ราคาน้ำมันปรับตัวสูง ดันส่งออก พ.ย. ขยายตัว 10.19% สูงสุดรอบ 9 เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ธ.ค. 2559 13:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/821614


พาณิชย์ เผย ส่งออกเดือน พ.ย. ฟื้นตัวแรง ขยายตัว 10.19% สูงสุดในรอบ 9 เดือน หลังสินค้าอุตสาหกรรม เกษตร และสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน มูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น ส่วนยอดรวม 11 เดือน เหลือติดลบแค่ 0.05% มั่นใจทั้งปีพลิกกลับมาเป็นบวกแน่…วันที่ 26 ธ.ค.59 นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยถึงสถิติการค้าระหว่างประเทศของไทยว่า ในเดือน พ.ย.59 การส่งออกมีมูลค่า 18,911 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 10.19% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน เป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 9 เดือน นับจากเดือน ก.พ.59 ที่ขยายตัว 10.27% การนำเข้ามีมูลค่า 17,367.8 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 2.97% มีดุลการค้าเกินดุล 1,543.2 ล้านเหรียญฯ ส่วนในช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย.) ปี 59 การส่งออกมีมูลค่า 197,161.8 ล้านเหรียญฯ ลดลง 0.05% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้ามีมูลค่า 177,440.8 ล้านเหรียญฯ ลดลง 5.13% และเกินดุลการค้า 19,721 ล้านเหรียญฯ

“การส่งออกเดือน พ.ย. ที่กลับมาบวกได้สูงถึง 10.19% สะท้อนถึงการฟื้นตัวของการส่งออกของไทย โดยตลาดส่งออกสำคัญกลับมาขยายตัวได้ดีเกือบทุกตลาด สินค้าอุตสาหกรรม สินค้าเกษตร ก็ขยายตัวได้ดี ที่สำคัญ สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันกลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบกว่า 25 เดือน ตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น”

สำหรับการส่งออกทั้งปี 59 คาดว่าจะมีมูลค่า 214,200-214,900 ล้านเหรียญฯ หรือขยายตัวอยู่ระหว่างติดลบ 0.1% ถึงบวก 0.2% แต่มั่นใจว่าน่าจะบวกเกิน 0% ได้แน่นอน และการส่งออกจะกลับมาเป็นบวกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ส่วนปี 60 ประเมินว่าจะขยายตัวอยู่ระหว่าง 2.5-3% จากปีนี้

ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนให้มูลค่าการส่งออกปี 60 ขยายตัว มาจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ทำให้สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันส่งออกได้ราคาดีขึ้น สินค้าเกษตรมีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้น ทั้งยางพาราและน้ำตาลทราย เงินบาทที่อ่อนค่า ส่งผลดีต่อการส่งออก ขณะที่ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ ยังไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดเงินและตลาดทุนอย่างชัดเจน และตลาดใหม่อย่าง CLMV ยังขยายตัวได้ดี ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อเนื่องจนถึงปี 60

อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่เป็นไปอย่างล่าช้า โดยเฉพาะตลาดยุโรป ที่มองว่าจะมีปัญหาชะลอตัว ความกังวลในนโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐฯ ที่จะเป็นปัจจัยกดดัน และค่าเงินของประเทศคู่ค้าสำคัญอ่อนค่า ทั้งมาเลเซียและจีน ที่จะกระทบต่อการส่งออกของไทยไปยังประเทศดังกล่าว และกระทบต่อการส่งออกไปยังตลาดที่เป็นคู่แข่งกัน

นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวต่อถึงรายละเอียดการส่งออกในเดือน พ.ย.59 ว่า สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร กลับมาส่งออกได้เพิ่มขึ้น 12.7% โดยสินค้าที่ขยายตัวได้ดี เช่น ข้าว เพิ่ม 25.9%, ยางพารา เพิ่ม 15.6%, มันสำปะหลัง เพิ่ม 18.4, ผัก ผลไม้สดแช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป เพิ่ม 17.1%, ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป เพิ่ม 20.8% ส่วนน้ำตาล ลดลง 23.5%

ขณะที่ สินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 9.8% สินค้าสำคัญที่เพิ่มขึ้น เช่น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เพิ่ม 31.3%, เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เพิ่ม 34.8%, เม็ดพลาสติก เพิ่ม 10.9%, ผลิตภัณฑ์ยาง เพิ่ม 12.5%, อุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์ เพิ่ม 85.4% แต่อัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ ลดลง 10.9% เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ ลดลง 17.1% เครื่องนุ่งห่ม ลดลง 75% หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ลดลง 9.8%

ด้านตลาดส่งออก กลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นเกือบทุกตลาด โดยญี่ปุ่น เพิ่ม 22.5% จีน เพิ่ม 22% เอเชียใต้ เพิ่ม 11% CLMV เพิ่ม 3.5% ยูโรโซน (15 ประเทศ) เพิ่ม 13.8% สหรัฐฯ เพิ่ม 10.3% อาเซียน (9 ประเทศ) เพิ่ม 1.8%.

 

Leave a comment