‘พาณิชย์’ ชี้ ทรัมป์ยกเลิก TPP ส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ม.ค. 2560 15:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/842908


กระทรวงพาณิชย์ มอง ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ พาสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงทางการค้า TPP จะส่งผลดีต่อประเทศไทย ทำให้สินค้าไทยแข่งขันกับจีนได้มากขึ้น ชี้ภาคการส่งออกปี 60 ขยายตัว 2.5-3.5%

เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 60 นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า นโยบายทางการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกาที่จะมีผลต่อไทยนั้น โดยนโยบายด้านเศรษฐกิจของสหรัฐมีทั้งโอกาสและความเสี่ยงต่อไทย โดยในแง่ของผลดีคือ 1. ข้อตกลง TPP ที่สหรัฐฯยกเลิกไปนั้น จะทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบประเทศอื่นน้อยลง (เอาจริง! ’ทรัมป์’ ลงนามคำสั่งปธน. พามะกันออกจากข้อตกลง ‘TPP’ )

2. การที่สหรัฐฯ มีนโยบายปกป้องทางการค้ากับจีน และกดดันจีนมากจนอาจทำให้จีนต้องปรับค่าเงินหยวนให้แข็งค่าขึ้น ก็จะส่งผลดีต่อสินค้าไทยให้สามารถแข่งขันได้ดีกว่าสินค้าจากจีน และ 3. หากสหรัฐฯ มีนโยบายกระตุ้นการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น ก็จะส่งผลดีให้สินค้าไทยโดยเฉพาะสินค้าอาหารให้เข้าไปมีโอกาสส่งออกในตลาดสหรัฐฯ มากขึ้น

ส่วนผลกระทบด้านลบที่จะส่งผลถึงไทยนั้น ขณะที่หลายฝ่ายยังมองเห็นความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถือเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและการค้าของโลก ซึ่งหากสหรัฐฯ ใช้นโยบายปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน อาจทำให้สินค้าจากไทยที่มีประเภทใกล้เคียงกับสินค้าจากจีนต้องได้รับผลกระทบทางภาษีจากการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ด้วย เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นต้น

“สหรัฐฯ คงจะยังไม่ถอนการลงทุนจากไทย เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วการลงทุนของสหรัฐฯในไทยจะเป็นภาคผลิตสินค้าและบริการ แต่คงต้องจับตานโยบายด้านการลงทุนในต่างประเทศของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดต่อไป”

นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวอีกว่า สำหรับการส่งออกของไทยในปี 60 มีแนวโน้มจะปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าปีก่อน และมีโอกาสขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องในอัตรา 2.5-3.5% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 220,700-222,800 ล้านดอลลาร์ จากปี 59 ซึ่งการส่งออกขยายตัวราว 0.45% และหากเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น มีโอกาสที่จะโตได้ถึง 5% โดยกระทรวงพาณิชย์จะมีการทบทวนตัวเลขส่งออกของปี 60 อีกครั้งในช่วงกลางปี

ส่วนปัจจัยสนับสนุนการส่งออกในปีนี้มาจากราคาน้ำมันดิบที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นแบบช้าๆ ส่งผลให้แนวโน้มราคาสินค้าเกษตรสำคัญ และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ส่วนทิศทางค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าแบบค่อยเป็นค่อยไป จะช่วยสนับสนุนให้การส่งออกมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่เป็นไปอย่างล่าช้า อีกทั้งความไม่ชัดเจนของนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันต่อการค้าโลกในระยะต่อไป ทั้งนี้ประเมินค่าเงินบาททั้งปี 60 อยู่ในช่วง 35.5-37.5 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันน่าจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างช้าๆ ไปอยู่ในกรอบ 50.0-60.0 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สำหรับภาพรวมการส่งออกของไทยในปี 59 ที่ขยายตัวได้ 0.45% นั้น แม้จะเป็นการขยายตัวที่ไม่สูงนัก

ทั้นี้หากเทียบกับภาพรวมการค้าโลกในปี 59 ที่ลดลง 3.4% แล้วถือว่าการส่งออกของประเทศไทยอยู่ในสถานะที่น่าพอใจ โดยไทยยังสามารถรักษาตลาดส่งออกหลักไว้ได้ทุกตลาด ซึ่งได้รายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี รับทราบตัวเลขการส่งออกดังกล่าวแล้ว

 

Leave a comment