ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/253495
การเมือง >ข่าวการเมือง : 24 ธ.ค. 2559
“ภูมิธรรม” โพสวอนรัฐเปิดใจกว้าง
“ภูมิธรรม” โพสวอนรัฐเปิดใจกว้าง อย่ามองข้อกังวล-ความห่วงใยของประชาชนเป็นเจตนาร้าย
“ภูมิธรรม”โพสวอนรัฐเปิดใจกว้าง อย่ามองข้อกังวล-ความห่วงใยของปชช.เป็นเจตนาร้าย
24 ธ.ค. 59 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย ได้โพสข้อความลงลนเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีใจความว่า “ความห่วงใยปลายปี 2559 เปิดใจให้กว้าง อย่ามองข้อกังวลใจและความห่วงใยของประชาชนกว่า 500,000 คนเป็นเจตนาร้าย เพราะทุกคนก็รักประเทศและอยากเห็นประเทศก้าวเดินไปข้างหน้า
ตามที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้พิจารณาผ่านร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งขณะนี้กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ จนมีการแสดงความเห็นคัดค้านของผู้ไม่เห็นด้วยเป็นจำนวนมากถึง 500,000 ราย เรียกร้องให้รัฐดำเนินการไตร่ตรองและทบทวนเสียใหม่ ซึ่งมีท่าทีที่จะขยายตัวออกไปอย่างต่อเนื่องด้วยความเห็นและข้อกังวลว่าจะเกิดผลเสียหายในทางเศรษฐกิจและมีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลได้
ความเห็นและข้อห่วงใยของผมต่อประเด็นดังกล่าวเห็นว่า ถึงแม้เราจะเห็นว่าประเทศมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงระเบียบกฎเกณฑ์เพื่อเตรียมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากอาชญากรรมและความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ อันเป็นการมองในมิติความมั่นคงแห่งรัฐ แต่เราก็ต้องพิจารณาให้รอบด้านถึงผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพอันเป็นเงื่อนไขสำคัญของวิถีสังคมในโลกยุคใหม่ ปัจจุบันความจำเป็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศภายใต้บริบทของโลกยุคดิจิตอลและเทคโนโลยีกำลังเป็นสิ่งสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะประเทศที่แข่งขันกันในระบบเศรษฐกิจเสรีนิยม การเปิดกลไกการสื่อสารที่กว้างขวางเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับในกติกาสากลที่คนทั้งโลกกำลังจับตามอง ดังนั้น สิ่งที่รัฐไทยพึงกระทำในปัจจุบัน คือการสร้างสรรค์กฎ กติกา ที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้เชื่อมโยงกับระบบเครือข่าย เทคโนโลยีที่ทันสมัยมากกว่า
ส่วนความห่วงใยของรัฐในการเฝ้าระวังการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์อันเป็นความเสี่ยงในโลกยุคใหม่ เป็นแนวคิดที่ต้องพิจารณาหลายมิติควบคู่กัน เพราะการออกกฎควบคุมและการแทรกแซงโดยความเห็นชอบของรัฐอาจทำให้เกิดการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ถึงขั้นเลือกปฏิบัติ และนำไปสู่การสร้างความหวาดระแวง ความไม่มั่นใจให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนทั่วไป ที่สำคัญอาจทำให้เกิดเงื่อนไขใช้อำนาจในการคุกคามละเมิดสิทธิประชาชนกลุ่มต่างๆ รวมถึงวงการสื่อสารมวลชนอย่างกว้างขวาง ย่อมนำไปสู่การสร้างกำแพงปิดกั้นการแสดงออกโดยบริสุทธิ์ใจอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ สถานการณ์ที่มุ่งใช้อำนาจควบคุมจะทำให้รัฐไทยมีภาพลักษณ์ของการใช้อำนาจอย่างไม่เหมาะสม นำไปสู่อุปสรรคที่ประเทศจะไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐประชาธิปไตย และอาจก่อปัญหาความขัดแย้งกับประชาชนในประเทศของตนเอง
แม้ว่าความเป็นจริงของโลกยุคใหม่จะมีความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์ แต่การกระทำของรัฐยิ่งต้องแสดงในสังคมโลกและประชาชนของตนเองว่ารัฐมีความเป็นธรรม ยึดมั่นในหลักนิติธรรม ที่เคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกคน ผู้กระทำผิดกฎหมายสามารถผ่านกระบวนการยุติธรรมที่เชื่อถือได้ โปร่งใส และตรวจสอบถ่วงดุลได้ ที่สำคัญ รัฐต้องยินยอมให้ผู้ได้รับผลกระทบจากกฏหมายดังกล่าวสามารถฟ้องร้องกลับตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่ควรมีตามรัฐธรรมนูญและตามหลักที่นานาอารยะประเทศยอมรับ
กฏหมายคอมพิวเตอร์ต้องไม่มองมิติเรื่องความมั่นคงในทัศนะของผู้มีอำนาจเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านลบทางเศรษฐกิจของประเทศ และมิติที่เกี่ยวข้องกับการเคารพในสิทธิเสรีภาพของบุคคลอย่างจริงจัง.”
