ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ธ.ค. 2559 05:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/821490

มาตรการภาษีหนุนเที่ยวช่วงสงกรานต์ ที่ทางรัฐบาลเปิดให้ประชาชนนำค่าใช้จ่ายในการเที่ยว-กิน-นอน ระหว่างวันที่ 9-17 เมษายน 2559 มาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งมาตรการนี้ ผู้ที่ต้องเสียภาษีในอัตราสูงและมีแผนท่องเที่ยว หรือพาครอบครัวไปทานอาหารในช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็จะได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ เลยทีเดียว
รัฐบาลแจกเงินให้ผู้มีรายได้น้อย โดยมอบเงินช่วยเหลือคนฐานราก ที่มีรายได้ไม่เกินปีละ 30,000 บาท รายละ 3,000 บาท และผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาท แต่ไม่เกินปีละ 100,000 บาท รายละ 1,500 บาท
สำหรับผู้ที่ได้รับเงินในครั้งนี้ จะต้องเป็นผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียนผ่านธนาคารรัฐ 3 แห่ง ซึ่งปรากฏว่ามีผู้มาลงทะเบียนถึง 8.3 ล้านราย และกระทรวงการคลังก็ได้เริ่มทยอยจ่ายเงินให้ประชาชนแล้วค่ะ

โครงการช็อปช่วยชาติ นำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการ มาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท
เมื่อไม่นานมานี้ กับโครงการช็อปช่วยชาติ เป็นของขวัญที่รัฐบาลมอบให้ประชาชนในปีที่แล้ว และได้ถูกนำมาใช้อีกครั้งในปีนี้ ซึ่งได้มีการปรับปรุงมาตรการให้ดียิ่งขึ้นด้วย ทั้งการขยายระยะเวลาของมาตรการออกไปเป็น 15 วัน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ นำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการ ระหว่างวันที่ 14-31 ธ.ค.59 มาลดหย่อนภาษีเงินได้ตามจำนวนจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท
อีกหนึ่งมาตรการที่เกี่ยวเนื่องกันอย่าง มาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว เป็นของขวัญสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเดินทาง สามารถนำเอาค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1-31 ธ.ค.59 มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2559 จำนวน 15,000 บาท ซึ่งเพิ่มเติมจากมาตรการช็อปช่วยชาตินั้น สามารถหักลดหย่อนได้ถึง 30,000 บาท
สำหรับผู้ที่จะได้สิทธิประโยชน์จากภาษีท่องเที่ยวต้องเป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น และต้องเป็นการจ่ายค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเท่านั้น
โครงการบ้านประชารัฐ เป็นของขวัญสำหรับคนรายได้น้อยอายุ 20 ปีขึ้นไป ที่อยากมีบ้านหลังแรกราคาหลังละไม่เกิน 1,500,000 บาท โดยภาครัฐจะปล่อยสินเชื่อวงเงิน 70,000 บาท แบ่งเป็นสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการภาคเอกชนภาคอสังหาริมทรัพย์สร้างที่อยู่อาศัย วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ผ่านธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ส่วนอีก 4 หมื่นล้านบาท เป็นสินเชื่อให้ประชาชนกู้ซื้อบ้านผ่านธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ แห่งละ 2 หมื่นล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินงาน 2 ปี
ส่วนผู้ที่มีบ้านอยู่แล้ว สามารถขอสินเชื่อเพื่อซ่อมแซมและตกแต่งที่อยู่อาศัยได้ ในวงเงินกู้ไม่เกิน 5 แสนบาท คิดดอกเบี้ยเท่ากับกรณีที่กู้บ้านไม่เกิน 7 แสนบาท แต่มูลค่ารวมของที่ดินและที่อยู่อาศัยที่จะขอกู้เพื่อซ่อมแซมหรือต่อเติมต้องไม่เกิน 1.5 ล้านบาท

การยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์สายตะวันออก) และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (ถนนกาญจนาภิเษก) ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 29 ธ.ค. 2559 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 4 ม.ค. 2560 รวม 7 วัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว ให้ประชาชนสามารถเดินทางได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ลดปัญหาการจราจรหน้าด่าน และลดการใช้พลังงานของประเทศ และเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน
การพลิกโฉมรถไฟไทยกับรถไฟตู้นอนขบวนใหม่ โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ปรับปรุงรถไฟโดยสารชั้น 3 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตการเดินทางของประชาชนทางรถไฟให้มีความสะดวกสบาย รวดเร็ว สะอาด และปลอดภัย โดยปรับปรุงในระยะแรกจำนวน 20 คัน เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน และจากนั้นจะทยอยปรับปรุงอย่างต่อเนื่องรวม 148 คัน ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการรถโดยสารโฉมใหม่เต็มรูปแบบในวันที่ 26 มีนาคม 2560
ทั้งนี้ รถไฟขบวนใหม่นี้ ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากประชาชน เรียกได้ว่าจองตั๋วกันข้ามปีเลยทีเดียว

ส่วนในปี 2560 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ข้อมูลจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดท.) รายงานผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับของขวัญปีใหม่ที่ต้องการจากรัฐบาล พบว่าเรื่องที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2560 ใน 5 อันดับแรก คือ การแก้ปัญหาสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้มีราคาแพง รองลงมา ได้แก่ การแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน การแก้ไขปัญหาผลผลิตทางการเกษตรไม่ให้มีราคาตกต่ำหรือพยุงราคา การจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ และการแก้ไขปัญหาว่างงานหรือจัดหาอาชีพ
ฉะนั้น ของขวัญปีใหม่ในปี 2560 ที่รัฐบาลเตรียมให้ประชาชนจะมีอะไรบ้าง? และจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้หรือไม่นั้น? ต้องมาลุ้นกันต่อ!

ด้าน ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง และ อดีตกรรมการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความเห็นต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2559 ที่ผ่านมาว่า อัตราการว่างงานโดยเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะสาขาที่เทคโนโลยีจะเข้ามาทดแทนการทำงาน ขณะที่ยังคงมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานด้านช่วงเทคนิคและแรงงานระดับล่างต่อไป
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจที่กระเตื้องขึ้นต่อเนื่อง ยังไม่สามารถเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ เนื่องจากขาดนวัตกรรม ระบบการศึกษา ระบบวิจัย คุณภาพทรัพยากรมนุษย์ยังคงอ่อนแอ จึงมีเพดานจำกัดในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะปานกลางและระยะยาว นอกจากนี้ยังไม่ได้เป็นประเทศที่มีระบบนิติรัฐและนิติธรรมเข้มแข็งนัก ขาดยุทธศาสตร์ในการบูรณาการทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ประเทศที่ชัดเจน แม้นมียุทธศาสตร์ก็ไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดขึ้นจริง
ขณะที่ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ปัญหาความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ การกระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำยังไม่ดีนัก และมีแนวโน้มแย่ลงได้อีก หากยังแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้วยมาตรการประชานิยมระยะสั้น เพราะจะสร้างวัฒนธรรมอุปถัมภ์เป็นอุปสรรคต่อความเป็นประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.อนุสรณ์ ได้ให้ข้อเสนอแนะในทางนโยบายต่อรัฐบาลทิ้งท้าย ดังต่อไปนี้ ข้อแรก แรงกดดันจากลัทธิกีดกันทางการค้าเพิ่มสูงขึ้น ระบบการค้าพหุภาคีและการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจอ่อนแอลงในบางภูมิภาค พลวัตนี้เป็นความเสี่ยงต่อภาคการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศของไทย ขณะเดียวกันทำให้เกิดโอกาสของการเปิดเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีในระดับทวิภาคีเพิ่มขึ้น รัฐควรเร่งกำหนดทบทวนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระหว่างประเทศใหม่ วางยุทธศาสตร์การค้าการลงทุนระหว่างประเทศเพื่อให้ “ไทย” พัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน
ข้อสอง ต้องเปลี่ยนแนวทางการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้วยมาตรการประชานิยมระยะสั้น มาเป็น ระบบสวัสดิการโดยรัฐที่มีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืนทางการเงินการคลัง
ข้อสาม เร่งดำเนินการปฏิรูปการศึกษาและระบบวิจัย ตามยุทธศาสตร์แผนการศึกษาชาติ 15 ปี และแผนยุทธศาสตร์ฉบับ 8 ของสภาวิจัยแห่งชาติ
ข้อสี่ เพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณพร้อมกับเร่งให้เกิดความคืบหน้าในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งคมนาคม และระบบบริหารจัดการน้ำ
ข้อห้า ใช้มาตรการภาษี มาตรการการเงิน มาตรการลงทุนทางด้านวิจัย มาตรการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้ภาคส่งออกไทยกลับมาขยายตัวเป็นบวกและสามารถแข่งขันได้

ข้อหก พัฒนาระบบนิติรัฐให้เข้มแข็ง โดยเฉพาะกฎหมายเกี่ยวกับการค้า การลงทุน และการแข่งขันที่เป็นธรรม มีความคงเส้นคงวาของการดำเนินนโยบาย สร้างระบบธรรมาภิบาล ขจัดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน การติดสินบน ลดขั้นตอนในการทำงานและลดอำนาจดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ลดต้นทุนของภาคธุรกิจอันเกิดจากความขาดประสิทธิภาพและความล่าช้าของระบบราชการและรัฐวิสาหกิจ
ข้อเจ็ด ปรับขนาดของระบบราชการและรัฐวิสาหกิจให้ลดลง และเพิ่มประสิทธิภาพสูงขึ้น จ่ายค่าตอบแทนให้สูงขึ้นในระดับเดียวกับเอกชน ทำให้แปรรูปรัฐวิสาหกิจในกิจการที่เอกชนทำได้ดีกว่า และบรรลุภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า
ข้อแปด ส่งเสริมให้มีการปรับความสัมพันธ์เชิงอำนาจในสังคม ผ่านกลไกประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง และเพิ่มอำนาจให้กับคนที่มีอำนาจน้อย เพื่อให้เกิดดุลยภาพทางอำนาจของกลุ่มต่างๆ ในสังคม สิ่งนี้จะนำมาสู่การแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมต่างๆ
ข้อเก้า นโยบายต่อภาคเกษตรกรรม มีมาตรการเพิ่มผลิตภาพ มาตรการลดต้นทุน มาตรการทางการตลาด ควรมีการกำหนดเพดานการถือครองที่ดินและจัดตั้งธนาคารที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ข้อสิบ ควรมีการทบทวนเพื่อให้มีการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำอย่างเหมาะสม ปรับเปลี่ยน “กองทุนประกันสังคม” ให้เป็นองค์กรมหาชน จัดตั้งธนาคารเพื่อผู้ใช้แรงงาน โดยให้กองทุนประกันสังคมถือหุ้น
ข้อสิบเอ็ด เร่งรัดการก่อหนี้เพื่อนำมาลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมาย ศึกษาและพิจารณาเพื่อปรับเปลี่ยนหน่วยงานจัดเก็บภาษี จากหน่วยงานราชการมาเป็นองค์กรมหาชน ภายใต้การกำกับของรัฐบาล
ข้อสิบสอง ดำเนินการเพื่อให้ “ประเทศไทย” กลับคืนสู่ประชาธิปไตยและมีการเลือกตั้งตามโรดแม็ป หากไม่สามารถดำเนินการได้ตามกรอบเวลา ต้องมีคำอธิบายที่มีเหตุผล เพื่อไม่กระทบต่อความเชื่อมั่น หากทำไม่ได้ จะกระทบภาคการลงทุนอย่างมาก โดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศ.