ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ธ.ค. 2559 05:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/821694


แจกเงินคนจน 3,000 บาท
1. แจกเงินคนจน 3,000 บาท
โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือโครงการลงทะเบียนคนจน โดยยึดหลักเกณฑ์พิจารณาจากรายได้ หากไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินโอน 3,000 บาทต่อคน และผู้ที่มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาทต่อปี แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินโอน 1,500 บาทต่อคน
โดยรัฐบาลระบุว่า การลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย จะช่วยให้รัฐบาลมีข้อมูลที่ถูกต้อง และจะนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการจัดสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างเหมาะสมต่อไป และโครงการดังกล่าว สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยอย่างยั่งยืนอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะโอนเงินให้แก่ประชาชนที่ลงทะเบียนทั้งหมด 8.3 ล้านคน ภายในวันที่ 30 ธ.ค.นี้ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและบรรเทาความเดือดร้อน

2. ช็อปช่วยชาติ 15,000 บาท
สำหรับผู้ซื้อสินค้าและบริการ ในระหว่างวันที่ 14-31 ธ.ค. 59 จากผู้ประกอบกิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท มาหักลดหย่อนภาษี โดยต้องมีหลักฐานเป็นใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปตามมาตรา 86/4 แห่ง ป.รัษฎากร
ทั้งนี้ ผู้มีเงินได้จะได้รับภาษีคืนเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของตัวเอง เช่น ผู้มีฐานภาษี 35% หากจ่ายเงินสำหรับท่องเที่ยวช่วงเดือนธันวาคม ไป 15,000 บาท จะได้ภาษีคืน 5,250 บาท ซึ่งเป็นอัตราคืนภาษีสูงสุด แต่ถ้ามีฐานภาษีเพียง 5% จ่ายไป 15,000 บาทเต็มจำนวน ก็จะได้ภาษีคืนเพียง 750 บาทเท่านั้น

3. ลูกหนี้แสนดีมีเฮ แบงก์คืนดอกเบี้ย
ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ปรับลดดอกเบี้ย หรือคืนเงินให้กับลูกค้าที่มีประวัติการชำระหนี้ดี ชำระตรงเวลา
สำหรับธนาคารออมสิน กำหนดเงื่อนไขคือ ลูกหนี้ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี 12 เดือนติดต่อกัน ซึ่งจะต้องไม่มีดอกเบี้ยผิดนัดในรอบ 12 เดือน ระหว่างเดือน ธ.ค. 59 – พ.ย. 60 ธนาคารออมสินจะคืนดอกเบี้ยร้อยละ 30 ของดอกเบี้ยที่จ่ายให้แก่ธนาคารต่อเนื่องในรอบระยะเวลา 12 เดือน โดยโอนเงินเข้าบัญชีให้กับลูกหนี้ หรือนำไปหักเงินต้นคงเหลือให้มีจำนวนลดลง
สำหรับธนาคาร ธอส. ได้จัดทำ “โครงการของขวัญปีใหม่ 2560 เพื่อส่งเสริมวินัยทางการเงินสำหรับลูกค้า ธอส.ผู้มีรายได้น้อย” โดยธนาคารจะจ่ายเงินจำนวน 1,000 บาท ให้แก่ลูกค้า (ผู้กู้หลัก) ซึ่งทุกบัญชีต้องเข้าเงื่อนไขที่ ธนาคารกำหนด ประกอบด้วย 1. วงเงินกู้ทุกบัญชีภายใต้หลักประกันเดียวกันไม่เกิน 1 ล้านบาท 2. ต้องไม่เป็นหรือไม่เคยเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) รวมถึงไม่เคยประนอมหนี้กับธนาคาร และไม่เคยมีประวัติการติดตามขอให้ชำระหนี้ค้าง 3. มีประวัติการผ่อนชำระหนี้ดีย้อนหลัง 48 เดือน โดยต้องชำระไม่น้อยกว่าเงินงวดที่ธนาคารกำหนดและตรงตามเวลาที่ธนาคารกำหนดทุกเดือน และ 4. ต้องชำระเงินงวดของเดือน ธ.ค. 2559 ในระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. 2559 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2559 และไม่มีค่าธรรมเนียมค้างชำระ

4. ขึ้นทางด่วนฟรี
ยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 7 กรุงเทพฯ-ชลบุรี และหมายเลข 9 วงแหวนรอบนอกกาญจนาภิเษก บางปะอิน-บางพลี ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ
ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 29 ธ.ค. 2559 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 4 ม.ค. 2560 เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่เดินทางออกต่างจังหวัด และแก้ไขปัญหาการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่

5. ปรับปรุงรถไฟชั้น 3 เจ๋งแจ๋วกว่าเดิม
การรถไฟแห่งประเทศไทย ปรับปรุงรถไฟโดยสารชั้น 3 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตการเดินทางของประชาชนทางรถไฟให้มีความสะดวกสบาย รวดเร็ว สะอาด และปลอดภัย โดยปรับปรุงในระยะแรกจำนวน 20 คัน เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน และจากนั้นจะทยอยปรับปรุงอย่างต่อเนื่องรวม 148 คัน ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการรถโดยสารโฉมใหม่เต็มรูปแบบในวันครบรอบ 120 ปี (26 มีนาคม 2560)
ทั้งนี้ มีการทำสีใหม่ทั้งภายในและภายนอก ปรับปรุงระบบน้ำในห้องน้ำ และเครื่องสุขภัณฑ์ให้มีความสะอาด ปราศจากกลิ่นรบกวนระหว่างทาง ปรับปรุงประตู หน้าต่าง บานกระจกใหม่ ปรับปรุงสภาพพื้นในตัวรถให้มีความสะอาดแข็งแรง เปลี่ยนเบาะนั่ง พนักพิงใหม่ให้นั่งสะดวกสบาย ซ่อมแซมพัดลมให้ใช้งานได้ตามปกติทุกตัว

6. ชะลอขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม
กระทรวงพลังงาน ดำเนินโครงการบรรเทาผลกระทบจากการขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคครัวเรือน กับผู้มีรายได้น้อยใช้ไฟไม่เกิน 90 หน่วย หรือไม่มีไฟฟ้าใช้รวม 7.68 ล้านราย และร้านค้าหาบเร่แผงลอยอาหาร ที่มีพื้นที่ทำการค้าไม่เกิน 50 ตารางเมตร และใช้ขนาดถังไม่เกิน 15 กิโลกรัม จำนวนทั้งสิ้น 332,000 ราย โดยใช้ราคาแอลพีจีคงเดิมที่ 18.13 บาทต่อกิโลกรัม ต่ออีก 1 ปี จากเดิมที่จะสิ้นสุดโครงการเดือนธันวาคมนี้

7. ตรวจสภาพรถฟรี
กรมการขนส่งทางบก และภาคีเครือข่ายกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ร่วมกันจัดกิจกรรม “ตรวจรถ ‘ฟรี’ ขับขี่ปลอดภัย ถวายพ่อหลวง” และขยายระยะเวลาดำเนินการรวม 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2559–31 มกราคม 2560 เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน
โดยประชาชนสามารถนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ไม่ว่าจะยี่ห้อใดเข้ารับบริการได้ ณ สถานประกอบการที่มีป้ายข้อความ “ตรวจรถ ‘ฟรี’ ขับขี่ปลอดภัย ถวายพ่อหลวง” โดยจะได้รับบริการตรวจเช็กสภาพรถ และอุปกรณ์ส่วนควบ จำนวน 20 รายการ โดยไม่คิดค่าบริการ เช่น การตรวจระบบเบรก สภาพยาง อุปกรณ์ปัดน้ำฝน ระดับน้ำมันเครื่องและความสกปรกของน้ำมันเครื่อง ระดับน้ำมันเบรกและน้ำมันคลัตช์ ความตึงของสายพาน พร้อมปรับตั้ง แบตเตอรี่ และการทำงานของไฟส่องสว่าง ไฟสัญญาณต่างๆ เป็นต้น

8. ปรับลดค่าเอฟที งวด ม.ค.-เม.ย. 60 ลง 4 สตางค์/หน่วย
คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติให้ปรับค่าเอฟที งวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 60 ลง 4 สตางค์/หน่วย ทำให้ค่าเอฟที มาอยู่ที่ -37.29 สตางค์/หน่วย มีผลทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทอยู่ที่ 3.3827 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) แม้ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น เพื่อลดภาระแก่ผู้บริโภคในช่วงปีใหม่ ขณะเดียวกัน เป็นการสะสมเงินไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อรองรับความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงที่จะเกิดขึ้นในช่วงกลางปีหน้า

9. ผู้ประกันตน ตรวจสุขภาพฟรีเริ่ม 1 ม.ค. 60
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้กำหนดให้ผู้ประกันตนทุกคน เข้ารับบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยการตรวจสุขภาพได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องรับบริการในโรงพยาบาลตามสิทธิที่ผู้ประกันตนได้เลือกเอาไว้ ซึ่งกำหนดให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560
ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถตรวจสุขภาพพื้นฐานได้ อาทิ ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจการทำงานของไต เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง ภาวะผิดปกติ หรือโรค

10. รวมใจ..ช่วยไทย..ลดรับปีใหม่ ลดสูงสุด 80%
กระทรวงพาณิชย์ จับมือสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ โดยผู้ประกอบการทุกรายยินดีให้ความร่วมมือจัดงานลดราคาจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยลดราคาพิเศษ เพิ่มจากการส่งเสริมการขายตามปกติ มีจำนวนสินค้าเข้าร่วมการจัดงาน รวมทั้งส่วนลดเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยลดสูงสุด ร้อยละ 80 ภายใต้ ชื่องาน “รวมใจ..ช่วยไทย..ลดรับปีใหม่” ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2559–4 มกราคม 2560 รวม 21 วัน จาก 16 ผู้ประกอบการในทุกสาขากว่า 13,500 สาขาทั่วประเทศ
