ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ม.ค. 2560 22:34
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/837292

ดังนั้น เพื่อรองรับการเติบโตของเที่ยวบินที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บวท. ได้ขยายขีดความสามารถในการรองรับให้มากขึ้น โดยได้ติดตั้งระบบบริการการเดินอากาศใหม่ ซึ่งจะเปิดให้บริการในปลายปีนี้ หรือต้นปี 2561 โดยจะสามารถรองรับการให้บริการได้ถึง 1.5 ล้านเที่ยวบินต่อปี จากปัจจุบันที่รองรับได้ 7-8 แสนเที่ยวบินต่อปี แต่จำนวนเที่ยวบินที่ใช้บริการมากเกินขีดความสามารถแล้ว แต่ยังสามารถบริหารจัดการให้เที่ยวบินสามารถขึ้นลงได้ นอกจากระบบใหม่ที่จะเปิดให้บริการแล้ว บวท. ยังจะต้องพัฒนาระบบให้สามารถรองรับเที่ยวบินให้ได้ 2 ล้านเที่ยวบินต่อปี เพื่อรองรับปริมาณเที่ยวบินในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยกำหนดให้เป็นแผนดำเนินการระยะ 5 ปี คือ ระหว่างปี 2560-2564 วงเงินลงทุน 14,453 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในการเพิ่มห้วงอากาศให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้รองรับจำนวนเที่ยวบินให้มากขึ้นนั้น คงต้องขยายศูนย์กลางการบินย่อยออกไปด้วย จากปัจจุบันมีศูนย์กลางการบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา เชียงใหม่ และภูเก็ต ซึ่งรองรับเต็มศักยภาพหมดแล้ว ก็อาจจะใช้สนามบินขอนแก่น และอุดรธานี เพื่อรองรับเที่ยวบินที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย
“หากเปรียบเทียบพื้นสนามบินสุวรรณภูมิ กับสนามบินลอนดอนฮีทโธรว์ ของอังกฤษ หรือสนามบินของประเทศเยอรมนี พื้นที่ของสุวรรณภูมิ มีมากกว่า แต่สนามบินที่อังกฤษและเยอรมนีรองรับได้มากกว่า โดยอยู่ระดับ 2 ล้านเที่ยวบินต่อปี มากกว่าไทยถึง 3 เท่า ทาง บวท.จึงได้ร่วมกับอังกฤษเพื่อพิจารณาการขยายห้วงอากาศ”
ด้าน นางสาริณี อังศุสิงห์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า การขยายห้วงอากาศถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยขณะนี้ บวท. อยู่ระหว่างร่วมมือกับสนามบินฮีทโธรว์ เพื่อจัดทำแผนในเรื่องดังกล่าว โดยจะแล้วเสร็จในปี 2561 “ห้วงอากาศในไทยถูกใช้ใน 2 แบบ คือ เพื่อความมั่นคง และเพื่อเชิงพาณิชย์ แต่ในประเทศที่พัฒนาแล้วจะใช้แบบยืดหยุ่น จึงสามารถรองรับเที่ยวบินได้จำนวนมาก ในขณะที่ไทยแค่เกือบล้านเที่ยวบินต่อปีก็เต็มและมีปัญหาดีเลย์แล้ว แต่เมื่อร่วมมือกับทางสนามบินฮีทโธรว์จัดทำแแผนแล้วก็จะรองรับได้อีก 15 ปีข้างหน้า หรือประมาณ 2.7 ล้านเที่ยวบินต่อปี โดยสนามบินฮีทโธรว์จะเข้ามาช่วยดูว่าการเติบโตที่เกิดขึ้นจะจัดการอย่างไร ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว”.