ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ม.ค. 2560 14:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/836957

เมื่อวันที่ 16 ม.ค.60 นายสิงหเดช ชูอำนาจ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (กนร.) ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานว่า ที่ประชุม กนร.มีการพิจารณาปัญหาการตรวจสัญชาติของแรงงานในกิจการประมงทะเลที่ใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุในวันที่ 31 ม.ค.60 จำนวน 10,375 คนและแรงงานในกิจการแปรรูปสัตว์น้ำที่ใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุในวันที่ 22 ก.พ.60 จำนวน 23,489 คน
ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ขยายเวลาการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและการอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวทั้งสองประเภท ที่เป็นแรงงานคนเดิมรวมถึงผู้ติดตาม ซึ่งเป็นบุตรของแรงงานต่างด้าวที่อายุไม่เกิน 18 ปี ออกไปจนถึงวันที่ 1 พ.ย.60 เพื่อให้สอดคล้องกับการตรวจสัญชาติของประเทศต้นทาง โดยกำหนดให้ดำเนินการต่อใบอนุญาตตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.-31 มี.ค. 60 ในสถานที่ตั้งของแต่ละหน่วยงานหรือดำเนินการในลักษณะศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (one stop service)

ส่วนกรณีแรงงานประมงทะเลที่ไม่สามารถเข้าฝั่งได้ทันภายในระยะเวลาที่กำหนดให้นายจ้างยื่นบัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าวดังกล่าว ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัด 22 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเลภายในกำหนดและเมื่อแรงงานต่างด้าวเดินทางเข้าฝั่งให้ไปตรวจสุขภาพ ทำประกันสุขภาพ รายงานตัวและขออนุญาตทำงานภายใน 30 วัน
ส่วนต่างด้าวในตำแหน่งช่างเครื่องยนต์ในเรือประมงทะเลและตำแหน่งผู้ประสานงานด้านภาษากัมพูชา ลาว เมียนมา อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและอนุญาตให้ทำงานได้ต่อไปจนถึงวันที่ 1 พ.ย.โดยให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด
นอกจากนี้ในที่ประชุมยังมีการหารือถึงการตรวจบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว ที่ในอนาคตจะปรับให้แรงงานต่างด้าวถือบัตรประจำตัวในลักษณะสมาร์ทการ์ด เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบด้วย
นายสิงหเดช กล่าวอีกว่า พล.อ.ประวิตร มอบหมายให้ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ไปศึกษาเรื่องการดูแลที่อยู่อาศัยของแรงงานต่างด้าว ในลักษณะการจัดโซนนิ่ง ให้ถูกสุขลักษณะและได้มาตรฐาน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการศึกษาให้แล้วเสร็จภายในเดือน ม.ค.60 ทั้งในเรื่องกฎหมาย การลงทุน และความร่วมมือการก่อสร้าง
โดยพื้นที่เป้าหมายในพื้นที่ที่มีแรงงานต่างด้าวหนาแน่นเกินกว่า 50,000 คน ใน 11 จังหวัดนำร่อง คือ ชลบุรี นครราชสีมา สมุทรสงคราม ปทุมธานี สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ สงขลา สมุทรปราการ นนทบุรี ระยอง และตาก ทั้งนี้อาจจะต้องมีการศึกษารูปแบบของการเคหะแห่งชาติด้วยเนื่องจากที่ผ่านมามีการดำเนินการไปแล้วในจังหวัดสมุทรสาคร และระนอง.