‘แอสเซท พลัส’ มองดอกเบี้ยซึมยาว ปลายปีเห็นหุ้นไทยแตะ 1,680 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ม.ค. 2560 21:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/839752


บลจ.แอสเซท พลัส มองดอกเบี้ยไทยซึมยาว พร้อมให้เป้าหุ้นไทยปลายปีเห็น 1,680 จุด แนะลงทุนกระจายเสี่ยง เลือก หุ้นไทย 40% หุ้นต่างประเทศ 10% ตราสารหนี้ 40% สินทรัพย์ทางเลือก เช่น น้ำมัน ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ อีก 10%เมื่อวันที่ 19 ม.ค.60 นายรัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส จำกัด กล่าวถึงมุมมองการลงทุนว่า ตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลกในปีนี้ยังเผชิญความผันผวนและมีปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิด โดยเรามีมุมมองเป็นบวกต่อตลาดญี่ปุ่น ซึ่งมีแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และยังได้ประโยชน์จากนโยบายการเงินที่สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและโอกาสที่นายกรัฐมนตรีอาเบะ อาจได้รับการยอมรับให้ดำรงตำแหน่งต่อไป ทำให้นโยบายเศรษฐกิจสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ คาดว่าจะสามารถเติบโตต่อไปได้โดยมีแรงหนุนจากนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ สำหรับตลาดจีนเชื่อว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตได้ตามเป้าหมาย โดยการดำเนินนโยบายอย่างเข้มงวดของทางการจีนจะช่วยคลายความกังวลเรื่องภาวะฟองสบู่ และไม่เกิด Hard Landing

อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาผลกระทบจากนโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐฯ ว่าจะส่งผลต่อจีนมากน้อยเพียงใด ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปแม้เศรษฐกิจจะยังได้อานิสงส์จากมาตรการ QE แต่ยังต้องจับตาผลกระทบจากการเลือกตั้งในหลายประเทศที่จะเกิดขึ้นในปีนี้

สำหรับตลาดหุ้นไทย คาดการณ์ดัชนีปลายปีไว้ที่ 1,680 จุด โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยจะยังคงได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ ขณะเดียวกันทิศทางดอกเบี้ยนโยบายจะยังทรงตัวในระดับต่ำต่อไปเพื่อเอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศ CLMV หรือ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ ตลอดจนหุ้นของบริษัทที่มีแบรนด์แข็งแกร่ง เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้แนะนำผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง เลือกกระจายสินทรัพย์ลงทุน (Asset Allocation) โดยอาจเลือกลงทุนใน หุ้นไทย 40% หุ้นต่างประเทศ 10% ตราสารหนี้ 40% และสินทรัพย์ทางเลือก เช่น น้ำมัน ทองคำ หรือ อสังหาริมทรัพย์ ประมาณ 10%

“ทิศทางดอกเบี้ยในประเทศนั้น แม้อัตราเงินเฟ้อในประเทศจะเพิ่มขึ้น แต่ด้วยเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวได้ อย่างค่อยเป็นค่อยไปอาจส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับต่ำต่อไป ประกอบกับทิศทางการขยายตัวของสินเชื่อมีแนวโน้มลดลง ทำให้เชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์จะทรงตัวต่อเนื่องเช่นกัน”.

 

Leave a comment