รักแล้วชนะทุกอย่าง ธุรกิจขนมก็เช่นกัน คิดต่างสไตล์เวย์ตาน่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ธ.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/815501


กิ๊บเก๋ยูเรก้าปาจิงโกะตั้งแต่โลโก้แบรนด์ ไปจนถึงสีสันรูปแบบหีบ ห่อ กล่องและซอง พร้อมกิมมิคคำติดหูเป็นเอกลักษณ์ ใช่แล้ววันนี้เรากำลังจะพูดถึงธุรกิจสแน็ก ของกินเล่นจุบจิบที่มีทั้งขนมไทยและผลไม้อบแห้ง “เวย์ตาน่า” และ “แม็กแม็ก เวย์ตาน่า” ที่ดูรวมๆ แล้วแตกต่างจากในท้องตลาดทั่วไป และวางตำแหน่งตัวเองเป็นสินค้าพรีเมียมราคาไม่เบาอะไรทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จตั้งแต่เร่ิมต้นจนมาถึงปัจจุบันด้วยระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ตลอดจนแนวคิดและหลักบริหารธุรกิจทั้งหมดทั้งมวล “ไทยรัฐออนไลน์” จะพาไปฟังจากปาก “นนทกช ปัญญาปัทม์” กรรมการผู้จัดการบริษัท เวย์ตาน่า จำกัด ผู้บริหารหนุ่มคนรุ่นใหม่เชื่อหรือไม่? เร่ิมต้นธุรกิจด้วยชอบกินเวย์ตาน่า เร่ิมธุรกิจตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 ถึงขณะนี้ อายุประมาณ 9 ปี ตนจบการศึกษาด้านแบรนดิ้ง จากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนหน้าจะมาทำธุรกิจขนม ที่บ้านทำธุรกิจจำพวกให้เช่าอุปกรณ์ถ่ายทำภาพยนตร์ ละคร และโฆษณา อยู่ในวงการนี้ จึงไปเรียนนิเทศศาสตร์ จนเมื่อเข้าเรียนได้ไปคลุกคลีกับวงการศิลปวัฒนธรรม กับ ครูโต ม.ล.จิราธร จิระประวัติ ซึ่งก็เป็นอาจารย์ที่จุฬาฯ ด้วย มีโอกาสไปเรียนวาดรูป เรียนจัดดอกไม้ต่างๆ

หลังจากได้คลุกคลีด้านศิลปวัฒนธรรม ประกอบกับเป็นครอบครัวคนจีนก็จะทำธุรกิจอย่างเดียว เรื่องศิลปวัฒนธรรมจะไม่ค่อยละเอียดอ่อน เมื่อไปสัมผัสครูโต ขณะเดียวกันตนเป็นคนช่างกินอยู่แล้ว แต่เมื่อได้พบกับศิลปวัฒนธรรมละเอียดอ่อน และรู้ว่าสิ่งของของไทยเป็นสิ่งของที่ดีมากๆ ตั้งแต่ผลไม้ ขนมไทยและอาหารไทยต่างๆ จึงคิดว่า สิ่งเหล่านี้น่าสนใจ ประกอบกับเป็นคนไทย แล้วก็เป็นต้นทุนที่มีค่ามากๆ จึงคิดว่า เมื่อเราอยู่ในแหล่งวัตถุดิบประณีต ทั้งผลไม้ไทย สินค้าไทย ขนมไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก ดังนั้น ถ้าจะทำแบรนดิ้งอะไรขึ้นมา หรือทำธุรกิจขึ้นมา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีมาก

“นนทกช” ผู้บริหารและเจ้าของเวย์ตาน่า

ต่อมา เมื่อพูดถึงเมืองไทยเรื่องอาหารและขนมเป็นก็เป็นอันดับ 1 เพราะเมืองไทยเก่งเรื่องเกษตรกรรม ส่วนตัวก็เริ่มต้นด้วยรักในการกิน ชอบกิน ชอบเลือกของอร่อย เกิดจากความสนุก ดังนั้น น่าจะเลือกของดีๆ มาทำขาย แล้วบางทีอาจไปจ้างทำก็ได้ เพราะจบแบรนดิ้ง ไม่ได้จบด้านคหกรรรม หรือ เชฟ จึงไปเลือกกลุ่มแม่บ้าน หรือแหล่งผลิต หรือเชฟ เพื่อให้ทำขนมมาให้แบรนด์เรา เร่ิมเกิดการจับแพะชนแกะขึ้นมาแบบนี้ เร่ิมต้นแบบนี้จนเป็นธุรกิจอย่างทุกวันนี้

คิดต่าง ทำไมขนมไทยขายแพงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม พบปัญหาอย่างหนึ่งว่า เมื่อพูดถึงขนมไทยจะคิดถึงขนมแบบเดิมคือ 5 บาท 10 บาท ราคาถูก เมื่อเทียบกับขนมต่างประเทศที่เข้ามาในไทยชิ้นละ 100 บาท หรือ 200-300 บาท แต่ว่าอร่อย จึงมาคิดวิเคราะห์ว่า ทำไม ทั้งๆ ที่ของไทยร้านเด็ดๆ อร่อยๆ มีจำนวนมาก จนพบว่าคนไทยรับรู้และคิดมาตลอดว่า ขนมไทยต้องราคาถูก แม่ค้าเลยไม่กล้าทำของดี เลยคิดว่าน่าจะเอาสิ่งดีๆ ตรงนี้มอบให้คนไทย

แรกๆ เร่ิมต้นทำเป็นขนมสด พวกมะพร้าว ข้าว ซึ่งเมื่อเลือกของดีๆ มาทำก็อร่อยมาก ราคาขายก็สมเหตุสมผลกับตนทุนที่นำมา เพราะถ้านำมาแต่ของถูกๆ จะไม่ค่อยอร่อย เมื่อตั้งสมมติฐานแบบนี้ โดยคิดว่าแบรนด์จะเป็นไปในทิศทางนี้ ก็เปิดร้านทดลอง การเปิดร้านทดลองก็แถวบางขุนนนท์ เนื่องจากมีตึกของครอบครัวเก็บอุปกรณ์จำพวกขาไฟต่างๆ แล้วปิดอยู่ ส่วนข้างๆ เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวที่คนคึกคัก ก็ลองเปิดเป็นหน้าร้าน โดยร้านข้างๆ เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวปลา มองโอกาส คิดว่าต้นทุนที่มี มีอะไรบ้าง

เมื่อก่อนข้างๆ เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวปลาราคาแพง 60-70 บาท ต้องมีเงินระดับหนึ่งถึงมากิน ซึ่งก็ตอบโจทย์ของเรา เพราะว่า จะขายขนมราคาแพงอยู่แล้วก็นำมาทดลองขาย โดยเปิดตึกแล้วทดลองขาย คิดว่าถ้าจะลงทุนจำนวนมากต้องมีความมั่นใจก่อนจึงทดลองขาย เร่ิมต้นด้วยพวกขนมสาคูมะพร้าวอ่อน เม็ดบัวฉาบ เป็นต้น ทั้งนี้ ขนมสดถ้วยหนึ่งเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ทั่วไปราคา 6 บาท เราขาย 20 บาท นั่นคือ แพงกว่า 2 เท่า ในขณะนั้น พ่อแม่บอกเอาไปทิ้งเถอะหรือแจกดีกว่า ขายไม่ได้แน่ๆ เพราะแพงไป แต่ไปๆ มาๆ จากเร่ิมให้ชิมและขายประมาณ 1 เดือน กลายมาเป็นลูกค้าประจำ ชอบกินมาก ดังนั้น จึงจ้างลูกจ้างพิเศษ เป็นลูกน้องที่ทำอุปกรณ์กองถ่ายมาขาย

ขณะเดียวกัน ช่วงนั้นมีงานถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศเยอะมากจึงปิดร้านไป แต่ด้วยความที่จบด้านกราฟิก และนิเทศศาสตร์ จึงมีความรู้พื้นฐานด้านฉลากมาบ้าง ลูกค้าจึงได้เบอร์โทรศัพท์จากตรงนี้ ซึ่งเรื่องฉลากสินค้านี้ นับว่าเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งขณะนั้นเรารู้ว่าสำคัญ เพราะเรียนมาว่าทำอย่างไรถึงจะทำให้ลูกค้าจดจำเราได้ง่ายๆ ดังนั้น ทั้งฉลากและอะไรๆ จะมีกิมมิคให้คนจดจำง่าย ซึ่งจากตรงนี้ ส่งผลให้เมื่อปิดร้านลูกค้าโทรศัพท์มาหาตลอดทุกวัน จนผ่านไป 1 เดือน ก็ยังยุ่งไปถ่ายต่อในพัทยา ดังนั้น จึงตัดสินใจเปิดเป็นร้านเล็กๆ จากแต่ก่อนเป็นแผงขายหน้าตึก

ทดลองตลาดจนมั่นใจก่อนลุยเต็มสูบ

หลังจากวันนั้น เมื่อเปิดเป็นร้านเล็กๆ ทดลองอยู่ประมาณ 1 ปี พบว่าลูกค้าพร้อมจ่าย คนไทยมั่นใจว่าของไทยดี และแสวงหาสินค้าที่ดีจริงๆ แล้วเป็นปัญหาเดียวกันกับที่ส่วนตัวพบคือ เวลาไปหาอะไรกินต้องเสี่ยงว่า จะอร่อยหรือไม่ จ่ายแพงกว่านิดหน่อยแต่ได้ของอร่อยชัวร์ มีลูกค้ากลุ่มนี้อยู่ จึงเร่ิมธุรกิจจริงจัง

ชื่อ “เวย์ตาน่า” มีที่มาลึกไม่ธรรมดา

ส่วนเหตุผลที่ทำไมถึงใช้ชื่อเวย์ตาน่านั้น จริงๆ แล้วเป็นคนที่สนใจพุทธศาสนาด้วย แล้วก็คิด ซึ่งรากศัพท์ เวย์ตาน่า มาจากคำว่า เวทนา แปลว่า ความรู้สึก แต่ถ้าจะตั้งชื่อว่า เวทนา เป็นความรู้สึกเชิงลบ เลยให้อ่านเป็นภาษาบาลี ที่มาจากคำว่า เวทนา จึงเขียนเป็นอักษรโรมันภาษาอังกฤษว่า เวย์ตาน่า จะได้อ่านง่ายๆ และน่ารัก รากศัพท์มาจากตรงนั้น

สินค้าทุกตัวผ่านการคิดมีคาแรคเตอร์

ขณะเดียวกัน คิดว่าสินค้าแต่ละตัวโดยเฉพาะขนม เป็นของฟุ่มเฟือย เป็นสิ่งแสดงความรู้สึกแสดงอารมณ์ แสดงศิลปวัฒนธรรมของคน แล้วก็ประสานกับคำศัพท์ และใส่กิมมิคน่ารักๆ อะไรลงไปเพื่อให้ขนมแต่ละตัวบ่งบอกตัวเอง หรือเปรียบเทียบถ้าขนมพูดได้จะพูดแบบนี้กับคนที่กิน หรือซื้อฝาก เลยเป็นที่มาของชื่อ

ถึงวันนี้ ผ่านมา 8-9 ปี ลูกค้าจดจำแพ็กกิ้งได้ ด้วยดีไซน์ที่ชัดเจนพร้อมด้วยคำกิมมิคต่างๆ เช่น บ๊วยคืนชีพ เป็นต้น แต่จำชื่อแบรนด์ไม่ได้ เพราะว่าอ่านยาก พอดีกับมีการค้าขายกับต่างประเทศด้วยทั้งฮ่องกง และยุโรป ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้อ่านชื่อแบรนด์ไม่ออก จึงปรึกษากับทีมงานต่างประเทศและทีมงานแบรนดิ้ง จึงตั้งชื่อใหม่โดยใช้โลโก้ภาพเดิมทั้งหมด เป็นใช้ชื่อว่า แม็กแม็ก แต่ว่ายังเป็นบริษัท เวย์ตาน่า เหมือนเดิม ตรงนี้เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลง พร้อมทำโลโก้ให้ดูสดชื่นขึ้น แต่ดีไซเนอร์เป็นครูโตเหมือนเดิม

