ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/253528
การเมือง >ข่าวการเมือง : 24 ธ.ค. 2559
ติงการทำงานสื่อ ปรับบาทเป็นครูสังคม
“โฆษกรบ.” ติงการทำงานของ “สื่อ” วอนปรับบทบาทเป็นครูของสังคม ช่วยพัฒนาความคิดประชาชน ลดความขัดแย้ง โต้เสนอข่าวปรับครม.เลือกคนสนิทนั่งรตม.ไม่จริง ออกตัวปรับเหมาะก
“โฆษกรบ.” ติงการทำงานของ “สื่อ” วอนปรับบทบาทเป็นครูของสังคม
24 ธ.ค. 59 – พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในยุคที่ประเทศชาติกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การปฏิรูปประเทศอย่างยั่งยืนนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยากให้สื่อมวลชนปรับบทบาทของตนให้เป็นครูของสังคมเช่นเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้ว มากกว่าเป็นเพียงผู้ให้ข่าวหรือคอยจับผิด โดยกระตุ้นให้ประชาชนได้พัฒนาความรู้ความคิด ลดอคติและความขัดแย้ง และร่วมกันสร้างสรรค์บ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า
“ท่านนายกฯ ต้องการให้ทุกคนในสังคมช่วยกันคิดว่า อยากเห็นสื่อมวลชนนำเสนอข่าวสารแบบใดที่จะช่วยยกระดับสติปัญญา จิตใจ และรายได้ของประชาชน โดยอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องน่าเชื่อถือ และสะท้อนให้สื่อมวลชนได้รับทราบและเปลี่ยนแปลงตนเอง” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว
พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า สื่อมวลชนควรเปิดใจกว้าง ไม่มองทุกเรื่องเป็นการเมืองไปเสียทั้งหมด เช่น การที่สื่อนำเสนอข่าวการปรับ ครม. โดยพยายามเชื่อมโยงว่าใครสนิทกับใคร ก็เป็นเพียงการคาดเดาของสื่อ แต่ในความเป็นจริงการแต่งตั้ง ครม. หรือการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมืองนั้นมีหลายมิติ ดังนั้น นายกฯ จึงต้องคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่ประเทศชาติและประชาชนจะได้รับ
นอกจากนี้การนำเสนอข่าวของหนังสือพิมพ์บางฉบับที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลในทำนองว่า การแก้ไขปัญหาของศูนย์ดำรงธรรมที่มีผลสำเร็จถึงร้อยละ 98.67 นั้นเป็นตัวเลขที่สูงเกินไป ขอเรียนว่า การดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมมีระบบแยกเรื่องและส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งหน่วยงานส่วนกลางและหน่วยงานในพื้นที่ โดยเรื่องร้องเรียนใดที่ไม่ซับซ้อนจะเร่งทำทันที แต่หากเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานก็จะประสานการปฏิบัติให้ครบถ้วน เพื่อลดความซ้ำซ้อน ทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น
“ส่วนการประเมินความสำเร็จของการดำเนินงานนั้น มีตัวชี้วัดหลายระดับ เนื่องจากศูนย์ดำรงธรรมมีหน้าที่หลายมิติทั้งการรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ของประชาชน ให้คำปรึกษา บริการข้อมูลข่าวสาร ส่งต่อและเร่งรัดการดำเนินงานของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ ดังนั้น จึงอยากให้สื่อมวลชนได้ศึกษาและตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องก่อนนำเสนอ เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว.
