คู่มือล้างระบบอุปถัมภ์ ล้างได้จริงหรือ?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253403

จะล้างได้จริงหรือ, การแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรม, สนช., เห็นชอบ, รายงาน, คู่มือ, ล้าง, ระบบ, อุปถัมภ์, ได้, จริง, หรือ, ล้างได้จริงหรือ, ระบบอุปถัมภ์

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 23 ธ.ค. 2559

คู่มือล้างระบบอุปถัมภ์ ล้างได้จริงหรือ?

สนช.เห็นชอบรายงานล้างระบบอุปถัมภ์ เล็งพิมพ์แจกสถานศึกษา หน่วยราชการ : ประภาศรี โอสถานนท์ สำนักข่าวเนชั่น รายงาน

            “ระบบอุปถัมภ์ เป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ที่ผ่านมาหลายฝ่ายพยายามระดมสมองหาทางแก้ไข แต่ก็เห็นได้ชัดว่ายังไม่สัมฤทธิ์ผล

ล่าสุดสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช. ) ได้พยายามหาทางแก้ไขปัญหานี้เช่นกัน โดยมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการศึกษาการแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรม ขึ้นมาพิจารณาศึกษา และได้ออกมาเป็นรายงานเรื่อง การแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรม มีเนื้อหาทั้งหมด 367 หน้า

            พล.ร.อ.ศักดิ์สิทธิ เชิดบุญเมือง ประธานกรรมาธิกาวิสามัญฯ ได้สรุปรายงานว่า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ระบบราชการและวัฒนธรรมการทำงานของราชการยังคงถูกแทรกซึมด้วยระบบอุปถัมภ์มาโดยตลอด ข้าราชการไทยส่วนหนึ่งยังยึดโยงกับความเชื่อในเรื่อง”ผู้ใหญ่-ผู้น้อย-การให้ความช่วยเหลือ- การฝากเนื้อฝากตัว- การทดแทนบุญคุณ-ข้าเก่าเต่าเลี้ยง” จึงเกิดระบบที่เรียกว่า เจ้านายเก่าลูกน้องเก่าที่ต่างอุปถัมภ์ค้ำชูช่วยเหลือตอบแทนกัน ทำให้ระบบอุปถัมภ์ยังคงฝังรากลึกไปทั้งระบบราชการไทย อีกทั้งยังพัฒนาการจากความสัมพันธ์ส่วนบุคคลมาเป็นความสัมพันธ์ในเชิงผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวพัน

“ปัจจุบันความสัมพันธ์ระหว่างภาคการเมือง ภาคธุรกิจ และข้าราชการประจำเป็นไปในลักษณะที่ไม่สมดุล ทำให้เกิดวงจรที่ข้าราชการผู้น้อยวิ่งเข้าหาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ส่วนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ก็จะวิ่งหานักการเมือง ในฐานะที่ผู้เข้ามาใช้อำนาจรัฐและมีอำนาจในการแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง และนักธุรกิจเข้ามาวิ่งเต้นในระบบราชการ เพื่อเสนอผลประโยชนฺตอบแทนให้ข้าราชการและนักการเมือง”

           พล.ร.อ.ศักดิ์สิทธิ กล่าวต่อว่า การใช้ระบบอุปถัมภ์ที่ยึดความพึงพอใจของบุคคลเป็นสำคัญ มิได้คำนึงถึงหลักคุณธรรม ความเสมอภาค ความรู้ความสามารถ ทำให้ข้าราชการขาดขวัญกำลังใจ คนเก่งคนดีไม่สามารถอยู่ในระบบได้ กลายเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริต ซึ่งระบบอุปถัมภ์ได้สร้างความเสียหายหลายมิติ และความเสียหายที่ประเทศชาติต้องสูญเสียไปนั้น กลับไปสร้างประโยชน์ให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ไม่ใช่ประโยชน์ของบ้านเมือง ทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติเกิดความไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรม

            “ระบบอุปถัมภ์สร้างความเสียหายใน3ด้านคือ ด้านการบริหารงานบุคคล ที่ทำให้ระบบราชการเสียโอกาสที่จะได้คนดีคนเก่งเข้ามาในระบบ ด้านการบริการประชาชน ทำให้ประชาชนมีค่านิยมที่ไม่ดีในการรับบริการจากภาครัฐ โดยมักหาช่องทางที่ต้องอาศัยเส้นสาย ความสัมพันธ์ส่วนตัว ด้านการทุจริตคอร์รัปชั่น มีการประกาศใช้กฏหมายและระเบียบที่เอื้ออำนวยต่อผลประโยชน์ของตนหรือพวกพ้อง

คู่มือล้างระบบอุปถัมภ์ ล้างได้จริงหรือ?

           พล.ร.อ.ศักดิ์สิทธิ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้กำหนดแนวคิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมออกเป็น 8 ด้าน คือ ด้านค่านิยมและวัฒนธรรม ด้านลักษณะของการเกิดระบบอุปถัมถ์ ด้านกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่ง ด้านนโยบายการปฏิบัติราชการ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้การแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทย โดยผ่านกระบวนการ “ปลูกฝังค่านิยม ปรับปรุงกฎหมาย ปฏิรูประบบราชการ สร้างการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคม

           นอกจากนี้ในรายงานยังมีข้อเสนอแนะการแก้ปัญหาระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทยได้แก่ 1.การดำเนินการด้านนิติบัญญัติ รัฐสภาควรทบทวนปรับปรุงกฎหมายที่มีช่องว่างให้เกิดระบบอุปถัมภ์ ให้มีความทันสมัย

           2.การดำเนินการด้านบริหาร ได้แก่การยกระดับการแก้ปัญหาอุปถัมภ์เป็นวาระแห่งชาติ การมีประมวลจริยธรรมที่ต้องมีจิตสำนึกและปฏิบัติอย่างจริงจังดังเช่นกฎเกณฑ์บางประเทศที่มีมาตรการป้องกันทุจริตคอร์รัปชั่น เช่น การห้ามรับของขวัญ รับเลี้ยง รับสินบน หรือเล่นกอล์ฟกับผู้มีส่วนได้ประโยชน์ การห้ามข้าราชการที่เกษียณอายุเป็นที่ปรึกษาให้ภาคธุรกิจที่ข้าราชการผู้นั้นเคยมีอำนาจในหน่วยราชการนั้นๆ อย่างน้อย 2ปี ตลอดจนการกำหนดระเบียบปฏิบัติราชการให้ผู้บริหารระดับสูงพึงระวังในการลดการมีผู้ติดตามหรือช่วยงานในกรณีพิเศษ เช่น การช่วยงานหน้าห้องให้เหลือน้อยลงเท่าที่จำเป็น เพื่อลดโอกาสการใช้ความใกล้ชิด ประจบสอพลอให้เกิดการอุปถัมภ์ที่ส่งผลกระทบด้านลบต่อความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ที่ทำงานในระบบปกติ

           3.ข้อเสนอการดำเนินการด้านตุลาการและกระบวนการให้ความเป็นธรรม ควรลดขั้นตอนกระบวนการเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้รวดเร็ว เป็นธรรม และเร่งเยียวยาผู้เสียหายทันที เมื่อรับทราบความเสียหายที่เกิดขึ้น และกรณีที่ป.ป.ช.ตรวจสอบพบในเบื้องต้นว่า ข้าราชการระดับสูงมีมูลความจริงเกี่ยวกับเรื่องที่ถูกร้องเรียน ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่จนกว่าคดีจะวินิจฉัยเสร็จ

           4.ข้อเสนอแนะการดำเนินการด้านสังคมและการรับรู้ ได้แก่ การจัดอบรมหลักสูตรปลูกฝังนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง ควรวางกรอบของหลักสูตรเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองอย่างแท้จริง มิใช่ประเภทที่หวังเข้ามาอบรมเพราะต้องการมีคนรู้จัก สนิทสนมในแวดวงต่างๆ โดยเฉพาะหลักสูตรของหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรม ต้องระวังให้มาก ไม่ให้ใช้โอกาสของความใกล้ชิดสนิทสนมการเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของหลักสูตรต่างๆมาแสวงหาประโยชน์ที่มิชอบด้วยกฎหมาย ก่อให้เกิดการอุปถัมภ์กันในลักษณะต่างๆ

           “เชื่อว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อระบบราชการไทยและประเทศชาติ หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำข้อเสนอของคณะกรรมาธิการไปปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพต่อระบบราชการ นำไปสู่ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้คณะกรรมาธิการจะจัดพิมพ์รายงานฉบับนี้แจกจ่ายให้กับหน่วยราชการ สถานศึกษาต่อไป ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าว

           จากนั้นที่ประชุมได้เปิดให้สมาชิกแสดงความคิดเห็น ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่อภิปรายสนับสนุนผลการศึกษานี้

            นายกล้านรงค์ จันทิก สนช. อภิปรายว่า ระบบอุปถัมภ์ฝังรากลึกในสังคมไทยมานาน และกระจายไปยังส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคทำให้คนที่ไม่มีความรู้ ความสามารถ หรือมีความเหมาะสมเข้าดำรงตำแหน่งใหญ่ ๆ คนที่ไม่มีอำนาจก็วิ่งเข้าหาคนมีอำนาจ คนมีอำนาจก็อาศัยราชการคอรัปชั่นทุจริต แม้ว่าเราจะมีการออกกฎหมายในการจัดการคนทุจริตคอรัปชั่น แต่กฎหมายก็ยังบังคับใช้ไม่ได้เต็มที่

           “สิ่งที่จะทำให้ปัญหานี้หมดไปคือแรงกดดันทางสังคม ที่เข้าไปกดดันผู้กระทำความผิดและใช้ระบบอุปถัมภ์เหมือนตัวอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตที่มีการฉ้อราษฎร์บังหลวง สังคมสมัยนั้นก็ใช้วิธีการกดดันไม่ยอมรับสิ่งที่ผู้นั้นกระทำ จนทำให้ไม่สามารถอยู่ในสังคมได้ ซึ่งส่วนนี้ผมเห็นว่าควรจะผลักดันและสร้างจิตสำนึกของคนในสังคมนี้ให้ได้

            นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. เสนอว่า เราคงต้องเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบกันเองก่อน เพราะสื่อมวลชนได้นำเสนอรายงานดังกล่าวออกสู่สาธารณชน ทั้งการเล่นกอล์ฟ การรับของขวัญ รับเป็นที่ปรึกษา ซึ่งคงต้องเริ่มต้นที่ตัวเราเองก่อน ในส่วนอื่นๆจะตามมาทั้งระบบกฎหมายและส่วนอื่นๆ

           หลังที่สมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวาง ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ ที่ประชุมก็มีมติให้ความเห็นชอบ

จากนี้คณะกรรมาธิการฯจะดำเนินการจัดพิมพ์รายงานฉบับนี้อีก 2800 เล่ม เพื่อแจกให้หน่วยราชการทั้งฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ รวมทั้งสถาบันการศึกษาและห้องสมุดทั่วไป หลังจากรอบแรกได้จัดพิมพ์แจกสมาชิก สนช.และผู้เกี่ยวข้องในการประชุมวันนี้จำนวน 500 เล่ม เนื้อหา 367 หน้า

นอกจากนี้จะพิมพ์ฉบับการ์ตูน เพื่อให้อ่านง่ายๆ เนื้อหาจะมีแค่ระเบียบข้อปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาระบบอุปถัมป์ อีกประมาณ 10,000 เล่ม เพื่อแจกจ่ายให้บุคคลทั่วไป

            แต่คำถามของหลายคนหลังเห็นรายงานฉบับนี้คือ นี่เป็นเพียงเรื่องนามธรรมหรือไม่ จะล้างระบบอุปถัมภ์ได้จริงหรือ?

Leave a comment