ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/253413
การเมือง : 23 ธ.ค. 2559
“นายกฯ”ขึ้นจ.น่านมอบหนังสือเข้าทำประโยชน์พื้นที่ป่าสงวน
“นายกฯ”ขึ้นจ.น่านมอบหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์พื้นที่ป่าสงวน ลั่นต้องไม่มีบุกรุกป่าอีก แนะปชช.เดินตามโครงการหลวง พัฒนาตนเอง ยันเป็นรบ.ของคนไทย 70 ล้านคน
23 ธ.ค. 59 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดินทางไปยังท่าอากาศยานน่านนคร จังหวัดน่าน
โดยในเวลา 09.30 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางถึงจุดชมวิวบ้านน้ำป้าก หมู่ 7 ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน โดยได้ฟังบรรยายสรุปเรื่อง “โครงการปลูกป่าสร้างคนบนวิถีพอเพียงรักษาต้นน้ำบรรเทาอุทกภัย จังหวัดน่าน” และเป็นประธานสักขีพยานในการมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
นายกฯ กล่าวว่า บรรยากาศที่นี่น่าอิจฉา กทม.มีแต่ความวุ่นวาย ถ้ารอบตัวมีพืชผักผลไม้ มีรายได้ที่เพียงพอจะเกิดอะไรขึ้นในประเทศ แต่ภาพเหล่านี้หายไปนานแล้ว ซึ่งวันนี้เราต้องช่วยกันแก้ปัญหาตามนโยบายที่วางไว้ และมีหลายเรื่องที่รัฐบาลเริ่มทำใหม่ รวมถึงการมอบที่ดินทำกินที่ไม่มีรัฐบาลไหนทำ หลังจากมีการบุกรุกผิดกฎหมายมานาน ดังนั้นอย่าไปโทษหรือโกรธเกลียดรัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นผู้ถือกฎหมาย โดยรัฐบาลอำนวยความสะดวกให้สามารถทำได้ ซึ่งวันนี้ทั้งรัฐมนตรีและข้าราชการทำงานตัวเป็นเกลียว ถ้าไม่เป็นเกลียวแสดงว่ามีอะไรสักอย่าง
“ สิ่งที่เข้ามาวันนี้ไม่ใช่แสวงหาผลประโยชน์จากท่าน แต่มาแสวงหาผลประโยชน์ให้ท่าน ด้วยมาตรการใหม่คิดใหม่มองอดีตปัจจุบันอนาคต บริหารด้วยข้อเท็จจริง ด้วยการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และทำงานร่วมกับสถาบัน รัฐบาล ภาคเอกชนประชาสังคม เดินแบบประชารัฐ เอาแนวทางในหลวง รัชกาลที่ 9 มาสืบทอดให้ได้ ” นายกฯ กล่าวนายกฯ กล่าวต่อว่า หลายสิบปีที่ผ่านมามีแต่พูดแล้วไม่ทำ วันนี้ต้องพูดแล้วทำไปด้วย ซึ่งไม่ใช่ทำวันนี่แล้วเสร็จพรุ่งนี้ และทำต่อไปในอนาคต รวมถึงต้องยอมรับการพัฒนาเปลี่ยนแปลงของโลก มองจากข้างนอกสู่ข้างใน ข้างในสู่ข้างนอก ระเบิดจากข้างในใจตัวเองตามหลักการของในหลวง รัชกาลที่ 9 อยากมีอยากได้ต้องนึกถึงคนรอบข้างด้วย ไม่ใช่แย่งชิงถูกผิดก็คิดว่าไม่เป็นไร ตรงนี้คือปัญหาบ้านเมือง
อย่างไรก็ตามรัฐบาลมีหลายมาตรการช่วยเหลือ กฎหมาย ข้อมูล ไม่ทันสมัยก็ต้องปรับ ถ้ามัวแต่ใช้ข้อมูลเดิมก็แก้ปัญหาไม่ได้ โดยเฉพาะการบุกรุกป่า ซึ่งต้องไม่มีอีกต่อไป ต้องมีมาตรการเฉพาะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแล และที่ผ่านมามีการผ่อนผันด้วยมาตรา 44 ให้มีการจัดให้ใช้พื้นที่แต่ไม่เป็นเจ้าของ ไม่เช่นนั้นก็จะขายกันอีก รัฐบาลต้องคิดว่าอะไรคือปัญหาของประเทศ และจะแก้ตรงไหน แล้วเข้าหาเป้าหมายเหล่านี้ ด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน โดยมีสติ ปัญญาในการทำอะไรก็ตาม ใช้แต่หลักการอย่างเดียวไม่ได้
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ยังไม่สายเกินไป เรื่องของผลผลิตการเกษตร อย่าทำแค่ผลผลิตเดียวแล้วจบ ต้องเพิ่มมูลค่าสินค้าให้ได้ วันนี้อย่างเรื่องข้าวมีการส่งเสริมขายรายวัน ไม่ใช่ส่งโรงสีหมด โดยทำควบคู่ไปมาตรการต่างๆส่งเสริมจากรัฐบาล ตนพยายามสร้างสตอรี่ ไปประเทศไหนตนเอาข้าวไปแจกเขา ไปอธิบาย สร้างสตอรี่ถึงประโยชน์ของข้าว อย่างที่ตนรับฟังมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถว่า ทรงพระราชทานมาว่า ข้าวมีผลต่อสุขภาพมาก นักกีฬาต้องกินข้าว ถ้าไม่กินข้าวก็ไม่มีแรง โดยเฉพาะนักกีฬากินไทยไม่กินข้าวไม่ได้ เพราะมีผลต่อพลังงาน แต่กินแล้วต้องใช้ให้หมด ทั้งหมดนี้เป็นการดูตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทางไปด้วยกัน เช่นเดียกับการพัฒนารถไฟ อย่างล่าสุดมีการปรับปรุงรถไฟชั้น 3 ที่ไม่ได้เป็นการซื้อใหม่เพียงอย่างเดียว ที่ไม่เคยทำมา 60 ปี
“เป็นสิ่งที่บ้านเมืองเราเกิดมาแบบนี้ พูดมาอย่างนี้ตลอด แต่ทำไม่ได้ ซึ่งรัฐบาล หน่วยงาน และประชาชนต้องร่วมมือกัน อยู่ที่ประชาชนเท่านั้น เพราะเป็นเจ้านายตน เป็นเจ้านายรัฐบาล ไม่ใช่รัฐบาลเป็นเจ้านายท่าน เมื่อเลือกเขามาแล้วใช้เขาให้ถูก อย่าเลือกผิด พูดไปอย่างนี้เดี๋ยวตนก็โดนด่าข้างนอกอีก แต่ตนพูดเรื่องจริง ไม่ได้ว่าใคร ดังนั้น ต้องแก้ไขกฎหมายให้ทันสมัย หรือให้มาตรการตามมาตรา 44 มาทำให้เกิดขึ้นให้ได้ วันนี้ ส่ิงสำคัญต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวเราเอง อย่างแรงงานไม่ใช่ทุกคนมาบอกอยากได้ค่าแรง 300 – 400 – 500 บาท แต่ไม่ยอมพัฒนาตัวเอง เมื่ออยากมีรายได้มากขึ้นต้องพัฒนาตัวเองต้องมีการเรียนรู้ ถ้าไม่พัฒนาแต่มาขอ 400 – 500 บาท มันก็ไม่เจ๊งหมด
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้รัฐบาลกำลังปฏิรูป เปลี่ยนแปลงทุกเรื่องทำใหม่ทั้งหมด โดยมีกฎหมายเป็นเครื่องมือในการแก้ แต่วันนี้กฎหมายออกมาก็มีปัญหาหมด ทุกคนชอบสงบ ชอบเรียบร้อย ชอบอะไรดีๆ แต่ไม่ชอบกฎหมาย อย่าลืมว่ากฎหมายเป็นส่ิงเดียวในโลกนี้ที่เท่าเทียม ทุกคนอยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน ต้องให้ทุกคนรู้สึกอย่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง หรือประชาชน ใครก็ตามต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน นั้นคือความเท่าเทียมจริงๆในโลกใบนี้ อย่าอื่นไม่มีหรอก เราเป็นประเทศประชาธิปไตยสากล ทุนนิยม เสรีนิยม มันก็ต้องเป็นแบบนี้ ยกเว้นเป็นแบบอื่น ซึ่งเราก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว วันนี้เราให้เกียรติข้าราชการ ถ้าทุกคนว่ากันไปมา ต่อต้าน มันก็เกลียดชังกันทุกคน ก็ทำอะไรกันไม่ได้อีก ต้องให้กำลังใจ ขณะที่ข้าราชการต้องอดทนเป็น 3 เท่าของประชาชน ตนห่วงการทำความเข้าใจข้างล่าง ถือเป็นส่ิงสำคัญที่สุด
นายกฯ ยังกล่าวว่า วันนี้รัฐบาลช่วยเหลือกำลังช่วยเหลือเรื่องข้าว ยางพารา ส่วนเรื่องข้าวโพดมีทั้งที่ปลูกในพื้นที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ที่ตอนนี้ที่ถูกกฎหมายขายได้กิโลกรัมละ 8 บาท แต่ที่ปลูกพื้นที่ผิดกฎหมายกำลังมีปัญหา แต่รัฐบาลกำลังหาทางช่วย แต่ต้องสัญญาก่อนว่าจะลดการปลูกที่ผิดกฎหมายไปให้ได้ ต้องช่วยกันเพราะตนต้องใช้กฎหมายแก้ปัญหานี้ ใช้มาตรการการเงินการคลัง หารือรมว.คลังว่าจะแก้ได้อย่างไร เพราะวันนี้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าปลูกพื้นที่ถูกกฎหมายหรือไม่ อย่าทำแบบนี้อีก ปลูกมาก็ขายไม่ได้ รัฐบาลก็ต้องมาแบกรับภาระ ปัญหารัฐบาลเวลานี้ก็เยอะอยู่แล้ว แก้ไม่รู้กี่ร้อยเรื่อง แก้ไปแก้มาตอนนี้เป็นพันเรื่องแล้ว
นายกฯ กล่าวอีกว่า โครงการปิดทองหลังพระ เป็นโครงการที่ต้องการให้ประชาอยู่ดีมีสุข จึงนำพระราโชบายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 มาคิดเพื่อเป็นจุดเริ่มต้น จากนั้นก็นำไปสู่การปฎิบัติ เช่น ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึง โครงการต่างๆ ตามดอยภาคเหนือ ท่านทรงเริ่มต้นทำการทดลองมาแล้วกว่า 4,000 โครงการ และเราต้องมาขยายทำเองกันได้แล้ว ขอให้ไปติดตามไปดูเขา วันหนึ่งถ้าเราไม่คิดเปลี่ยนแปลงตนเองก็จะอยู่แบบนี้จนแก่จนตาย ลูกหลานก็จะแย่กว่าเดิม เพราะพัฒนาไม่ทันเขา ทั้งนี้อย่าบอกว่าแผ่นดินนี้ไม่เคยให้อะไรกับท่าน ไม่ว่าจะดินทุกก้อน หินทุกเม็ด ผืนน้ำแผ่นดินที่ให้ท่านไว้คือการเกิดมาเป็นคนที่มีเสรีภาพไม่เคยเป็นอาณานิคมของใคร แผ่นดินนี้ให้ท่านมีชื่อ มีนามสกุล มีที่อยู่ โดยที่นี่เป็นผืนแผ่นดินไทยมาโดยตลอด อยู่ที่ท่านจะรักษากันยังไง อย่ากลับไปเหมือนเดิม ด้วยการทำลายป่า หรือปลูกพืชเพียงอย่างเดียวโดยหงวังจะได้กำไรมากที่สุด และการอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่จะต้องไม่เกิดขึ้น ตนจะเล่นงานทั้งสองทาง ทั้งผู้ให้และผู้รับ
นายก กล่าวว่า ตนยังสู้ไหวไม่มีทางยอมแพ้ อย่าไปฟีงใครว่านายกฯอ่อน นายกฯกลัว ตนไม่กลัวใคร แต่กลัวว่าแผ่นดินจะแย่ไปมากกว่านี้มากกว่า ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันหน้า ฉะนั้นข้าราชการต้องเป็นหลักในการทำงานทั้งหมด สิ่งใดที่มีปัญหากับข้าราชการส่งมาที่ตน จะสอบสวนให้หมด แต่ถ้าไม่เขาไม่มีหลักฐาน พูดส่งเดชมันอยู่กันไม่ได้ ไม่งั้นจะวุ่นกันไปหมด
“วันนี้เราพบกันด้วยใจอยู่แล้ว กับข้าราชการทั้งประเทศถึงผมไม่มานี่ผมก็คิดถึงท่านอยู่แล้ว เพราะผมคิดถึงใจของประชาขน นายกฯ ต้องคิดถึงใจคน 70 ล้านคน ไม่ใช่คิดถึงใจคนที่เลือกผมเข้ามา ซึ่งต้องเป็นอย่างนั้น แต่รัฐบาลต้องเป็นรัฐบาลของคน 70 ล้านคน ไม่ใช่ต้องเป็นคนของตำบลนู้นหรืออำเภอนี้มัน และหน้าที่ของ ส.ส. ที่ลือกมาในพื้นที่ เพื่อนำแผนงานของตัวเองในพื้นที่ออกมา เสนอให้กระทรวงพิจารณา ว่าตรงไหนควรเกิดก่อนเกิดหลัง ถ้าไปล็อคสเปคว่าอยู่ตรงนั้นตรงนี้ มันจะไปอยู่ตรงนั้นตรงนี้ มันจะมาถึงจ.น่านตรงนี้ไหม ไม่ถึงหรอกกว่า จะมาถึงก็รอจนกว่าเปลี่ยนรัฐบาลอีกข้างถึงจะมา ”นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขอขอบคุณชาวจ.น่าน ตนเห็นมีหลายต่อหลายท่านที่ไปกราบสักการะพระบรมมศพ ตนเห็นแล้วก็น่าชื่นใจ ซึ่งมีคนไทยหลายล้านคนแล้วที่ไปกรุงเทพฯ ในขณะนี้ ตนเข้าใจอยู่ว่าเป็นเรื่องที่เราเศร้าโศกเสียใจ แต่เราก็มีรัชกาลที่ 10 แล้วในขณะนี้ ซึ่งท่านก็ทรงรับสั่งว่าห่วงใยประขาชนเสมอ ให้ใช้แนวทางของสมเด็จพระบรมชนกนาถในการช่วย เหลือประชาชนให้มีความสุข นี่คือสิ่งที่เป็นพระมหากรุณาธิคุณจากสถาบัน ที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาตลอดยาวนาน ตนก็ขอกันว่าช่วยทำให้บ้านเมืองสงบสุข อย่าให้มีการบิดเบือน อย่าให้มีการขับเคลื่อนไปสู่ความขัดแย้ง ตอบโต้ ท่านดูแล้วก็จะรู้ว่าเป็นการบิดเบือน ต้องใข้สติปัญญาคิดวิเคราะห์ มีเหตุผล ในการจะเชื่อ จะฟังเรื่องในโชเชียลมีเดีย ตนแนะนำให้อ่านหนังสือจะดีกว่าดูโซเชียลมีเดีย เพราะตัวหนังสือนั้นมีจิตวิญญาณ มันจะให้เราคิดตามไปด้วยว่าคืออะไร ซึ่งโซเชียลมีเดียใช้กดนิ้วอย่างเดียวจิ้มไปจิ้มมา จิ้มถูกก็ดี จิ้มผิดคนอื่นก็เสียหาย ถึงต้องมีมาตราการมารองรับ ก็ต้องไปดูว่าควรทำอย่างไร ท่านจะยอมให้โซเชียลมีเดียมีสิ่งชั่วร้ายอย่างนี้อยู่ข้างในหรือ ไปหามาตราการมาแค่ไหนตนไม่รู้ เป็นเรื่องของข้อกฏหมายเขาคิดมาอย่างนั้น ก็ไปหามาตราการมาให้ทำกันให้ได้ ไม่ใช่ทำไม่ได้กันทั้งอัน มันก็อยู่กันที่เก่า แล้วท่านก็ไปดูเวบโป๊ ดูขายยาเถื่อนที่อันตราย มีการบิดเบือน มีการแฮคเข้ามาในระบบธุรกิจ ระบบเศรษฐกิจ นั่นคือโลกวันนี้เป็นแบบนั้นหมด เขาระวังกันหมด มีแต่ประเทศไทยที่ปลดล็อกให้หมด นี่คือสิ่งที่เป็นขยะที่อยู่ในระบบโซเชียล ต้องหามาตราการคัดขยะออก แต่คัดยังไงไปหาวิธีการมา รัฐบาลไม่ได้ต้องการไปแอบฟังท่านคุยกัน ไปฟังทำไม ไม่มีใครอยากรู้ คุยก็คุยไป เว้นแต่มันมีเรื่องออกมาว่าเวบไซด์นี้มันชั่วร้าย ก็ไปดู ขอหมายศาลให้เจ้าหน้าที่ไปดูว่าจะทำยังไง ไม่ใข่ว่าจะไปจับทุกคน
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินเข้าไปพบปะ ทักทาย และพูดคุยกับประชาชนที่มารอต้อนรับอย่างใกล้ชิด โดยนายกฯ กล่าวด้วยว่า “ใครมารับขึ้นรถตู้ไปไหน ไปประท้วง อย่าไปนะ เสียเวลาทำงาน ได้เงินน้อยไม่กี่ร้อยบาท และการทุจริตจะต้องไม่เกิดขึ้น อย่าไปยอมอำนาจมืด ถ้ามีให้มาบอก วันนี้ผมไม่ได้มาเพื่อหาเสียง”
ต่อจากนั้น นายกฯเดินทางต่อไปยังบ้านห้วยส้มป่อย เพื่อพบหารือกับภาคประชาสังคม และผู้นำชุมชนท้องถิ่นของจังหวัดน่าน และเดินทางต่อไปยังวัดภูมินทร์ เพื่อกราบนมัสการพระพุทธมหาพรหมออุดมสักยมุณีพระประธานจตุรพักตร์ในวิหารหลวง พร้อมถวายปัจจัยไทยธรรม แด่พระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ใน จากนั้นนายกฯได้เยี่ยมขมวัด และภาพจิตกรรมฝาผนัง โดยทีมัคคุเทศก์น้อยนำชม

