มาเร็วเคลมเร็ว 8 ข่าวดังยังไม่ทันกะพริบตาก็ไปซะแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 ธ.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/824218


ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอิทธิพลโลกยุค 4 จี กระแสโซเชียลกระหึ่มใครๆก็แชร์ข่าวสารไปหากันชั่วพริบตาทำให้ในรอบปีนี้ ได้เกิดปรากฏการณ์หนึ่งในแวดวงเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก

นั่นคือ “มาเร็ว เคลมเร็ว และไปเร็ว”

โดยหลากหลายธุรกิจที่ฮือฮามีลักษณะดังเปรี้ยงปร้าง แต่ดังยังไม่ทันกะพริบตา ก็ต้องรูดม่านชนิดไม่ทันตั้งตัว

ใครเผลอหยิบเรื่องราวเหล่านี้มาพูดคุย ก็อาจกลายเป็นคน ตกเวทีประวัติศาสตร์!!!

โปเกมอน โก โกไวสมชื่อ

กระแส “มาเร็ว เคลมเร็ว” ไม่เป็นสองรองใครในปีนี้ ต้องยกให้เกมออนไลน์นี้เลย “โปเกมอน โก” เกมไล่จับโปเกมอนและบรรดาสมุน ผู้เล่นออกตามหาโปเกมอน ที่โลดแล่นอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือในสภาพแวดล้อมจริง

แรกๆก็ฮือฮาสนั่นโลก เพราะ Niantic ผู้ผลิตเกม ได้นำเทคโนโลยีแผนที่จากกูเกิลแม็ปมาสวมเข้ากับเกมได้อย่างสมจริง โดยเริ่มให้ดาวน์โหลดฟรีอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 ก.ค.2559

เริ่มเปิดตัวใน 3 ประเทศแรกก่อน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จากนั้นทยอยขยายบริการในประเทศ อื่นๆทั่วโลก ซึ่งรวมทั้งประเทศไทย ภายใน 1 เดือน มียอดกดดาวน์โหลดเกมนี้ทะลุ 100 ล้านครั้ง

ที่เมืองไทย แรกๆก็เกิดฟีเวอร์หนัก เรียกได้ว่าใครไม่โหลดเกมนี้เข้ามาในมือถือ จัดว่าเชยถึงที่สุด

แต่พอโหลดได้ไม่ถึงเดือน เพิ่งจะหัดขว้างลูกบอลจับตัวโปเกมอนได้แม่น

อ้าว… เผลอแว่บเดียว เกมนี้เลิกฮิตไปเสียแล้ว

ทำเอาบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เจ้าของลิขสิทธิ์โปเกมอน โก แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ยังมึนไม่หายจนถึงขณะนี้!!!

“พร้อมเพย์” พร้อมไม่จริง

อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่ดังสนั่นในรอบปีต้องยกให้ “พร้อม เพย์” (PromptPay) ที่ทั้งรัฐและธนาคารต่างๆ พากันประโคมโหมสนั่นว่าดีเลิศประเสริฐศรี

เพราะจะทำให้การทำธุรกรรมธนาคารสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น จากนี้ไปการโอนเงินจะเป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องจำเลขบัญชีธนาคาร มีแค่เบอร์มือถือหรือเลข

บัตรประชาชนก็โอนได้สะดวกทุกที่ และค่าธรรมเนียมยังถูกลง

บรรดาธนาคารพาณิชย์พากันโหมโฆษณาเปิดศึกชิงประชาชนมาสมัครใช้กับธนาคารของตนเอง มีทั้งแจกรถยนต์ แจกทองคำ และเปิดให้โอนเงินฟรี เปิดให้ลงทะเบียน 15 ก.ค.59 พร้อมประกาศให้บริการปลายเดือน ต.ค.ปีนี้

แต่สุดท้ายกลายเป็นกิ้งกือตกท่อ เพราะ “พร้อมเพย์” ยังไม่มีความพร้อมในการเชื่อมข้อมูลระหว่างธนาคาร

ต้องเลื่อนการใช้ “พร้อมเพย์” ไปเป็นไตรมาสแรกปีหน้า

ส่งผลให้ธนาคารต่างๆ ต้องหยุดตีปี๊บ “พร้อมเพย์” ตั้งแต่ยังไม่ทันออกสตาร์ต!!!

