ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2560 05:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/839556

เอิ่ม….อ้ำอึ้ง ดึงงงกันไปตามระเบียบ ทีนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เลยแอบกระแซะถามไปยัง นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ได้ความว่า กรมสรรพากรต่างประเทศที่เหล่านักช็อปไทยเดินทางไปซื้อสินค้าแบรนด์เนมมานั้น ได้ส่งรายงานข้อมูลการซื้อสินค้าของเหล่านักช็อปมาให้แก่กรมสรรพากรไทย เพื่อดำเนินการตรวจสอบภาษีย้อนหลัง โดยข้อมูลเหล่านี้มาจากความร่วมมือทางด้านข้อมูลภาษีระหว่างไทยกับต่างประเทศตามสนธิสัญญาภาษีซ้อน ที่กรมสรรพากรไทยได้ลงนามเอาไว้กับประเทศต่างๆ ราว 60 ประเทศทั่วโลก

เมื่อข้อมูลถึงมือสรรพากรไทยปุ๊บ เหล่าเศรษฐีในคราบยาจกก็จะถูกสลัดผ้าทันที! โดย อธิบดีกรมสรรพากร ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ ว่า คนคนหนึ่งมีรายได้รวมปีละ 500,000 บาท แต่ซื้อสินค้าแบรนด์เนมราคาสูงถึง 800,000 – 1,000,000 บาท ซึ่งสินค้าเหล่านี้มีราคาแพงเกินกว่ารายได้ที่เสียภาษีให้แก่กรมสรรพากร เพราะฉะนั้น คนผู้นี้ถือว่า มีความร่ำรวยผิดปกติ
“หากพบว่า คนคนหนึ่งมีการซื้อสินค้าราคาแพงๆ ในต่างประเทศเป็นเงินจำนวนมากๆ อย่างกับคนรวย แต่เขากลับยื่นเสียภาษีรายได้น้อยๆ อย่างกับคนจน ย่อมแสดงว่า คนคนนั้นกำลังหลบเลี่ยงภาษี” อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กรมสรรพากรได้เชิญคนไทยที่ซื้อสินค้าราคาสูงๆ หรือราคาแพงมากๆ มาพบ เพื่อชี้แจงว่าในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1.จากประวัติการยื่น ภ.ง.ด.90, 91 (ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา) ที่ผ่านมานั้น คุณเอาเงินจากไหนมาซื้อสินค้าหรู และ 2.สินค้าที่นำเข้าดังกล่าวต้องเสียภาษีนำเข้า 7% บวกเบี้ยปรับ 2 เท่า และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน
ขณะที่ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวถึงเหล่าเศรษฐีในคราบยาจกไว้อีกว่า นับจากนี้ กรมสรรพากรจะดำเนินการเรียกผู้ที่เข้าข่ายเสียภาษีเพิ่มมาชี้แจงอีกหลายต่อหลายราย และพร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกกล่าวหา นำหลักฐานมาแสดงถึงแหล่งที่มาของรายได้ เพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

หากพิสูจน์ได้ว่า เงินที่ใช้ซื้อสินค้าจากต่างประเทศมีการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาถูกต้องครบถ้วน โดยที่คนผู้นั้นมีฐานะทางการเงินมากเพียงพอกับการซื้อสินค้าดังกล่าว หรือมีเงินฝากในบัญชีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และบัญชีที่ว่านี้เสียภาษีถูกต้องอยู่เสมอ ทางกรมสรรพากรก็จะไม่เรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม
ส่วนกรณีที่ไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ได้ ก็จะถูกเก็บภาษีย้อนหลังจากการยื่นภาษีไม่ครบถ้วน พร้อมถูกเปรียบเทียบปรับ 2 เท่าของภาษีที่ขาดหายไป และเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือน ตลอดระยะเวลาที่ไม่ได้เสียภาษี

สรรพากรต่างประเทศ เก็บข้อมูลของคนเหล่านี้จากอะไร จากการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ที่สนามบินต่างประเทศ, จากประวัติการใช้บัตรเครดิตหรือ?
นายประสงค์ อธิบดีกรมสรรพากร ตอบข้อซักถามนี้ว่า “ผมไม่ทราบว่า ทางกรมสรรพากรต่างประเทศเก็บข้อมูลจากการที่เหล่านักช็อปไปขอคืนภาษี หรืออาจพิจารณาจากข้อมูลอื่นๆ ประกอบด้วย ซึ่งผมไม่ทราบจริงๆ ว่าแหล่งที่มาของข้อมูลนั้นมาจากอะไร เนื่องจากทางกรมสรรพากรไทย จะเป็นฝ่ายได้รับข้อมูลจากทางต่างประเทศเพียงอย่างเดียว ส่วนกรณีที่คาดการณ์ว่าตรวจสอบจากประวัติการใช้บัตรเครดิตหรือไม่นั้น กรณีนี้ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลลับ หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคล”
“สรรพากรฝากถึงนักช็อปแบรนด์เนมทุกท่านว่า ท่านควรยื่นภาษีให้ถูกต้องนะครับ เนื่องจากภาษีที่ท่านเสียไป เงินจำนวนนี้ไม่ได้มากมายก่ายกองแต่อย่างใด และเงินที่ท่านเสียไปจะถูกนำไปใช้พัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองของเราให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปครับ” อธิบดีกรมสรรพากร ทิ้งท้ายเอาไว้สั้นๆ ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการเสียภาษี….
สายช็อปทั้งหลาย อย่าเพิ่งปวดขมับ
ช็อปหรูรูดเพลินจนเงินไหล ระวังปวดใจเพราะกระอักภาษีนะจ๊ะ!
