ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
25 ธันวาคม 2559 เวลา 09:19 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/472092

โดย…เอกชัย จั่นทอง
นาทีนี้น้อยคนนักที่จะไม่เคยได้ยินชื่อของ เทวพงศ์พันธ์ เมืองยม หรือ “โก้ พญายม” ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ในแวดวงชาวคุกรู้จักคอมมานโดชุดดำกันเป็นอย่างดี จะคอยปฏิบัติหน้าที่พิเศษร่วมกับทหารตำรวจจู่โจมปราบปรามยาเสพติด และจับสิ่งผิดกฎหมายในเรือนจำทั่วประเทศไทย ตามคำสั่งของ รมว.ยุติธรรม และอธิบดีกรมราชทัณฑ์
อย่างเหตุจลาจล เผาคุก ก่อม็อบ นักโทษแหกคุก “คอมมานโดชุดดำ” จะเข้าระงับเหตุและติดตามจับกุมนักโทษกลับมาได้ทุกราย นอกจากนี้ยังทำหน้าที่อารักขาบุคคลสำคัญที่เข้ามาทำกิจกรรมในเรือนจำ เขาคือนักบู๊ นักบุ๋น ทำงานอย่างตรงไปตรงมา จนได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชา ให้ทำภารกิจสำคัญบ่อยครั้ง และหลายคนอาจไม่เคยเห็นการทำงานของเขา เพราะ “คอมมานโดชุดดำ” มักทำงานในลักษณะปิดทองหลังพระ แต่วันใดที่ทองหลังองค์พระเต็มจนล้นออกมาข้างหน้า สิ่งเหล่านั้นก็จะปรากฏออกมาให้ผู้อื่นได้เห็น นั่นก็คือความดีและผลงานที่เขาทำไว้ตลอดชีวิตการรับราชการ
สำหรับ “โก้ พญายม” อดีตเป็นทหารรักษาพระองค์ กองพันทหารราบที่ 11 พัน 2 รอ. แล้วโอนมารับราชการกรมราชทัณฑ์ ปัจจุบันเป็นหัวหน้าคอมมานโดชุดดำเคลื่อนที่เร็ว สกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดสิ่งของผิดกฎหมายเข้ามาในเรือนจำทั้ง 143 แห่งทั่วประเทศ เป็นชุดทำงานที่ถูกกล่าวขวัญอย่างกว้างขวางในหมู่ชาวคุก ชื่อเสียงของเขาสร้างความหวาดกลัวในวงการเรือนจำไปทุกหนแห่ง ลุยปราบตั้งแต่เหนือจรดใต้ เรือนจำใดถูกเข้าค้น ย่อมได้สิ่งผิดกฎหมาย ไม่เคยรอดเงื้อมมือ และเขายืนยันว่า การทำงานทุกอย่างไม่เคยรังแกใคร แต่เราทำเพื่อชาติบ้านเมือง ถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะทำ
ทำให้กรมราชทัณฑ์พยายามจัดระเบียบเรือนจำทั่วประเทศ แก้ไขปัญหาสิ่งผิดกฎหมายในเรือนจำให้หมดไป หวังให้เรือนจำขาวสะอาด ตามนโยบาย “5 ก้าวย่างแห่งการเปลี่ยนแปลงราชทัณฑ์” ก้าวที่ 1 ควบคุมปราบปรามยาเสพติด ก้าวที่ 2 เน้นการจัดระเบียบเรือนจำทุกตารางนิ้ว ก้าวที่ 3 เน้นการฝึกวินัยผู้ต้องขัง ก้าวที่ 4 พัฒนาจิตใจด้วยหลักสูตรสัคคสาสมาธิ และก้าวที่ 5 เป็นการสร้างการยอมรับจากสังคม เป้าหมายทั้งหมดเพื่อให้เป็นเรือนจำสีขาว สร้างคนดีสู่สังคม
ทวพงศ์พันธ์
นอกจากนี้ “โก้ พญายม” ยอมรับว่า การทำงานในชุดปฏิบัติการพิเศษต้องเผชิญกับความท้าทายและเสี่ยงชีวิต แต่ทุกครั้งเวลาทำงานจะอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยปกปักรักษาตัวเอง และลูกน้องทุกคน เพื่อให้งานทุกอย่างราบรื่น อีกทั้งไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสียใดๆ จึงยึดมั่นเสมอว่าพระเครื่องและความดี คือ เกราะเพชรคุ้มภัยให้ตัวเองปลอดภัยจากอันตรายภัยพาลทั้งปวง
เราจึงไม่รอช้า ขอชมพระเครื่องของรักของหวงจาก “โก้ พญายาม” องค์แรกเป็น พระร่วง สนิมแดง กรุวังนารายณ์, พระปิดตาหลวงปู่ทับ เนื้อเมฆสิทธิ์ วัดอนงคารามวรวิหาร, เหรียญเสมาหลวงปู่ทิม เนื้อเงินลงยา, ยอดกระดิ่งลพบุรี, หลวงปู่ทวด รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ เนื้ออัลปาก้า, ฤาษี กรุวัดราชบูรณะ, นารายณ์ทรงสุบรรณ กรุบายน เขมร และองค์สุดท้ายราหูอมจันทร์ หลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง เรียกว่าพุทธคุณมีครบทุกด้าน ซึ่งพระทั้งหมดเป็นสิ่งเตือนใจเตือนสติในการปฏิบัติงานทุกเวลา
พระเครื่องของขลังมากมาย ทำไมเขาถึงยอมห้อยพระหนักบ่าหนักคอขนาดนี้ “โก้ พญายาม” รับสารภาพจากใจว่า ส่วนตัวมีความชื่นชอบสะสมพระเครื่องมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ตั้งแต่มาทำงานกรมราชทัณฑ์สมัยก่อนเจอเหตุร้ายมากมายจากนักโทษ อดีตนักโทษชอบแหกคุก มีการต่อสู้บ่อยครั้ง บางเหตุการณ์ก็ต้องส่งนักโทษหัวดื้อเหล่านั้นไปสู่นรก เพราะถ้าเราไม่ยิง มันฆ่าเราตายแน่นอน
แม้ภาพลักษณ์ของ “โก้ พญายม” จะดูดุดันลุยปะฉะดะ แต่ไม่เคยใช้ความรุนแรงใดๆ กับนักโทษเลย ซึ่งเขาย้ำว่า คนเราต้องมีทั้งพระเดชและพระคุณ เน้นวิธีพูดคุยเกลี้ยกล่อมนักโทษดีกว่า นักโทษ 1 คน ก็ 1 ปัญหา เราก็ต้องเรียนรู้และเข้าใจในชีวิตของนักโทษเหล่านั้นเช่นกัน คนร้อยพ่อพันธุ์แม่มาอยู่ด้วยกันย่อมมีสารพัดปัญหา ดังนั้นการพูดคุยคือทางออกของปัญหาทุกอย่าง
อย่างไรก็ตาม “โก้ พญายาม” ตั้งปณิธานกับตัวเอง ว่า เขาจะทำงานเพื่อกรมราชทัณฑ์ ที่สำคัญจะทำเพื่อแผ่นดินเพื่อชาติบ้านเมืองต่อไป “แม้ตัวเราจะตาย แต่เราก็ยังมีตำนานอยู่” โดยเชื่อว่าความดีจะตามเราทุกภพทุกชาติไป