ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2560 14:56
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/840962

ทั้งนี้จากผลของการใช้อย่างกว้างขวางทำให้พลาสติกที่ใช้แล้วถูกทิ้งอยู่ทั่วไป ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเฉพาะโครงการหลวงเองมีการใช้พลาสติกชนิดต่างๆ ตั้งแต่เพาะพันธุ์กล้าไม้และผัก แปลงเพาะปลูก บรรจุภัณฑ์ โดยมีการใช้พลาสติกทุกประเภทกว่า 230,000 กิโลกรัมต่อปี (ข้อมูลปี 2555) ซึ่งบางส่วนตกค้างอยู่ในพื้นที่โครงการหลวง ทำให้เกิดแนวคิดที่จะทำให้ถุงพลาสติกเหล่านี้เป็นถุงที่ย่อยสลายทางชีวภาพ ดังนั้นมูลนิธิโครงการหลวง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ได้ร่วมกันพัฒนาพลาสติก เพื่อใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตร ตลอดจนถึงการนำมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับผลผลิตทางการเกษตร โดยได้กำหนดกรอบแผนดำเนินงานระยะ 5 ปี (2557-2561)

ในส่วนโครงการหลวง สนับสนุนให้ใช้แปลงทดลองโครงการเพื่อใช้เป็นพื้นที่ทดสอบการใช้ประโยชน์ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่พัฒนาขึ้นมา เพื่อใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมต้นกล้า การเพาะปลูก และบรรจุภัณฑ์มาใช้กับผลิตภัณฑ์ของโครงการ สนับสนุนการขยายผลงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริงกับเกษตรกร ตลอดจนเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับสมาชิกเกษตรกรของโครงการหลวง ส่วน สกว. รับผิดชอบในการบริหารโครงการวิจัย คัดเลือกนักวิจัย ที่ปรึกษาและผู้ประสานงาน รวมทั้งติดตามการดำเนินการของโครงการวิจัยให้เป็นไปตามกรอบการทำงานและวัตถุประสงค์ และ PTTGC ให้การสนับสนุนงบประมาณในการวิจัย รวมทั้งเม็ดพลาสติกของบริษัทฯ เพื่อนำมาใช้ผลิตเป็นพลาสติก และพัฒนาสูตรร่วมกับที่ปรึกษาด้านงานวิจัย เพื่อนำไปสู่กระบวนการผลิต รวมทั้งวิจัยร่วมกับโครงการหลวงโดยใช้เทคโนโลยีบริษัทฯ

สำหรับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกในระยะเริ่มแรก มีจำนวน 5 ชนิด ได้แก่พลาสติกคลุมโรงเรือน ถุงบรรจุผักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถุงยืดอายุผลิตผลทางการเกษตร ถุงปลูกถุงเพาะพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ และถาดสลัดพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ โดยพลาสติกคลุมโรงเรือน ถุงบรรจุผักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและถุงยืดอายุผลิตผลทางการเกษตร ผลิตจากเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีน (PE) ซึ่งผ่านกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของ PTTGC ที่ได้รับการรับรองเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) บ่งบอกถึงการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรของผลิตภัณฑ์พลาสติกคลุมโรงเรือน PTTGC พัฒนาขึ้น มีความแข็งแรง ทนทาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกและคุณภาพของผลิตผลภายในโรงเรือน
ส่วนถุงบรรจุผักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยังคงคุณสมบัติความเหนียวและความแข็งแรงได้เทียบเท่าถุงบรรจุผักสดทั่วไป และสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกระบวนการผลิตเม็ดพลาสติกได้ถึง 25% โดยถุงยืดอายุผลิตผลทางการเกษตร มีคุณสมบัติในการควบคุมการซึมผ่านของก๊าซ ทำให้ยืดอายุเฉลี่ยของผักและผลไม้ให้ยาวนานขึ้นได้ประมาณ 1 เท่า เมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์ทั่วไป

สำหรับถุงปลูกถุงเพาะพลาสติกชีวภาพและถาดสลัดพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ ผลิตจากพลาสติกประเภท PLA (Polylactide) ซึ่งเกิดจากการนำข้าวโพดมาผ่านกระบวนการหมักทางชีวภาพจนได้เป็นเม็ดพลาสติก ถุงปลูกถุงเพาะชนิดนี้สามารถย่อยสลายได้ในสภาพแวดล้อมปกติภายใน 180 วัน ทำให้สามารถนำกล้าไม้ไปปลูกลงดินได้โดยไม่ต้องแกะถุงออก ส่วนถาดสลัดพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้นั้น มีการพัฒนารูปแบบขึ้นเพื่อความสะดวกในการรับประทานสลัดผัก และสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเช่นเดียวกับถุงปลูกถุงเพาะ
นอกจากการสนับสนุนให้เกิดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม PTTGC ยังร่วมมือกับศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตั้งแต่ปี 2557 จัดฝึกอบรมการสร้างโรงเรือนต้นทุนต่ำ การใช้พลาสติกคลุมโรงเรือนและถุงปลูกถุงเพาะเพื่อปลูกผักอย่างถูกวิธีให้แก่โรงเรียน 31 แห่ง และ 6 ชุมชนในพื้นที่เขตปฏิบัติการของมูลนิธิโครงการหลวง จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้มีการก่อสร้างโรงเรือนขึ้นใหม่รวมทั้งสิ้น 44 โรง โดยผักที่ปลูกในโรงเรือนของโรงเรียนจะนำมาใช้ประกอบอาหารกลางวันให้แก่นักเรียน ทำให้เด็กๆ ได้รับประทานผักปลอดสารพิษที่ปลูกขึ้นเอง ส่วนผักที่ปลูกโดยชุมชน ถือเป็นการสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้คนในชุมชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สำหรับถุงบรรจุผักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและถาดสลัดพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ มูลนิธิโครงการหลวงได้นำไปใช้บรรจุผลิตผลเกษตรและวางจำหน่ายแก่ผู้บริโภคทั่วประเทศ

“โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในพื้นที่มูลนิธิโครงการหลวง นับเป็นตัวอย่างของการเดินตามรอยเท้าพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้กับสังคมไทย แล้วยังถือเป็นการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value: CSV) ที่นำความเชี่ยวชาญและทรัพยากรของบริษัทมาช่วยแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม หากทุกฝ่ายร่วมมือกันเช่นนี้เชื่อว่าสังคมไทยจะมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน.