…สู่ชีวิตที่มีคุณค่า… ในปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 มกราคม 2560 เวลา 10:34 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/473319

...สู่ชีวิตที่มีคุณค่า... ในปีใหม่

โดย…พระอาจารย์อารยะวังโส

เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา … อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ระฆังจะบอกเวลาครบ ๓๖๕ วัน คงจะดังกังวานแผ่กว้างไปทั่วทุกมุมโลก เพื่อส่งสัญญาณบอกให้สัตว์โลก ได้ตื่นขึ้นมาสำรวจชีวิตตนเองอีกครั้งอย่างจริงจัง

บนเส้นทางของชีวิตที่ดูเหมือนดำเนินทอดตัวไปข้างหน้า แต่หากสังเกตด้วยสติปัญญาจะพบว่า ที่แท้มันวนเวียนอยู่ในวงรอบที่แสดงความเป็นวัฏฏะ… มีปรากฏสามัญลักษณะ คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย หรือเกิดกับตาย

ความเป็นธรรมดาของความเกิด-ดับ … กลายเป็นความไม่ธรรมดาของสัตว์โลกที่ยากจะรู้จริงในสิ่งที่เห็น และยากที่จะเห็นจริงในสิ่งที่รู้… มันจึงรู้ผิด เห็นผิด ก่อเกิดวิปลาสแห่งจิตให้มีสัญญา จิต และทิฏฐิ วิปลาส อันนำไปสู่ความวิบัติ ที่ให้ผลที่สุดเป็นความทุกข์

เมื่อทิฏฐิผิดเพี้ยน เป็นมิจฉา… การปฏิบัติจึงดำเนินไปในทางมิจฉาปฏิบัติ… ที่สุดจึงวิบัติทั้งบรรพชิตที่ไม่รู้จักละ … ทั้งญาติโยมที่มากไปด้วยโลภะแม้ในการสร้างคุณความดี อย่าว่าแต่ทำความชั่ว

เรื่องของเรื่องจึงยุ่งไปหมดทั้งศาสนจักรและอาณาจักร ดังปรากฏให้เห็นเป็นความวุ่นวายอลเวงในสังคมพุทธศาสนาบ้านเรา … อะไรทำให้เป็นไป …สิ่งเหล่านี้เกิดปรากฏมีขึ้นได้อย่างไร ขอสาธุชนพึงใช้สติปัญญากรองดู…

แม้สังคมจะมีกฎหมาย กฎระเบียบ เข้ามาควบคุมดูแล เพื่อรักษาระบบคุณธรรมของสังคมไว้ แต่มันเป็นเพียงแค่เครื่องมือชั่วคราว ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นประโยชน์แห่งผู้ใช้มากกว่า ดังปรากฏว่า ใครมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ก็จะใช้อำนาจนั้นไปในทางที่อยุติธรรม ดุจโจรมีอาวุธสวมเครื่องแบบ

ทศพิธราชธรรม… จึงเป็นหลักธรรมเพื่อผู้บริหารประเทศ … ข้าราชการบริหารแผ่นดิน … นักการเมืองที่มุ่งหวังพัฒนาสังคมประเทศชาติ… ที่ต้องมีคุณภาวะทางจิตที่สมบูรณ์ด้วยศีลธรรม จริยธรรม คุณธรรม รวมย่อคือ คุณความดีในชั้นของมนุษย์…

 

คุณความดี … คุณธรรม มิใช่ต้นมะละกอ … ต้นมะม่วง จะได้ปลูกได้ตามใจชอบ ที่ไหนก็ได้ …แต่หากต้องปลูกสร้างขึ้นในดวงจิต … อันเป็นเครื่องหมายแห่งชีวิตที่เกิดมา… เมื่อจิตต้องมีความนึกคิด การสร้างคุณธรรมให้เกิดขึ้นจึงต้องมีธรรมวิธีเป็นเฉพาะ ที่จะนำไปสู่การรู้และเข้าใจเรื่องของจิต

การรู้จักจิต … จึงนำไปสู่การเรียนรู้ธรรมะในพระศาสนา เพราะชีวิตดำเนินอยู่ได้ด้วยเหตุปัจจัยของจิตยังมีอยู่… จิตแม้จะเป็นสิ่งลึกลับนามธรรม ก็สามารถเห็นลักษณะธรรมได้ โดยอาศัยสติปัญญาค้นคว้าตัวจิตให้พบ… เพื่อการอ่านจิตให้ออก … บอกจิตให้ได้ จะได้ใช้จิตให้เป็นประโยชน์ เพื่อการควบคุมจิตให้อยู่ในอำนาจของตน ไม่ควรตกอยู่ในอำนาจของจิต…

ผู้เจริญสติมีปัญญาชำระล้างกิเลส จนจิตสะอาด สร้างความรู้ถูกความเห็นถูกเกิดขึ้น … ก็ย่อมมีอำนาจคุณธรรมมาควบคุมความคิดความนึก …สามารถละออกจากอารมณ์ใดๆ ที่จะนำไปสู่การตกเป็นทาสของโลกนี้ได้… นี่คือชีวิตในวิถีพุทธที่สาธุชนควรเข้าถึง

โลกจะสว่าง จิตจะสงบ … อาณาจักรจะสวยงาม ศาสนจักรจะเรียบร้อย …ไม่ต้องมานั่งวิตกกังวล ไม่ต้องมานึกคิดก่อเวรกรรม… โลกก็เป็นไปตามโลก … ธรรมก็เป็นไปตามธรรม… จะอัตตา… ก็ธรรม จะอนัตตาก็ธรรม… ล้วนแล้วแต่ต้องละวาง… ถ้ารู้จริง … เห็นจริง … บริสุทธิ์จริง …สิ่งที่ปรากฏ คือ การไม่ถือมั่นอะไรในโลกนี้ด้วยปัญญาที่รู้จริงในโลก… ว่า… มันเป็นธรรมดา… มันเป็นอย่างนี้… จะไม่เปลี่ยนไปจากความเป็นอย่างนี้… สัตว์โลกจึงควรหยุดทุรนทุราย ปล่อยให้โลกเป็นไปตามธรรมอย่างรู้และเข้าใจ ก็จะถึงความสงบสุขของจิต ที่รู้จักคำว่า รู้… ละ… วาง… ด้วยสติปัญญาที่เกิดจากการพัฒนาจิต อันเป็นไปตามหลักสติปัฏฐาน ๔ ที่จะนำไปสู่มงคลชีวิตอย่างแท้จริงในเบื้องหน้าตลอดปี ๒๕๖๐

เจริญพร

 

Leave a comment