นำสิ่งที่เรียนมาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจฉลุย

จากความรู้ที่เรียนมา และนำสิ่งที่ชอบมาทำธุรกิจ มองว่าการที่เราทำแบรนด์ขึ้นมาแบรนด์หนึ่ง นั่นคือชีวิตเรา เป็นธุรกิจอะไรที่สามารถดำเนินไปทั้งชีวิตได้แล้วมีความสุข โดยคิดแบบนี้ ดังนั้น ควรนำเอาอะไรที่เป็นเรา หรือเป็นสิ่งรอบข้าง เป็นสังคมของเราแล้วเป็นสิ่งดีที่คิดสรรมาใส่ในนี้ โดยเวย์ตาน่าเป็นส่วนผสมตั้งแต่เรื่องศาสนา แบรนดิ้ง ดีไซน์ และศิลปวัฒนธรรมที่เราชอบอยู่แล้ว คิดว่าเหล่านี้เป็นคอนเน็กชั่นส์และทำได้ดีมาก อย่างที่ได้เลือกเมืองไทยเป็นเมืองอาหาร เมืองขนม ใส่เอบวกลงไปในผลิตภัณฑ์ทั้งหมด เมื่อลูกค้าได้เอบวกทั้งหมดก็จะมีความสุข ให้มากกว่าที่ลูกค้าขอด้วยซ้ำ

มั่นมาก! กล้าขายราคาแพง แต่ไปได้

ถามว่า ถ้านึกถึง เวย์ตาน่า ลูกค้าจะนึกถึงอะไร ตรงนี้ลูกค้าจะคิดถึงขนมราคาแพง สิ่งนี้เป็นมาตั้งแต่เริ่มต้นและตั้งใจด้วย ไม่ใช่ว่า ลูกค้าบ่นว่าแพง คำว่า แพง หมายถึง สินค้าราคาสูง ซึ่งเราเลือกของเกรดเอมา ดังนั้นราคาจึงแพงกว่าตลาดนิดหน่อย เป็นเรื่องที่พนักงานเราทุกคนก็ได้บอกตลอดเลยว่า ลูกค้าบอกแบบนี้ ซึ่งเราขายแบบนี้จริงๆ

น่าภูมิใจสแน็กไทยส่งขายไกลเมืองนอก

ทั้งนี้ สินค้าที่ขายคนไทยจะมีกลุ่มบ๊วยต่างๆ บ๊วยคืนชีพ ลูกไหน องุ่น พรุน เอาไว้กินตอนบ่าย กินแก้ง่วงให้สดชื่น ส่วนที่เป็นขนมไทยก็ยังมีอยู่ เช่น เม็ดบัวฉาบ ขนมโสมนัส เป็นต้น ปีนี้ในกระเช้าปีใหม่จะมีหม้อแกงกรอบ เป็นขนมไทยที่นำมาประยุกต์แล้วอร่อย มีสมอหอมอโรคยา ขนมไทยรุ่นพ่อรุ่นแม่ หาไม่ได้อีกแล้ว

ส่วนสินค้าอีกกลุ่มหนึ่งขายต่างประเทศ โดยบุกตลาดเอเชียเป็นหลัก เพราะกินอยู่คล้ายๆ กับเรา จะมีทั้งจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และมาเลเซีย เป็นต้น เป็นสินค้ากลุ่มมะม่วงอบแห้ง ทุเรียน และลำไย ซึ่งลำไยตัวนี้เป็นออร์แกนิกเกรดเอพรีเมียมกลิ่นหอมแตกต่าง

