แนะจับตาการคอร์รัปชัน เหตุรัฐทุ่มลงทุนเมกะโปรเจกต์หลายโครงการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ม.ค. 2560 19:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/839616


ม.หอการค้าไทย เผยดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย ดีสุดรอบ 6 ปี อยู่ที่ 55 คะแนนจาก 100 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก มิ.ย.59 อัตราการจ่ายใต้โต๊ะลดลงเหลือ 5-15% คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 1.2-1.8 แสนล้านบาท ตั้งข้อสังเกตมีสัญญาณต้องระวัง เหตุรัฐทุ่มลงทุนเมกะโปรเจกต์หลายโครงการเมื่อวันที่ 19 ม.ค.60 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผลสำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย ที่สำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 2,400 ตัวอย่าง ในกลุ่มประชาชน ผู้ประกอบการ/ภาคเอกชน และข้าราชการ/ภาครัฐ เมื่อเดือนธ.ค.59 พบว่า ภาพรวมสถานการณ์คอร์รัปชันไทยอยู่ในระดับปานกลาง แต่ถือว่าดีสุดในรอบ 6 ปี นับจากปี 54 และเป็นการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยค่าดัชนีคอร์รัปชันเดือน ธ.ค.59 อยู่ที่ 55 คะแนน จากเต็ม 100 คะแนน เพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อนเมื่อเดือน มิ.ย.59 ที่อยู่ที่ 53 คะแนน แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันปี 58 ถือว่า ยังทรงตัวในระดับเดิม

ส่วนดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทยในปัจจุบัน อยู่ที่ระดับ 52 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 51 คะแนน ในการสำรวจครั้งก่อน และดัชนีแนวโน้มสถานการณ์คอร์รัปชันไทย อยู่ที่ 57 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 56 คะแนน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของค่าดัชนีปัญหาและความรุนแรงของการคอร์รัปชันในเดือน ธ.ค.59 ถือว่าสอบตก เพราะอยู่ที่ 49 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 48 คะแนน ในการสำรวจครั้งก่อน แต่ลดลงจาก 52 คะแนน จากช่วงเดียวกันของปี 58

“ค่าดัชนีความรุนแรงของคอร์รัปชันที่เพิ่มขึ้นมา ทำให้ตั้งข้อสังเกตว่า มีสัญญาณบางอย่างที่ต้องระวัง และหาทางป้องกัน ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากปีที่แล้ว ยังไม่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่เกิดขึ้น แต่ในปีนี้ รัฐบาลเริ่มผลักดันโครงการลงทุนขนาดใหญ่มากขึ้น รวมทั้งเริ่มกระจายเม็ดเงินลงทุนลงสู่กลุ่มจังหวัดทั่วประเทศ จึงเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด”

สำหรับความเสียหายของการทุจริตคอร์รัปชัน จากการสำรวจผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับภาครัฐพบว่า อัตราการจ่ายเงินเพิ่มเติม หรือเงินใต้โต๊ะให้แก่ข้าราชการ นักการเมืองที่ทุจริตเพื่อให้ได้งานนั้น พบว่า มีอัตราการจ่ายลดลงในรอบ 2 ปี โดยมีการจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 1-15% คิดเป็นเงินที่รัฐจะสูญเสียราว 120,000-180,000 ล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ลดลง 0.4-1.2% ถือว่า ลดลงจากช่วงปี 56 ที่จ่ายเฉลี่ย 25-35% และรัฐต้องสูญเสียเงินงบประมาณมากกว่า 300,000-400,000 บาท ซึ่งการลดการจ่ายเงินใต้โต๊ะลงทุกๆ 1% จะทำให้มูลค่าความเสียหายจากการคอร์รัปชันลดลง 10,000 ล้านบาท

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ปลายเดือน ม.ค.นี้ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (ซีพีไอ) จะประกาศผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปี 59 คาดหวังว่า จะประกาศคะแนนของไทยดีขึ้น หรือเกิน 50 คะแนน จากปี 58 ซีพีไอให้คะแนน 38 คะแนน จากเต็ม 100 คะแนน ถือว่าต่ำกว่าค่ากลาง 50 คะแนน แสดงว่า ไทยสอบไม่ผ่านเรื่องการคอร์รัปชัน และไทยอยู่ในอันดับที่ 76 จาก 168 ประเทศทั่วโลก ปรับขึ้นจากอันดับที่ 85 เมื่อปี 57 และเป็นอันดับ 10 ในเอเชีย

จี้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ “โรลส์-รอยซ์”

นายธนวรรธน์ กล่าวถึงกรณีที่โรลส์-รอยซ์จ่ายสินบนให้นายหน้า บริษัท การบินไทย ช่วยจัดซื้อเครื่องยนต์เครื่องบินว่า มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย เพราะมีการกล่าวอ้างถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐของไทย ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันกับบริษัทต่างชาติ ซึ่งภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบริษัท การบินไทย จะละเลยไม่ได้ ต้องเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมทั้งต้องมีมาตรการลงโทษผู้กระทำผิด และวางแนวทางแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ากรณีดังกล่าว จะไม่ส่งผลต่อคะแนนและการจัดอันดับของไทย ที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (ซีพีไอ) จะประกาศผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปี 59 ช่วงปลายเดือน ม.ค.นี้แน่นอน เพราะเป็นกรณีที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 34-48 ถือว่าจบไปแล้ว แต่ไม่แน่ชัดว่า ปัจจุบันยังมีเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่

 

Leave a comment