แชร์ “ม่านฟ้า-เก๋” รูดม่านเร็วจัง

อีกหนึ่งปรากฏการณ์มาเร็วเคลมเร็ว สุดฮือฮารอบปีนี้ เห็นจะไม่พ้นกรณี 2 เน็ตไอดอลสาวประกาศชักชวนระดมเงินจากแฟนคลับและผู้ติดตามผ่านไอจีและเฟซบุ๊ก เพื่อไปลงหุ้นลงทุนในธุรกิจสบู่และเครื่องสำอาง

“ไฮโซม่านฟ้า” นางสาวอรปภัตร จันทรสาขา และ “เก๋ เลเดอเรอร์” นางสาวกันยกร ศุภการค้าเจริญ

โฆษณาจูงใจสวยหรู ว่าเป็นการลงทุนโดยให้ผลตอบแทนสูงในทุกเดือน ไร้ความเสี่ยง

ในที่สุด ก.ล.ต.ในฐานะผู้คุมกฎทนไม่ได้ ต้องออกหนังสือเชิญสองสาวมาให้ข้อมูล ว่าการเชิญชวนลักษณะนี้เข้าข่ายผิดกฎหมายหลักทรัพย์ แถมยังเสี่ยงจะเข้าข่ายเป็นแชร์ลูกโซ่ หลอกลวงฉ้อโกงประชาชน

จากนั้นไม่ถึง 1 สัปดาห์ “ไฮโซม่านฟ้า” ยอมยกเลิกโครงการ ส่วน “เก๋ เลเดอเรอร์” บ่ยั่น ยังเดินหน้าต่อ

ก่อนที่ในท้ายที่สุด ทั้งสองสาวได้ถูก ก.ล.ต.กล่าวโทษข้อหาระดมทุนขายหุ้นกู้โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมส่งเรื่องต่อให้หน่วยงานตรวจสอบต่อว่าจะเข้าข่ายความผิดกฎหมายการเงินอื่นอีกหรือไม่

เรียกว่างานนี้มาเร็วเคลมเร็ว…ของจริง!!!

ปลัดดิจิทัล ไปไวสมชื่อ

ฮือฮากันไม่ทันไรเมื่อมีการเปลี่ยนชื่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) มาเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

โดยมี นางทรงพร โกมลสุรเดช ได้ขึ้นป้ายเป็นปลัดกระทรวงดีอีคนแรก

แต่ปรากฏว่าได้นั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงใหม่เพียง 50 วัน ก็เจอ ม.44 เด้งฟ้าผ่าให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถมให้มีผลทันที

ทำเอานะจังงังกันทั้งกระทรวง รวมทั้งเจ้าตัว

เพราะกระทรวงดีอียุค “บิ๊กจิน” พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐบาลมอบหมายให้ดำเนินโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศไทย ผ่านโครงการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน

แต่ปรากฏว่าโครงการนี้อืดสนิท จนถึงเดือน ต.ค.ปีนี้ ก็ยังไม่สามารถปักหมุดอินเตอร์เน็ตได้แม้แต่หมู่บ้านเดียว และยังมีปัญหาความขัดแย้งกันภายในกระทรวงดีอี

จึงอย่าแปลกใจที่ “ทรงพร” เจอ ม.44 เด้งเข้ากรุ!!!

ทีวีดิจิทัล มาเร็วเจ๊งเร็ว

จากเดิมที่ทำท่าจะเป็นธุรกิจดาวรุ่งพุ่งแรง แต่ยังไม่ทันไร กลับกลายเป็นธุรกิจร่วงเร็วซะงั้น

เพราะแรกๆ ที่ กสทช.เปิดประมูลทีวีดิจิทัลเมื่อปลายปี 2556 มีความคึกคักมาก เอกชนแห่มาประมูลสนุกสนาน จนได้ราคาประมูลรวมกันถึง 50,862 ล้านบาท เพราะใครๆก็อยากเป็นเจ้าของช่องทีวีดิจิทัล

แต่คล้อยหลังการประมูล เกิดเหตุไม่คาดคิด ทั้งเรื่องสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยทั้งเศรษฐกิจในประเทศและเศรษฐกิจโลก

ดังนั้น พอออกอากาศทีวีดิจิทัลได้ไม่ทันไร ธุรกิจทีวีดิจิทัลก็ส่อแววไม่สดใส ออกอาการร่อแร่ เริ่มจากช่อง 15 โลก้า และช่อง 17 ไทยทีวี ของ “เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ต้องกลายเป็น“จอดำ”

จากนั้นก็มีข่าวตระกูลสิริวัฒนภักดี ทุ่มเงิน 850 ล้านบาท ซื้อหุ้นบริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง จำกัด เจ้าของทีวีดิจิทัล ช่องอัมรินทร์ทีวี 34 ตามด้วยทีวีดิจิทัล ช่องวัน เครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ให้ น.ส.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ ลูกสาว นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ และยังเป็นเจ้าของทีวีดิจิทัล พีพีทีวี เข้าไปถือหุ้นใหญ่ 50%

หลับตาก็รู้ว่าปีหน้ายังจะมีข่าวเขย่าขวัญวงการทีวีดิจิทัลเกิดขึ้นอีกหลายระลอก!!!