เลือกสินค้าพรีเมียมดีที่สุดทำแบรนด์ขาย

สินค้าแต่ละตัวมีหลักในการเลือกทำการตลาดและเลือกวัตถุดิบ เนื่องจากเราเป็นผู้คัดเลือกสินค้า ทำแบรนดิ้ง ดังนั้นจะไปดูตลาดที่ลูกค้าชอบอยู่แล้วก่อน ไม่ได้คิดถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างขึ้นมาเลยตั้งแต่ต้นน้ำ แต่เรานำมาทำขั้นตอนเจ็ด แปด เก้า โดยมีผลิตภัณฑ์ดังอยู่แล้ว ทำอย่างไรให้เกรดพรีเมียมขึ้นมา แน่นอนจากตลาดทั้งหมดต้องมีคนที่ต้องการของพรีเมียมแน่นอน

เราเลือกสินค้าดังจากตัวอย่าง เช่น ทุเรียน เลือกเกรดดีที่สุดมาขาย สมมติว่า พอร์ตทุเรียนทั้งหมดในประเทศมูลค่าตลาดอาจจะเยอะมาก แต่เราเอาแค่ส่วนเดียวพอ ส่วนที่แพงสุด ดีสุด นำมาขาย เหมือนกันกับทุกๆ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้หลักนี้ เป็นต้นทางก่อน แล้วค่อยๆ แยกออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ บ๊วย ผลไม้แห้ง และขนมไทย

ลักษณะธุรกิจของเราเรียกว่า เทรดดิ้ง หมายความว่า สั่งโรงงานผลิต โดยโรงงานผลิตตตามสเปกเรา หรือซื้อวัตถุดิบจากโรงงานหนึ่งไปผลิตอีกที่หนึ่ง แนวๆ นี้จนเป็นสินค้าของเวย์ตาน่า

“บ๊วย”สร้างอาชีพของจริง ขายดีที่สุด

สำหรับสินค้าที่ขายดีที่สุดนั้น ถ้าในส่วนของคนไทย กลุ่มบ๊วยขายดีที่สุด ถ้าต่างชาติจะเป็นมะม่วงและทุเรียนที่ขายดี

ยังเติบโตได้ แม้เศรษฐกิจพ่นพิษบ้าง

เวย์ตาน่า เป็นบริษัทเล็ก ผลประกอบการบริษัทเล็กจะเติบโตไวหน่อย ยอดขายประมาณ 70 ล้านต่อปี ส่วนปีนี้ 2559 ก็เติบโต บางทีอารมณ์ของคนยิ่งเครียดก็ยิ่งกิน ทำให้ไม่กระทบยอดขายเท่าไร ซึ่งปีนี้อัตราเติบโตน่าจะอยู่ที่ประมาณ 15% จากปีที่ผ่านมา

ถามว่า สภาพเศรษฐกิจขณะนี้ มีผลกระทบกับธุรกิจหรือไม่ ก็มี เพราะสินค้าเวย์ตาน่าเป็นของฟุ่มเฟือย ดังนั้น ถ้าจะตัดอะไรก็จะตัดพวกนี้ก่อน แต่ว่าเนื่องจากของเราเป็นกลุ่มเล็กและไม่ได้แกว่งมาก จึงไม่กระทบมาก ประมาณแค่ 20% ของยอดขาย และเป็นช่วงสั้นๆ เท่านั้น

ในแต่ละปีสัดส่วนการขายในประเทศและส่งออกในประเทศจะมากกว่า ส่วนใหญ่ขายในประเทศ แต่ว่าตลาดส่งออกในขณะนี้ เริ่มมากขึ้นแล้ว คิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของทั้งหมด

เคล็บไม่ลับหนทางทำตลาดต่างประเทศ

ปัจจุบันการทำตลาดต่างประเทศ เวย์ตาน่า จะไปหาพาร์ทเนอร์ในส่วนต่างๆ รวมทั้งออกงานแสดงสินค้า ซึ่งจะมีกลุ่มนักลงทุนที่สนใจ กลุ่มมาร์เก็ตติ้งที่สนใจ แล้วเราก็ไปทำตลาดในตลาดนั้นๆ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทมองว่า โลกเล็ก หรือ สมอลล์เวิลด์ ทุกประเทศมีคอนเซปต์คล้ายกันคือ มีคนต้องการสินค้าพรีเมียมเหมือนกันทุกประเทศ ดังนั้น คิดว่าทุกประเทศขายได้หมด ซึ่งขณะนี้เราขายในเอเชีย และได้รับผลตอบรับดี โดยแบรนด์ที่ขายในต่างประเทศของเราก็คือ แม็กแม็ก

ในไทยมีขายหลายที่ เลือกได้ตามสะดวก

สำหรับช่องทางการขายในไทย หลักๆ จะมีวางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ต เช่น ท็อปส์ วิลล่ามาร์เก็ต และเดอะมอลล์ เป็นต้น โมเดิร์นเทรดต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีขายในคอนวีเนียนสโตร์ เช่น ในแฟมิลี่มาร์ท ซึ่งวางขายทุกสาขาทั่วประเทศ โดยเฉพาะจำพวกบ๊วย ขณะเดียวกัน ยังร่วมกับเครืออมรินทร์วางขายในร้านหนังสือนายอินทร์ ทั้งนี้ สินค้าของเราเป็นสินค้าที่กลุ่มคนชอบเลือกสรรและชอบการอ่าน ซึ่งผลปรากฏว่า เมื่อวางขายแล้วขายดีมาก กลุ่มคนอ่านหนังสือมักจะหลับอยู่แล้วเลยซื้อบ๊วยไปกิน ส่วนในช่องทางออนไลน์นั้น มีในเพจของเวย์ตาน่า

ชี้ประสบความสำเร็จทุกวันเพราะเป็นงาน

วันนี้ คิดว่าประสบความสำเร็จในธุรกิจแล้วหรือยัง ถ้าถามตัวเองคิดว่าประสบความสำเร็จในทุกวัน เพราะเป็นงาน หรือธุรกิจที่ไม่มีที่สิ้นสุด คือ พอใจในวันนั้น อย่างวันนี้มีความสุขที่สุดแล้ว แต่ละวันเป็นการเรียนรู้ทั้งหมด แน่นอน อาจจะมีช่วงเวลาวิกฤติ ช่วงเวลาดี ช่วงเวลาไม่ดีอะไรต่างๆ เป็นการเรียรรู้ที่ทำให้วันนี้ เราดีมาก และค่อยๆ เดินไปเรื่อยๆ

อย่าอึ้ง…รักแล้วฝ่าฟันปัญหาได้ทุกอย่าง

ตนมีหลักในการบริหารธุรกิจอย่างแรกเลย คือ ความรัก ต้องมีความรักก่อน ถ้ารักแล้วเราก็จะทนได้ เหมือนสามีภรรยารักกันแล้วทนได้ อันนี้เหมือนกัน การทำแบรนด์ก็เหมือนการเลี้ยงลูก มีช่วงดื้อ ช่วงปวดหัว แต่ถ้ารักจะลืมเหตุผลบางอย่างไป จะมีความรู้สึกนำหน้าและช่วยให้ผ่านมาได้

ทั้งนี้ ระหว่างทำธุรกิจมามีปัญหาและอุปสรรคบ้าง ตั้งแต่เร่ิมจากแผงข้างถนน และเป็นธุรกิจทำขึ้นมาเอง ไม่ได้เป็นของครอบครัว ดังนั้น ไม่ได้ใช้เงินของครอบครัวเท่าไร ตัวอย่างปัญหา เช่น เมื่อสินค้าขายดีขึ้นมาก จะมีปัญหาทางไฟแนนซ์ ซึ่งต้องใช้ความรู้ หรือคุยกับธนาคารอย่างไร แรกๆ สมัยเร่ิมขายเม็ดบัวที่บางขุนนนท์ 20 กระปุกต่อวัน แต่ปัจจุบันเป็น 1,000 กระปุกต่อวัน ต้องทำอย่างไรบ้าง มีอะไรบ้าง ช่วงเปลี่ยนแปลงก็เป็นช่วงที่ต้องมีความอดทน และมองโลกในแง่ดีมาก จะค่อยๆ ผ่านไปในทางที่ดีขึ้น

ชี้การแข่งขันช่วยพัฒนาตลาดภาพรวม

การแข่งขันในธุรกิจนั้น หากเปรียบเทียบกับช่วงแรกๆ ขณะนี้ ตลาดใหญ่ขึ้นมาก ซึ่งดีมาก กำลังมองว่า เมื่อก่อนไม่ค่อยมีผู้เข้ามาในธุรกิจสินค้าขนมไทยและอาหารไทยแบบนี้ ถ้ามีก็รายใหญ่ไปเลย แต่ตอนนี้คึกคักมากขึ้น ถือเป็นเรื่องดี เพราะว่าทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกและมีสีสัน เนื่องจากเราบอกอยู่แล้วว่า แบรนด์นี้เกิดขึ้นจากการอยากช่วยแก้ปัญหาของผู้บริโภค ดังนั้น ถ้ามีของกินมากขึ้น คนไทยมีความสุข และเมื่อคนต่างประเทศมาก็รู้สึกว่าเมืองไทยพัฒนาด้านขนมดีขึ้นแล้ว แน่นอนเป็นปัจจัยแง่บวกทั้งตลาด ช่วยกันพัฒนาตลาด

เวย์ตาน่า วางแผนธุรกิจจากนี้ไว้ว่า ในไทยจะพัฒนาสินค้าต่อไป มีการเปลี่ยนแปลงด้านสินค้า อาจจะเพิ่มไลน์การผลิต หรือไลน์สินค้ามากขึ้น โดยจะโฟกัสสินค้าต่างประเทศมากขึ้น เพราะต่างประเทศมีคนจำนวนมาก เราเหมือนเป็นตัวแทนส่งสินค้าออกไป

พร้อมขายปีใหม่ จัดกระเช้าเฉพาะให้ช็อป

ส่วนช่วงนี้ เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เป็นช่วงขาย มีทั้งโปรโมชั่นและอื่นๆ ส่งเสริมการขาย ซึ่งปีนี้ทำกระเช้าของขวัญ 3 แบบ 3 ราคา แต่จริงๆ แล้ว มูลค่าสินค้าในกระเช้ามากกว่าราคา รวม ทั้งนำสิ่งของดีไซน์สวยงามใส่ลงไป แถมให้ลูกค้ามีทั้งตุ๊กตา กล่อง และอื่นๆ น่ารักๆ โดยนำสินค้าตัวเด็ดๆ หลักๆ บางตัวที่ยังไม่ได้ขายในไทย วางขายที่ต่างประเทศมาใส่ ดังนั้น ของเราดีอย่างหนึ่ง นั่นคือเป็นสินค้าของกินที่เป็นของดี เมื่อนำไปให้ใครก็กินจริงๆ ตอบโจทย์ทุกปีว่า ให้ใครได้แบ่งกันทั้งออฟฟิศ และกินได้มีการพูดถึงแบบปากต่อปาก สำหรับ เวย์ตาน่า เป็นชุดของขวัญขนมไทยขายดีอันดับ 1 มาหลายปี มากกว่า 5 ปีในซุปเปอร์ต่างๆ

สุดท้าย อยากฝากถึงผู้อ่านและผู้ทำธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี อยากจะให้มองเห็นคุณค่าและความสุขในปัจจุบันของเรา เมื่อพบคุณค่า ความสุข และความรักในปัจจุบันแล้ว จะมีกำลังใจมองเห็นสิ่งดีๆ อยู่รอบตัว แล้วทำสิ่งที่ดีๆ ได้ขึ้นอีกมาก ดังเช่น แบรนด์เวย์ตาน่า ที่มองที่ปัจจุบันแล้วจะพบสิ่งดีๆ เมื่อเรามีความสุขก็ให้คนรอบข้างได้.

เรื่องเล่าความสำเร็จ

 

Leave a comment