ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ธ.ค. 2559 06:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/823958

สำหรับผู้ประกอบการรายแรก ที่เข้าไปลงทุนและมีการผลิตเพื่อจำหน่ายไปยังพม่าแล้ว คือ บริษัท เอส.พี. เพ็ทแพค จำกัด และรายอื่นๆอยู่ในระหว่างการศึกษาการลงทุน ทำให้ในปีหน้า ก็จะเห็นการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งผู้ประกอบการทั้งหมดถือเป็นกลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกขั้นพื้นฐาน โดยการลงทุนนี้จะทำให้เกิดการรวมตัวเป็นคลัสเตอร์ พลาสติก เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันการส่งออกสินค้าไปในพม่าและในเอเชียใต้ คือ อินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา ฯลฯ โดยทั้ง 8 ราย มีกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกรวมกัน 40,000 ตันต่อปี
ขณะที่การลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวของบริษัทได้ดำเนินการผ่านบริษัท พีทีที โพลิเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (PTTPM) เป็นผู้สนับสนุนการขนส่งเม็ดพลาสติกให้กับผู้ประกอบการรับไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกชนิดต่างๆ และบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการจัดตั้งคลังสินค้า ที่เขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าว เพื่อใช้จัดเก็บวัตถุดิบเม็ดพลาสติกให้กับผู้ประกอบการที่จะมาตั้งโรงงานผลิตพลาสติก ในพื้นที่ และราคาเม็ดพลาสติกที่จัดจำหน่ายให้กับผู้ผลิต ก็เป็นราคาเท่ากับราคาที่ส่งมอบในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล
“เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด เป็นทำเลที่มีศักยภาพสำหรับจัดตั้งโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก เพราะมีความพร้อมทั้งด้านระบบสาธารณูปโภค-สาธารณูปการ การคมนาคมขนส่ง แรงงาน และได้รับสิทธิพิเศษทางด้านภาษีจากบีโอไอ โดยการลงทุนอุตสาหกรรมพลาสติกเพื่อการอุปโภค ได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีนิติบุคคล 8 ปี”
นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า บริษัทได้ตั้งเป้าหมายที่จะทำยอดขายเม็ดพลาสติกระหว่างปี 2560-2565 ในตลาดซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) รวมทั้งตลาดในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพื่อให้มียอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกให้ได้รวม 2 ล้านตัน หรือคิดเป็นมูลค่า 100,000 ล้านบาท โดยคิดราคาขายที่ 50,000 บาทต่อตัน เพราะมั่นใจว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มซีแอลเอ็มวี และเออีซี มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
“บริษัทจะลดสัดส่วนการส่งออกเม็ดพลาสติก ไปในภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะตลาดประเทศจีน ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนส่งออก 50% ของตลาดส่งออกรวมของบริษัท โดยจะลดลงเหลือ 25% เนื่องจากเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงและราคาไม่ดีนัก และจะนำผลิตภัณฑ์ที่ลดการส่งออกไปจีนมาจำหน่ายในเออีซี รวมทั้งกำลังพิจารณาเข้าไปลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ซึ่งภาพรวมทั้งหมดนี้ จะทำให้บริษัทสามารถเชื่อมโยงการค้าและการส่งออก ที่ทำให้เกิดศักยภาพในด้านการแข่งขันของอุตสาห-กรรมพลาสติกของประเทศไทย ครอบคลุมเออีซีได้ในระยะยาว”.