พณ. ยกเลิกโควตาภาษีนำเข้าเหล็ก-เหล็กกล้าภายใต้เจเทปา มีผลตั้งแต่ 1ม.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2560 19:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838890


ผู้นำเข้าเหล็กเฮ!! กรมการค้าต่างประเทศ ประกาศยกเลิกโควตาภาษีนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้าจากญี่ปุ่น ภายใต้ความตกลงเจเทปา มีผล 1 ม.ค.60 เป็นต้นไป ตามพันธกรณีที่ไทยต้องยกเลิก หลังความตกลงมีผลบังคับใช้แล้ว 10 ปี เผย นับจากนี้นำเข้าได้โดยไม่เสียภาษี-ไม่จำกัดปริมาณ …วันที่ 18 ม.ค. 60 นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การนำเหล็กและเหล็กกล้าเข้ามาในราชอาณาจักรตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2555 พ.ศ. 2559 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 60 ซึ่งจะมีผลทำให้สินค้าเหล็กและเหล็กกล้าที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (เจเทปา) จะได้รับการยกเว้นภาษีโดยไม่จำกัดปริมาณการนำเข้าอีกต่อไป

“ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 เป็นต้นไป ผู้นำเข้าเหล็กและเหล็กกล้าจากญี่ปุ่น สามารถแสดงหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ที่ออกตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลงเจเทปา ต่อกรมศุลกากร เพื่อขอรับการยกเว้นภาษีอากรขาเข้าได้โดยไม่จำกัดปริมาณ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิต และช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้นำเข้า และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ต้องการสอบถามเพิ่มเติม ดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.dft.go.th หรือ facebook #dft2go หรือสายด่วน 1385”

สำหรับการยกเลิกโควตาภาษีดังกล่าว เป็นไปตามพันธกรณีของไทยภายใต้เจเทปา ที่ไทยต้อง ให้สิทธิยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับการนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้า ที่มีถิ่นกำเนิดและส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่น ในปริมาณที่กำหนดไว้ในโควตาเป็นระยะเวลา 10 ปี ภายหลังจากที่เจเทปา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.50 ซึ่งสิ้นสุดในวันที่ 1 ของปีที่ 11 ของความตกลง หรือตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 เป็นต้น

ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดสรรโควตานำเข้าสินค้าเหล็กและเหล็กกล้าจากญี่ปุ่น ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในแต่ละปี โดยจัดสรรให้ผู้ประกอบการ/ผู้นำเข้าที่นำเหล็ก รีดร้อนมาใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่อง จำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ เหล็กกลุ่ม 1 (Q9) ประกอบด้วยเหล็กรีดร้อน กัดกรด เคลือบน้ำมัน ใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง, เหล็กกลุ่ม 2 (Q10) ประกอบด้วย เหล็กรีดร้อน หน้ากว้างสำหรับรีดเย็น เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และเหล็กกลุ่ม 3 (Q12) ประกอบด้วย เหล็กรีดร้อนสำหรับรีดเย็น ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการนำเข้าเหล็กดังกล่าวจากญี่ปุ่นในโควตาเฉลี่ยปีละประมาณ 80% ของปริมาณโควตาที่จัดสรรทั้งหมด ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระด้านต้นทุนให้กับภาคอุตสาหกรรมของไทยได้เป็นอย่างดี

 

Leave a comment