โน้ต 7 ยังไม่ทันใช้ก็ไปเสียแล้ว

พอมีข่าวซัมซุงจะออกมือถือใหม่ “กาแล็กซี่ โน้ต 7” ได้ทำให้บรรดาแฟนคลับเฮสนั่นทั่วโลก

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มีข่าวตามว่ารุ่นใหม่นี้จะมียอดจองถล่มทลาย

ซัมซุงใหม่รุ่นนี้ก็เหมือนกับรุ่นก่อนๆที่จะทยอยวางขายในแต่ละประเทศไม่พร้อมกัน โดยเริ่มวางตลาดที่สหรัฐอเมริกาก่อน จากนั้นถึงไปวางขายยังประเทศอื่นๆต่อไป

แต่ไม่รู้ว่าซัมซุงใส่ลูกเล่นในกาแล็กซี่ โน้ต 7 มากเกินไป หรือเครื่องบางเกินไป หรือมียอดจองร้อนระอุ ทำให้หลังจากวางขายที่สหรัฐฯและในอีกบางประเทศไม่ทันไร ได้มีข่าวว่ามือถือรุ่นนี้เกิดไฟลุกไหม้ขณะกำลังชาร์จแบตทั้งที่สหรัฐฯ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และออสเตรเลีย

แม้ว่าซัมซุงจะรีคอลเรียกมาแก้ไขใหม่ แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาไฟลุกไหม้ได้

สุดท้าย ซัมซุงต้องโยนผ้าขาว ประกาศยุติการผลิตและขายกาแล็กซี โน้ต 7 อย่างถาวรเมื่อ 10 ต.ค.2559

งานนี้มาเร็ว เคลมเร็ว สมชื่อ เพราะยังไม่ทันวางขายที่บ้านเรา ก็ประกาศเลิกขายเสียแล้ว!!!

“เห็บสยามโมเดล” เกือบไปตามเห็บ

“สมชัย สัจจพงษ์” นั่งเป็นปลัดกระทรวงการคลังอยู่ตั้งนาน ยังไม่เคยได้เป็นข่าวใหญ่เสียที

แต่ครั้นพอพูดเรื่อง “เห็บสยาม โมเดล” แค่วันเดียว ก็ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ฮือฮาสมใจทั่นปลัด

แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นข่าวดีหรือไม่ดีก็ไม่รู้ ที่แน่ๆ หลังการเสนอ “เห็บสยาม โมเดล” เพียงวันเดียว แนวคิดนี้ก็ถูกโยนทิ้งลงขยะในทันที แถมเจ้าตัวยังร้อนๆหนาวๆ เสียวว่าจะโดนเด้งเข้ากรุ

ข่าวใหญ่นี้เริ่มจากปลัดสมชัยไปกล่าวในงานสัมมนาของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2559 ได้นำเสนอโมเดลเศรษฐกิจไทย ควรเป็น “เห็บสยาม โมเดล” โตไปกับประเทศต่างๆแต่ไม่ทรุดตัว

คือ จะเป็นเห็บไปเกาะประเทศที่โตดี เช่น จีน อินเดีย หรือแอฟริกาใต้ หากประเทศเหล่านี้โต ไทยจะโตตามไปด้วย กินจนอ้วน แต่เมื่อเกิดเศรษฐกิจขาลง เราจะย้ายไปโตกับประเทศอื่นแทน

คล้อยหลังการพูดเพียงชั่วข้ามคืน แนวคิดนี้ก็โดน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จวกลั่นที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยกล่าวว่า

“ผมคิดว่าแนวคิดนี้พูดเกินไปหน่อย จึงได้สั่งการให้ยกเลิกไปแล้ว”.

หวยรัฐ 80 บาท ทำได้แค่มโน

หนึ่งในพันธกิจสำคัญที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หมายมั่นปั้นมือตั้งแต่เข้ามา คือจัดการไม่ให้การซื้อขายลอตเตอรี่ หรือสลากกินแบ่งรัฐบาล แพงกว่าราคาที่ระบุไว้บนสลาก

นั่นคือ ไม่ให้เกินคู่ละ 80 บาท

จึงมอบหมายให้ พลโทอภิรัชต์ คงสมพงษ์ หรือ เสธ.แดง นั่งควบในตำแหน่งประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมมอบโจทย์ข้อใหญ่ในการจัดการเรื่องนี้ให้จงได้

แต่ดูเหมือนงานนี้จะไม่หมู เพราะไม่ว่าจะใช้มาตรการใดๆ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น

ไม่ว่าจะเป็นการให้ส่วนลดแก่ผู้ค้าสลาก พร้อมเพิ่มยอดการพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาลจากเดิม 74 ล้านฉบับ หรือ 37 ล้านฉบับคู่ต่องวด จนปรับเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านฉบับ หรือ 60 ล้านฉบับคู่

ดูเหมือนแรกๆปัญหาการขายสลากเกินราคาจะค่อยๆคลี่คลาย จนมาอยู่ในราคาคู่ละ 80 บาท

แต่คล้อยหลังแค่ 3-4 เดือนหลังจากนั้น ปรากฏว่าลอตเตอรี่ก็กลับมาขายกันคู่ละ 100 บาทถึงคู่ละ 120 บาท

จบข่าว!!!

ทีมเศรษฐกิจ

Leave a comment