ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ม.ค. 2560 06:20
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/834722

ประเด็นที่ 2 ธปท.ต้องติดตามความสามารถในการผ่อนชำระของครัวเรือนที่มีรายได้น้อย และครัวเรือนในภาคการเกษตร ซึ่งมีความเปราะบางจากระดับหนี้ต่อรายได้ที่สูงขึ้น และสภาพคล่องทางการเงินที่ต่ำ โดยเฉพาะในครัวเรือนที่มีหนี้สินในระดับสูง 3.การเพิ่มขึ้นของพฤติกรรมการเสาะหาผลตอบแทนจากการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ภายใต้ภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่อง เป็นอีกภาวะที่อาจสร้างความเสียหาย หากประชาชนมองความเสี่ยงต่ำเกินความเป็นจริง โดยที่ผ่านมามีการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง รวมทั้งพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนสูงที่เกิดขึ้นผ่านการขยายตัวของสหกรณ์ออมทรัพย์ในรูปแบบต่างๆ เป็นประเด็นที่ ธปท.ต้องติดตามใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยในตลาดพันธบัตรปรับขึ้นสูงและรวดเร็ว จากความผันผวนของตลาดการเงินในต่างประเทศ อาจส่งผลต่อต้นทุนการกู้ยืมและการต่ออายุเงินกู้ยืม (rollover) ของภาคธุรกิจ รวมถึงภาระดอกเบี้ยจ่ายของภาคธุรกิจและครัวเรือนที่สูงขึ้นด้วย เป็นอีกปัจจัยที่เป็นความเสี่ยง และต้องติดตามใกล้ชิด เพราะอาจกระทบต่อเนื่องถึงความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและเศรษฐกิจในระยะต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม ธปท.ประเมินฐานะหนี้ต่างประเทศของไทยว่า ยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากสัดส่วนหนี้ต่างประเทศต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) อยู่ในระดับต่ำ ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลต่อเนื่อง และเงินสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง จะช่วยรองรับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงต่างประเทศ ที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวช้า ปัญหาภาคการเงินในยุโรปและจีน การเมืองในสหรัฐ-อเมริกาและกลุ่มยูโร ที่จะเกิดขึ้นปี 60 รวมถึงความไม่แน่นอน ที่มาจากการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและการเงินของประเทศหลักๆที่อาจเปลี่ยนแปลงไป สำหรับการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ปี 59 ต่างชาติลงทุนในตลาดเกิดใหม่รวมทั้งไทยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์และดัชนีตลาด mai เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังไม่พบสัญญาณการซื้อขายที่ร้อนแรงผิดปกติ
ในรายงานดังกล่าว ธปท.ระบุด้วยว่า เพื่อรับมือกับความเสี่ยงใหม่ๆ และมีมาตรการรับมือเพื่อป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบให้เพียงพอ ธปท.ได้ร่วมกับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดตารางประเมินความเสี่ยง (RAM) ร่วมกันเป็นครั้งแรก เพื่อใช้ทดสอบภาวะวิกฤติของระบบสถาบันการเงินปี 60 โดยจะดูผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในระยะ 2 ปีข้างหน้า ซึ่งการทดสอบภาวะวิกฤติภายใต้ RAM นี้เป็นการยกระดับมาตรฐานการทดสอบให้สอดคล้องและเชื่อมโยงกันมากขึ้น จากเดิมที่หน่วยงานกำกับแต่ละแห่งจะทดสอบภาวะวิกฤติเฉพาะสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของตน.