ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ม.ค. 2560 13:03
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/831573

นอกจากนี้ยังได้จัดสรรงบประมาณเร่งด่วน 1 ล้านบาท จัดทำถุงยังชีพจำนวน 2,000 ชุด เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ ประสบอุทกภัยและลูกค้าธนาคาร เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ และคืนความสุขในบ้านของประชาชนให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด
สำหรับโครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2560 ภายใต้กรอบวงเงินรวม 500 ล้านบาท แบ่งเป็น มาตรการที่ 1 สำหรับลูกค้าเดิมของ ธอส. กรณีหลักประกัน หรือ ที่อยู่อาศัยที่จดจำนองกับธนาคาร ได้รับผลกระทบ ธนาคารจะลดภาระดอกเบี้ยและเงินงวดผ่อนชำระ โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4-12 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.50% ต่อปี ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.00% ต่อปี ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี และปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญาเงินกู้กรณี ลูกค้าสวัสดิการ ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส.อยู่ที่ 6.75% ต่อปี
มาตรการที่ 2 สำหรับลูกค้าใหม่ หรือลูกค้าเดิมของ ธอส. ที่อาคารหรือบ้านได้รับความเสียหายสามารถขอกู้เพิ่ม หรือ กู้ใหม่ เพื่อปลูกสร้างทดแทนหลังเดิม หรือ กู้ซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหาย คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ 3.00% ต่อปี นาน 3 ปี หลังจากนั้น กรณีลูกค้าสวัสดิการ คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี ส่วนลูกค้ารายย่อย คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-0.50% ต่อปี
ทั้งนี้ธนาคารกำหนดวงเงินให้กู้ต่อรายไว้ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อ 1 หลักประกัน ซึ่งคุณสมบัติของผู้ที่ สามารถเข้าร่วม โครงการเงินกู้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2560 จะต้องเป็นลูกหนี้เดิมของ ธอส. หรือลูกค้าใหม่ ซึ่งที่อยู่อาศัยเป็นกรรมสิทธิ์ ของตนเองหรือคู่สมรส และได้รับความเสียหายจากการประสบอุทกภัย ทั้งนี้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อได้ที่ สาขาของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป