะมีความต้องการสลากเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ราคาสลากขายปลีกพุ่งขึ้นไปถึงคู่ละ 150 บาท
สำหรับการเพิ่มยอดการพิมพ์สลากฯในครั้งนี้ จะเริ่มงวดแรกคือ งวดวันที่ 30 ธ.ค.59 มีจำนวนการพิมพ์ทั้งหมด 65 ล้านฉบับคู่ ส่วนในปีหน้าเริ่มงวดวันที่ 17 ม.ค.60 จะพิมพ์ 68 ล้านฉบับคู่ หรือ 136 ล้านฉบับ งวดวันที่ 30 ม.ค.60 จะพิมพ์ 68 ล้านฉบับคู่ และงวดวันที่ 16 ก.พ.60 จะเพิ่มอีก 3 ล้านฉบับคู่ รวมเป็น 71 ล้านฉบับคู่ หรือ 142 ล้านฉบับ โดยส่วนที่เพิ่มขึ้นอีก 3 ล้านฉบับคู่ จะจัดสรรให้กับองค์กร สมาคม มูลนิธิคนพิการ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างผู้จำหน่ายรายย่อยกับสมาคม องค์กรและมูลนิธิ สำนักงานสลากฯมีความมั่นใจว่า วิธีการนี้จะทำให้การจำหน่ายสลากเกินราคาลดความรุนแรงลง โดยประเมินว่า ราคาขายปลีกหลังจากที่สำนักงานสลากฯเพิ่มยอดการพิมพ์แล้วจะอยู่ที่คู่ละ 80 บาทได้ แต่ยอมรับว่าสลากเลขชุดและสลากที่เป็นเลขเด็ดเลขดังอาจจะมีราคาแพงกว่าคู่ละ 80 บาท แต่ไม่น่ารุนแรงถึงคู่ละ 150 บาท
พลตรีฉลองรัฐกล่าวว่า การพิมพ์สลากเข้าสู่ระบบจำนวนมากนี้ สำนักงานสลากฯ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการมอมเมาประชาชนอย่างแน่นอน แต่ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการขายเกินราคาและการรวมชุด หากสามารถแก้ปัญหาได้แล้ว สำนักงานสลากฯ จะลดจำนวนพิมพ์ลงในทันที โดยจะติดตามพิจารณาเป็นรายงวด
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ในฐานะโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า สาเหตุการพิมพ์สลากเพิ่มสืบเนื่องจากมีผู้สนใจทำรายการซื้อ-จองล่วงหน้าสลากฯ เป็นจำนวนมาก โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีผู้โอนเงินเข้าบัญชีเพื่อทำรายการสูงถึงครั้งละกว่า 90,000 ราย ในขณะที่มีผู้ทำรายการได้ครั้งละ 67,000 ราย มีผู้ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงสลากได้ประมาณ 23,000 ราย คิดเป็นจำนวนสลากประมาณ 120,000 เล่มคู่ ในขณะเดียวกัน ในจำนวนผู้โอนเงินเข้าบัญชีเพื่อทำรายการซื้อ-จองล่วงหน้า ยังมีผู้ประสงค์จะรับสลากไปจำหน่ายมากกว่า 5 เล่มอยู่อีกจำนวนหนึ่ง
โฆษกคณะกรรมการฯ กล่าวอีกว่า คาดว่าน่าจะยังมีความต้องการสลากอยู่อีกประมาณ 150,000 -160,000 เล่มคู่ โดยการทำรายการแต่ละครั้ง ใช้เวลาเพียง 6-7 นาที เมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีเหตุการณ์วิวาท แย่งกันทำรายการซื้อ-จองล่วงหน้าฯบริเวณตู้เอทีเอ็ม ที่ อ.เชียงคาน จ.เลย ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความต้องการสลาก ในส่วนของผู้ขายที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ประกอบกับขณะนี้ ใกล้ช่วงปีใหม่และตรุษจีน ช่วงนี้ของทุกปีสลากกินแบ่งรัฐบาลจะเป็นที่ต้องการสูง เนื่องจากเป็นที่นิยมเสี่ยงโชคและให้เป็นของขวัญ อีกทั้งยังมีการจับกุมผู้จำหน่ายสลากเกินราคาอย่างต่อเนื่อง และยังคงมีการลักลอบนำสลากไปจำหน่ายต่อในราคาสูงอีกด้วย
ทั้งนี้ สำนักงานสลากฯยังคงความเข้มข้นและความต่อเนื่อง ในการลงพื้นที่กวดขันการจำหน่ายสลากตามราคาและจับกุมผู้จำหน่ายสลากเกินราคาทั่วประเทศ โดยตั้งแต่เดือน มิ.ย.58 จนถึงเดือน ธ.ค.59 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง จับกุมผู้จำหน่ายสลากเกินราคาและดำเนินคดีอาญาแล้ว 986 ราย ยกเลิกสัญญาการเป็นตัวแทนจำหน่าย 152 ราย ยกเลิกสิทธิการลงทะเบียนโครงการซื้อ-จองล่วงหน้าฯแล้ว 154 ราย นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ผู้ตรวจการของสำนักงานฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายผลการบันทึกภาพและบันทึกหมายเลขสลากในเขตปริมณฑลในช่วงต้นเดือน ธ.ค. จากการตรวจสอบสลากที่นำมารวมชุดรวมทั้งสิ้น 667 ชุด 3,277 ฉบับคู่ พบว่าส่วนใหญ่เป็นสลากชุด 5 ฉบับคู่ สลากเหล่านี้ จะถูกนำไปตรวจสอบว่าใครเป็นผู้นำมาจำหน่าย หากตรวจพบว่าเป็นสลากของผู้ใด จะตัดโควตาทันที
สำหรับการทำสัญญาตัวแทนจำหน่ายสลาก กินแบ่งรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งมีอายุสัญญาตั้งแต่งวดวันที่ 16 ธ.ค.59-1 มิ.ย.60 มีตัวแทนจำหน่ายส่วนกลาง ที่ไม่มาทำสัญญาเกือบ 300 ราย คิดเป็นจำนวนสลากเกือบ 1,500 เล่มคู่ สลากจำนวนนี้ ได้นำไปเข้าสู่โครงการซื้อตรง-จองล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ประสงค์จะรับสลากไปจำหน่ายเข้าถึงสลากได้มากขึ้น ในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ที่มาทำสัญญารอบนี้ สำนักงานฯ ได้ประสานจัดส่งหมายเลขบัตรประชาชนของตัว แทนจำหน่ายรายย่อยบุคคลทั่วไป ทั้งหมดจำนวน 31,934 ราย ให้กรมบัญชีกลาง เพื่อช่วยตรวจสอบหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของตัวแทนจำหน่ายรายย่อยบุคคลทั่วไปว่า ขาดคุณสมบัติเนื่องจากเป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างของส่วนราชการหรือไม่ โดยจัดทำข้อมูลในรูปแบบไฟล์บันทึกลงแผ่น CD เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากพบว่าตัวแทนรายย่อยรายใดขาดคุณสมบัติดังกล่าว จะยกเลิกสัญญาทันทีเช่นกัน
ส่วนการทำรายการซื้อตรง-จองล่วงหน้าในรอบต่อไป นายธนวรรธ์กล่าวว่า จะเปิดให้ทำรายการสลากซื้อตรงงวดวันที่ 17 ม.ค.60 ในวันที่ 5 ม.ค.60 จำนวนสลากประมาณ 165,000 เล่มคู่ และเปิดให้ทำรายการสลากจองล่วงหน้างวดวันที่ 1 ก.พ.60 จำนวน 2 วัน คือ ในวันที่ 6 ม.ค.60 จำนวนสลาก 180,000 เล่มคู่ และวันที่ 7 ม.ค.60 จำนวนสลาก 80,000 เล่มคู่ และมอบหมายให้ผู้ตรวจการของสำนักงานฯ ลงพื้นที่เก็บข้อมูล ตรวจสอบการจำหน่ายสลากของผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อคัดกรองผู้จำหน่ายสลากที่แท้จริง หลังจากในรอบปีที่ผ่านมา สำนักงานฯได้ขอความร่วมมือหน่วยทหารและจังหวัด ในการตรวจสอบผู้จำหน่ายทั่วประเทศ โดยการจัดเก็บข้อมูลในครั้งนี้ จะนำไปวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคาในอนาคต ส่วนการนำสลากออนไลน์มาใช้ในขณะนี้ ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม เพราะจะมีผลกระทบต่อผู้ค้าสลากจำนวนมาก
ด้าน พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ในฐานะประธานกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า สำนักงานสลากฯจะควบคุมการขายปลีกไม่ให้เกินคู่ละ 80 บาท โดยมีความมั่นใจว่า ในปีหน้า ราคาสลากที่ขายตามแผงส่วนใหญ่จะอยู่ที่คู่ละ 80 บาทอย่างแน่นอน