สุดทน! 2 ปีผ่านแก้รถตู้ไม่คืบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ม.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/835426


เครือข่ายผู้บริโภคไล่บี้ทวงสัญญาคมนาคมเครือข่ายผู้บริโภคยื่น 6 ข้อเสนอ จี้กระทรวงคมนาคมยกมาตรฐานการดูแลผู้โดยสารรถสาธารณะ หนุนยกเลิกจดทะเบียนรถตู้โดยสารใหม่ พร้อมแนะให้ตั้งกองทุนคุ้มครองผู้โดยสาร และนำค่าปรับผู้ประกอบการมาจ่ายเป็นสินน้ำใจให้ผู้แจ้งเบาะแสขับรถไม่ปลอดภัย ขีดเส้นตายอีก 30 วันจะกลับมาติดตามความคืบหน้า อัดเคยเสนอมาตรการมา 2 ปีแล้วแต่ไม่มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม

น.ส.บุญยืน ศิริธรรม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค ในฐานะตัวแทนของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค 5 ภูมิภาค เปิดเผยว่า ได้ยื่นข้อเสนอเรื่องมาตรการคุ้มครองสิทธิผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะต่อนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม โดยเห็นว่าแนวทางการยกระดับความปลอดภัยของรถตู้โดยสารสาธารณะของกระทรวงคมนาคม เช่น การเปลี่ยนรถตู้โดยสารสาธารณะเป็นรถไมโครบัส หรือการกำหนดให้รถขนส่งสาธารณะทุกคันต้องติดตั้งระบบจีพีเอส อาจแก้ปัญหาได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ดังนั้น ทางเครือข่ายฯจึงเสนอมาตรการเพิ่มเติม 6 ข้อเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและจะกลับมาติดตามข้อเสนอภายใน 30 วันหลังจากนี้

สำหรับข้อเสนอทั้ง 6 ข้อ ประกอบด้วย 1. กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ควรยกเลิกการจดทะเบียนรถตู้โดยสารใหม่ พร้อมกำหนดแนวทางยกเลิกและไม่ต่ออายุการจดทะเบียนรถตู้โดยสาร โดยต้องกำหนดเงื่อนไข กรอบเวลา และแนวทางการสนับสนุนเงินทุนให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัว 2. ควรเร่งออกประกาศให้มีการติดตั้งเครื่องเตือนความเร็ว หรือเครื่องจำกัดความเร็วในรถตู้โดยสารและรถโดยสารทุกประเภทที่วิ่งให้บริการในเส้นทางกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด และต่างจังหวัด-ต่างจังหวัด โดยระบบเตือนจะมีสัญญาณเสียงหรือสัญญาณภาพแจ้งแก่ผู้โดยสารระหว่างที่ใช้บริการ หากรถโดยสารเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

3. ควรเปิดเผยข้อมูลของระบบจีพีเอสในรถตู้โดยสารและรถโดยสารทุกประเภทต่อสาธารณชน โดยต้องมีระบบให้ผู้โดยสารและประชาชนทั่วไปติดตามผ่านออนไลน์โดยทันที เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบป้องกันการเกิดอุบัติเหตุแบบทันที เมื่อพบว่ามีการขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดก็สามารถแจ้งเตือนผู้ประกอบการหรือเจ้าหน้าที่ได้ทันที

4. สนับสนุนกลไกเฝ้าระวังรถโดยสารในภาคประชาชน โดยสนับสนุนให้ประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนผู้กระทำผิดในประเด็นความปลอดภัย เช่น ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ขับหวาดเสียว เป็นต้น โดยสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเฝ้าระวัง เช่น แบ่งเงินค่าปรับจากพนักงานและผู้ประกอบการให้ประชาชนผู้แจ้งเบาะแสด้วย

5. พัฒนาช่องทางร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถร้องเรียนได้ง่ายและเป็นระบบ และเจ้าหน้าที่ควรแจ้งผลการลงโทษผู้กระทำผิดแก่สาธารณชนโดยเร็วด้วย

6.เร่งยกระดับและพัฒนาวิชาชีพพนักงานขับขี่รถโดยสารทั้งประจำทางและไม่ประจำทาง โดยเร่งรัดเรื่องการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพ สวัสดิการ รายได้พนักงานขับรถให้พอเหมาะกับการดำรงชีวิต จำกัดชั่วโมงการขับขี่ กำหนดเที่ยววิ่งต่อวันให้ชัดเจน ยกเลิกค่าตอบแทนในลักษณะการทำรอบ รวมถึงพิจารณาเส้นทางไม่ให้ซ้ำซ้อนเพื่อป้องกันการแย่งผู้โดยสาร ซึ่งมาตรการนี้ ทางเครือข่ายฯได้ยื่นข้อเสนอไปเมื่อ 2 ปีก่อน แต่ถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีมาตรการที่เป็นรูปธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีอุบัติเหตุรถตู้โดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-จันทบุรี เสียหลักพุ่งข้ามถนนชนรถกระบะ บนทางหลวงหมายเลข 344 บริเวณกิโลเมตรที่ 26 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 2 ม.ค.2560 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทั้งสิ้น 25 ราย และบาดเจ็บอีก 2 ราย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับสถิติการเกิดอุบัติเหตุของรถตู้โดยสารในปี 2559 ตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ย. ที่รวบรวมโดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) และศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) พบว่า รถตู้โดยสารเกิดอุบัติเหตุมากถึง 215 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 1,102 ราย บาดเจ็บ 103 ราย หรือเกิดอุบัติเหตุเฉลี่ยมากถึง 19.5 ครั้งต่อเดือน และมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยเดือนละ 9.4 ราย

ทั้งนี้ในปัจจุบันมีรถตู้โดยสารที่จดทะเบียนสะสมกับกรมการขนส่งทางบก ณ วันที่ 31 ต.ค. 2559 จำนวน 41,202 คัน แบ่งเป็นรถตู้โดยสารประจำทาง 16,002 คัน รถตู้โดยสารไม่ประจำทาง 24,136 คัน และรถตู้ส่วนบุคคล 1,064 คัน แม้กฎหมายจะบังคับให้รถโดยสารสาธารณะทุกคันต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัย ก็ยังพบปัญหาของรถโดยสารที่มีเข็มขัดนิรภัยแต่ไม่อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ ไม่มีอุปกรณ์นิรภัยประจำรถ พนักงานขับรถ ขับรถด้วยความประมาท สภาพร่างกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ ขับรถเร็ว บรรทุกผู้โดยสารเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะในรถตู้ประจำทาง ที่ส่งผลถึงมาตรฐานการให้บริการรถตู้โดยสารของผู้ประกอบการที่ไม่มีคุณภาพ และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงจากอุบัติเหตุ.

 

Leave a comment