ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ธ.ค. 2559 14:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/824901

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายภาค พบว่า ด้านผลผลิตพืช คาดว่าขยายตัว โดยสาขาพืชเริ่มกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในไตรมาสสุดท้ายของปี 59 หลังจากประสบปัญหาภัยแล้ง และปริมาณน้ำในเขื่อนสำคัญอยู่ในระดับสูงกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ในปี 60 ผลผลิตพืชเกษตรมีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะข้าวนาปีและข้าวนาปรัง
ด้านปศุสัตว์ คาดว่าขยายตัว เนื่องจากการขยายปริมาณการผลิตเพื่อรองรับความต้องการบริโภคของตลาดที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับปัญหาสภาพอากาศร้อนและแห้งเริ่มคลี่คลายลง ทำให้สัตว์มีการเจริญเติบโตดีขึ้น อาทิ ไก่เนื้อ และสุกร
ด้านประมง คาดว่าขยายตัว เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ขยายการผลิตเพิ่มขึ้นและมีการบริหารจัดการฟาร์มดี อาทิ การใช้พันธุ์กุ้งที่ต้านทานโรคและปรับเปลี่ยนระยะเวลาการเลี้ยงให้สั้นลง ประกอบกับคู่แข่งสำคัญประสบปัญหาโรคระบาด โดยอินเดียประสบปัญหาโรคระบาดในกุ้ง และเวียดนามประสบกับปัญหากุ้งที่มีสารเคมีปนเปื้อน
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจเกษตรไทย ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากแนวโน้มเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา มีแนวโน้มที่เน้นการปฏิรูป และไม่สนับสนุนการเปิดเสรีทางการค้า ทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรมีความเสี่ยงมากขึ้นในสินค้าผลิตภัณฑ์ยาง อาหารทะเลและผลไม้กระป๋องแปรรูป และแนวโน้มราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น รวมถึงภัยธรรมชาติที่อาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิตภาคเกษตร
ศูนย์วิจัยและพัฒนา ธ.ก.ส. คาดว่าปี 60 สินค้าเกษตรที่จะมีราคาสูงขึ้น ได้แก่ อ้อยโรงงานและน้ำตาลทราย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ไก่เนื้อ สุกร และกุ้งขาวแวนนาไม สำหรับสินค้าเกษตรที่คาดว่าราคาจะลดลง ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง
ขณะที่ คาดว่า เศรษฐกิจไทยปี 60 จะสามารถขยายตัว 3.3% (ช่วงคาดการณ์ 2.8-3.8%) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1. การขยายตัวของภาคการส่งออก จากแนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญ อาทิ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และอินเดีย และการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าสำคัญในตลาดโลก จะช่วยให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนภาคเอกชนเริ่มปรับตัวดีขึ้น 2. การฟื้นตัวของภาคเกษตร และรายได้เกษตรกรที่ปรับตัวดีขึ้นตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก เป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวของฐานรายได้ และการใช้จ่ายภาคครัวเรือนได้มากขึ้น
3. แรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 60 อาทิ โครงการรถไฟรางคู่ และรถไฟฟ้าในเขตเมือง และ 4. ภาคการท่องเที่ยว ยังมีแนวโน้มขยายตัวในเกณฑ์ดี คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะขยายตัว ประกอบกับแนวโน้มค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่า จะส่งผลดีต่อการส่งออก
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลก ปัญหาความอ่อนแอของสถาบันการเงินในยุโรป ปัญหาภาคการเงินและภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน ภาวะเศรษฐกิจจีนชะลอตัว รวมทั้งภัยธรรมชาติที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตภาคเกษตร