ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ม.ค. 2560 18:50
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838085

1.ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของราคา ซึ่งเป็นผลมาจากความคาดหวังในอัตราผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น หรือ อัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้น (market risk / interest rate risk)
2.ความเสี่ยงที่เกิดจากการไม่ได้รับชำระเงินคืนตามกำหนดเวลา (default risk) ซึ่งความเสี่ยงนี้ ถ้าหากเกิดขึ้นก็มักจะกระทบต่อราคา หรือ มีโอกาสขาดทุนมากกว่าความเสี่ยงมากกว่าข้อ 1

ทั้งนี้โดยหลักการแล้ว การผิดนัดชำระเงินของตราสารหนี้อาจเกิดขึ้นได้กับตราสารต่างๆ ทั้งตราสารประเภทที่ไม่มีการจัดอันดับเครดิต (non rated) ตราสารที่มีอันดับเครดิตต่ำกว่าระดับที่ลงทุนได้ (non investment grade) หรือ แม้แต่ตราสารที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตในระดับที่ลงทุนได้ (investment grade) ก็ตาม เพียง แต่ตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับเครดิต จะมีการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทต่อนักลงทุน ทำให้นักลงทุนมีข้อมูลเบื้องต้นในการประเมิน หรือ พิจารณาความเสี่ยงก่อนการลงทุนนั้นเอง
จากสถิติพบว่า ตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตในระดับที่ดี ส่วนใหญ่จะมีโอกาสของการผิดนัดชำระหนี้น้อยกว่าตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตในระดับที่ต่ำกว่า หรือ ไม่มีการจัดอันดับเครดิต แต่ก็จะได้รับอัตราผลตอบแทนในระดับที่ต่ำกว่าโดยเปรียบเทียบเช่นเดียวกัน
สำหรับกรณีการผิดนัดชำระหนี้ของหลายบริษัทที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ จะเห็นว่าบริษัทผู้ออกตราสารเหล่านี้ดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกัน จึงไม่อาจเหมารวมว่ากลุ่มอุตสาหกรรมใดกำลังมีปัญหาเรื่องการดำเนินงาน หรือ ขาดสภาพคล่อง หรือไม่ ทั้งนี้ความผิดพลาดอาจเกิดจากสาเหตุเล็กๆ

เช่น มีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการภายใน หรือ ปัญหาเรื่องการจัดเงินในระยะเวลาสั้นๆ ไม่ดี (fault settlement) ซึ่งสาเหตุเหล่านี้หากเกิดขึ้นกับเจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินจะไม่เป็นปัญหา หรือ มีผลกระทบไม่มาก เพราะสามารถยืดหยุ่นได้มากกว่าเจ้าหนี้ที่เป็นกองทุนซึ่งบริหารจัดการโดย บลจ. เพราะต้องนำเงินไปส่งมอบต่อผู้ถือหน่วยให้ทันตามกำหนดเวลา แต่ถ้าพบปัญหาว่ากิจการเริ่มมีการจัดการกับสภาพคล่อง หรือ มีปัญหากับธุรกิจที่ดำเนินการอยู่จริงๆ ก็เป็นสิ่งที่ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเจ้าหนี้ต้องเข้าไปติดตามและแก้ปัญหา

นอกจากนี้ประเด็นที่สำคัญคือ แม้ว่ากองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ที่ผิดนัดชำระส่วนใหญ่จะเป็นกองทุนที่จดทะเบียนจัดตั้งกับ ก.ล.ต. เป็นกองทุนรวมที่เสนอขาย สำหรับผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อยก็ตาม บลจ.หรือ เจ้าหนี้ก็ยังมีหน้าที่ที่จะต้องชี้แจงให้ผู้ถือหน่วยลงทุนรับทราบถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นด้วย หรือแม้กระทั่งหากมีการผิดนัดชำระหนี้เกิดขึ้นแล้ว ก็ควรมีคำชี้แจงพร้อมแนวทางในการแก้ไขจัดให้แก่ผู้ลงทุนทราบด้วยเช่นเดียวกัน
นายชัชชัย กล่าวอีกว่า การลงทุนในตราสารหนี้ของบริษัทเอกชนนั้น จำเป็นที่จะต้องทำการวิเคราะห์ความเสี่ยงในด้านต่างๆ ทั้งระดับมหภาคและจุลภาค ไม่แตกต่างจากการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ และต้องมีการติดตามการบริหารผลการดำเนินงานของบริษัทผู้ออกตราสารหนี้อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องอีกด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่