ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ม.ค. 2560 07:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838285

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงแผนการพัฒนารถไฟไทยในปี 2560 ที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า จะเน้นการต่อยอดเพิ่มเติมจากปีที่แล้ว ทั้งในบทบาทการตอบสนองนโยบายการทำงานของรัฐบาล ปรับปรุงประสิทธิภาพภายในองค์กร ตลอดจนการยกระดับการให้บริการให้เป็นที่พึ่งพิงแก่ประชาชน
ในปีที่ผ่านมาเราได้มีการนำรถโดยสารรุ่นใหม่ออกมาให้บริการ ซึ่งตอบโจทย์ของผู้ใช้บริการได้อย่างดี มียอดจองเต็มล่วงหน้านานหลายเดือน และปีนี้จะเห็นเราปรับปรุงคุณภาพบริการรถไฟโดยสารชั้น 3 ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้มีรายได้น้อยกับผู้ที่มีรายได้ปานกลาง สามารถซื้อตั๋วโดยสารในราคาใกล้เคียงกัน โดยคาดว่าจะปรับปรุงและให้บริการรถไฟชั้น 3 โฉมใหม่ได้ครบ 148 คัน
“เป้าหมายต่อไปเราต้องการยกระดับการบริการของรถไฟไทยให้มีมาตรฐานสากล ซึ่งปีที่ผ่านมาได้เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงไปแล้วในขบวนรถโดยสารรุ่นใหม่ 115 คัน ไม่ว่าจะเป็นการบริการอาหาร ชุดยูนิฟอร์มของพนักงาน สัญญาณไวไฟ เป็นต้น มาในปีนี้ ผมจะนำประสบการณ์จากการออกไปดูงานตามต่างประเทศ ซึ่งได้มีโอกาสพบเจอรูปแบบบริการรถไฟดีๆจากที่ต่างๆนำมาประยุกต์เพื่อให้รถไฟไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก”
ทั้งนี้ นอกจากการเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางแล้ว การรถไฟฯยังเน้นความปลอดภัย โดยเฉพาะการลดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดเสมอระดับทางรถไฟ โดยปีนี้ตั้งใจว่าจะติดตั้งอุปกรณ์บริเวณจุดตัดทางเสมอระดับรถไฟได้ครบถ้วนตามแผน ซึ่งมั่นใจว่าจะทำให้สถิติการเกิดอุบัติเหตุรถไฟกับรถยนต์ลดน้อยลง

ขณะที่อีกบทบาทหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยกว่ากัน คือการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลเดินหน้าการลงทุนพัฒนาโครงสร้างรถไฟทางคู่ เพื่อเพิ่มศักยภาพการขนส่งให้กับประเทศและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งในปี 2560 ตั้งใจว่าจะเป็นปีแห่งการลงทุนพัฒนาครั้งใหญ่ของการรถไฟฯ โดยปีนี้จะมีโครงการรถไฟทางคู่อีก 5 เส้นทาง ซึ่งเป็นแผนการลงทุนจากปีที่แล้วที่ทำแล้ว 2 เส้นทาง ระยะทางรวม 668 กิโลเมตร มูลค่าลงทุน 9.58 หมื่นล้านบาท จะเปิดประมูลและเริ่มก่อสร้างได้ทั้งหมดภายในเดือน มี.ค.นี้ ประกอบด้วยเส้นทางนครปฐม-หัวหิน, เส้นทางหัวหิน-ประจวบคีรี-ขันธ์, เส้นทางประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร, เส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ และเส้นทางลพบุรี-ปากน้ำโพ
นอกจากนี้ การรถไฟฯยังมีการปรับแผนลงทุนรถไฟทางคู่เพิ่มเติม ตามแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วน (แอ็กชั่นแพลน) ปี 2560 ประกอบด้วยรถไฟทางคู่ หัวหิน-ประจวบ-คีรีขันธ์ ชุมพร-สุราษฎร์ธานี สุราษฎร์ธานี-สงขลา หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ปากน้ำโพ-เด่นชัย ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ช่วงขอนแก่น-หนองคาย ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี และช่วงบ้านไผ่-นครพนม
ขณะนี้จะดำเนินการส่วนต่อขยายรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) อีกจำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ สายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ รังสิต สายสีแดงอ่อน ส่วนต่อขยาย ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช และตลิ่งชัน-ศาลายา โดยตั้งเป้าหมายทุกโครงการที่อยู่ในแอ็กชั่นแพลนจะเริ่มดำเนินการอนุมัติการลงทุนได้ภายในปี 2560 ด้วยเช่นกัน
นายวุฒิชาติกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ในปี 2560 การรถไฟฯยังตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นปีแห่งการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กร เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดตั้งกรมการขนส่งทางราง โดยจัดตั้งบริษัทลูก 3 แห่ง คือ บริษัทเดินรถ, บริษัทซ่อมบำรุงรางและล้อเลื่อน และบริษัทบริหารทรัพย์สิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหารายได้ การลดรายจ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ
สำหรับบริษัทลูกที่เกิดแห่งแรกจะเป็นบริษัทบริหารทรัพย์สิน ซึ่งเกิดขึ้นได้ภายในเดือน มี.ค.นี้ โดยรูปแบบของบริษัทลูกจะถือหุ้นโดยการรถไฟฯ 100% ทำหน้าที่ดูแลบริหารจัดการที่ดินของการรถไฟฯทั้งหมด 30,000-40,000 ไร่ ดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บค่าเช่าที่ดิน การศึกษาประเมินแผนการใช้ที่ดิน ตลอดจนการร่วมลงทุนกับเอกชนให้เข้ามาลงทุนพัฒนาที่ดินของการรถไฟฯ ตั้งเป้าหมายเมื่อตั้งบริษัทบริหารทรัพย์สินขึ้นมาแล้ว ภายใน 5 ปี รฟท.จะมีรายได้จากการใช้ประโยชน์จากที่ดินค่าเช่าเพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาท จากปัจจุบัน 3,000 ล้านบาท และภายใน 10 ปี จะต้องเพิ่มไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มรายได้ และลดปัญหาขาดทุนสะสมการรถไฟฯได้
ส่วนอีก 2 บริษัทลูกที่จะมีการจัดตั้ง คือ บริษัทเดินรถและการซ่อมบำรุงรางและล้อเลื่อน โดย รฟท.ได้กำหนดกรอบเวลาว่าจะทำแล้วเสร็จในปี 2567 เนื่องจากทั้ง 2 ส่วน มีเนื้องานขนาดใหญ่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลาเปลี่ยนแปลง แต่ภายในปีนี้จะเริ่มทดลองการบริหารด้วยการแยกบัญชีทรัพย์สินของทั้ง 2 หน่วยงานนี้ออกมา และทดลองประเมินประสิทธิภาพว่ามีการใช้งบประมาณเท่าไร มีผลงานเป็นอย่างไร เลี้ยงตัวเองได้หรือไม่
“การเดินรถแต่ละปีรายได้ยังติดลบอยู่ โดยบางขบวนก็มีผู้โดยสารน้อยทำให้ขาดทุน แต่ภายในเดือน เม.ย.นี้ กำลังจัดระบบการเดินรถใหม่ โดยเส้นทางที่ทับซ้อนมีเวลาเดินรถใกล้เคียง และไม่ได้ทำกำไรก็จะมีการควบรวมกันเหลือเพียงเส้นเดียวและปรับสถานีปลายทางใหม่ แต่จะไม่กระทบต่อผู้โดยสารจนเดือดร้อน ส่วนในฝ่ายซ่อมบำรุงก็จะมีการประเมินเลยว่าการซ่อมบำรุงแต่ละครั้ง ควรมีรายได้ค่าซ่อมเท่าไร ปรับดีขึ้นได้หรือไม่”
“ผมเชื่อว่า จากการดำเนินงานตามแผนปี 2560 ที่ตั้งไว้ รวมถึงความตั้งใจของคน รถไฟที่มุ่งมั่นในการพัฒนา จะเห็นรถไฟไทยพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจนไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา”.