ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 ม.ค. 2560 08:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/839090

การสร้างความรู้ความเข้าใจทางการเงิน (financial literacy) ของประชาชนคนไทยให้ปรับตัวเข้ากับระบบการเงินยุคใหม่ ควบคู่กับการผลักดันให้สถาบันการเงินให้บริการอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม ช่วยให้ผู้ใช้บริการเข้าใจสิทธิที่มีและได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม
เป็นเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ความสำคัญ และกำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ 3 ปีของ ธปท.รวมไปถึงแนวทางส่งเสริมการออมของประชาชนเพื่อรับมือกับสังคมสูงอายุ
ทั้งนี้ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท.ได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์ 3 ปีของ ธปท.ในหัวข้อการส่งเสริมบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง เป็นธรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างรวดเร็ว ขณะที่หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดการวางแผนและวินัยทางการเงิน ผู้มีรายได้น้อยบางส่วนไม่มีบัญชีเงินฝาก ขณะที่สังคมคาดหวังให้การบริการทางการเงินของสถาบันการเงินต่อรายย่อยเป็นธรรมมากขึ้น
ดังนั้น ในช่วง 3 ปีจากนี้ ธปท.จะสนับสนุนให้เกิดผลิตภัณฑ์เพื่อการออม และการลงทุนระยะยาวเพื่อรองรับการออมและการลงทุนเพื่อวัยเกษียณ รวมถึงสนับสนุนให้มีบริการบัญชีเงินฝากขั้นพื้นฐานแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง สร้างโครงสร้างพื้นฐาน ที่ช่วยส่งเสริมการออม การป้องกันการก่อหนี้เกินตัวและแก้ไขหนี้สินล้นพ้นตัว เช่น การจัดให้มีหน่วยงานด้านการให้คำปรึกษาด้านการบริหารหนี้แก่รายย่อย และที่ผ่านมา ธปท.ได้ประสานกับสมาคมธนาคารไทยเพื่อจัดตั้งองค์กรให้การดูแลแก้ไขหนี้บัตรเครดิตของลูกหนี้ที่มีบัตรเครดิตหลายใบในที่เดียว
ขณะเดียวกัน จะเร่งยกระดับการกำกับดูแลการตรวจสอบสถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในมาตรฐานการขายผลิตภัณฑ์ ทางการเงิน และการให้ข้อมูลที่โปร่งใสครบถ้วนแก่ลูกค้า (market conduct) โดย ธปท.ได้จัดตั้งฝ่ายคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินเป็นส่วนงานเพิ่มขึ้นจากศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.)
โดยหน่วยงานใหม่จะมีบทบาทในการกำกับดูแลให้สถาบันการเงินให้บริการทางการเงินที่เป็นมาตรฐานเดียวกันและเป็นธรรมต่อผู้บริโภค รวมทั้งยังมีหน้าที่ประสานกับองค์กรกำกับดูแลอื่นในการดูแลการขายผลิตภัณฑ์ด้านหลักทรัพย์และด้านประกันภัยผ่านธนาคารพาณิชย์ (cross selling) รวมถึงเน้นการนำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางการเงินแก่ลูกค้าอย่างถูกต้อง ไม่บังคับขาย ลูกค้ามีสิทธิเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ธปท.จะผลักดันให้สถาบันการเงินตระหนักและให้ความสำคัญกับการให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบไม่นำไปสู่การก่อหนี้เกินตัวของผู้กู้ รวมทั้งการให้สินเชื่อต่อภาคธุรกิจที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อมและธรรมาภิบาล
ขณะที่การวางแผนป้องกันภัยทางไซเบอร์ (cyber resilience) ของธุรกิจการเงิน ผู้ให้บริการประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์และบัตรเครดิตให้มีความพร้อมในการป้องกัน ตรวจจับ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ทันเหตุการณ์ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงเป็นวงกว้างต่อระบบการเงินไทยเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ ธปท.จะเร่งดำเนินการ รวมถึงจะประสานงานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (cyber security) เพื่อให้ผู้ใช้บริการทางการเงินเกิดความเชื่อมั่นในการใช้บริการในระยะต่อไป รวมทั้งสร้างความเข้าใจและการเตือนภัยเกี่ยวกับบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้บริการทางการเงินในฐานดิจิทัลให้กับประชาชนเพิ่มขึ้น
“เรื่องเหล่านี้ ธปท.จะทำควบคู่กับการ สร้างความรู้ความเข้าใจทางการเงินของคนไทยทุกภาคส่วน โดยส่วนหนึ่ง ธปท.ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัย และโรงเรียนหลายๆแห่งในการให้ความรู้ความเข้าใจทางการเงินขั้นพื้นฐาน มุ่งสร้างความตระหนัก และปรับพฤติกรรมของเด็กรุ่นใหม่ (GEN Y) ให้ออมอย่างสม่ำเสมอและไม่ก่อหนี้เกินตัว นอกจากนั้น ธปท.กำลังปรับปรุงอาคารโรงพิมพ์ธนบัตรเดิมเยื้องวังบางขุนพรหม เพื่อเป็นศูนย์ประชุมสัมมนา และเป็นศูนย์การเรียนรู้ความเข้าใจทางการเงินที่ดีที่สุดในเมืองไทย และจะเปิดให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชนเข้าไปหาความรู้ได้กลางปีนี้เป็นต้นไป”
ทั้งนี้ ผู้ว่าการ ธปท.เน้นย้ำว่า การสร้างความรู้ความเข้าใจทางการเงินเป็นเรื่องจำเป็นในยุคนี้ คนไทยทุกคนจะต้องให้ความสำคัญกับการเรียนรู้การเงินใหม่ๆ กล้าซักถามข้อดี-ข้อเสียของบริการทางการเงินที่จะรับบริการ กล้าปฏิเสธบริการ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ไม่ต้องการ รวมทั้งกล้าที่จะรักษาสิทธิประโยชน์ของตนเอง รักษาสิทธิที่จะได้รับการชดเชยที่เหมาะสม
ขณะที่สถาบันการเงินควรประกอบธุรกิจโดยคำนึงถึงการพัฒนา และการสร้างระบบนิเวศเพื่อความยั่งยืนของประเทศ และสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงแหล่งเงิน ของคนทุกระดับชั้น.