ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ม.ค. 2560 15:12
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/844365

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.60 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีข้าราชการระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ขโมยรูปจากโรงแรมในประเทศญี่ปุ่นและขณะนี้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องตัวบุคคล อย่าเหมารวมทั้งหมด ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ดูแลอยู่แล้ว และต้องให้ความยุติธรรมกับข้าราชการคนดังกล่าว แต่ไม่ได้หมายความว่า จะช่วยเหลือในทางที่ผิด ซึ่งกระทรวงต้องตรวจสอบต่อไป
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น และรองอธิบดีผู้ถูกกล่าวหา ไม่ได้เรียกร้องขอเอกสิทธิ์ใดๆ เพราะเป็นเหตุเฉพาะบุคคล ซึ่งสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศญี่ปุ่น กำลังประสานงานกับทางการญี่ปุ่นเพื่อขอเข้าพบ และพูดคุยอยู่ โดยรองอธิบดีผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา และอยากให้สังคมรอรับฟังสาเหตุ และข้อเท็จจริงก่อน อย่าเพิ่งตัดสินลงโทษเป็นจำเลยสังคม
“มั่นใจว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่กระทบต่อขวัญและกำลังใจในการทำงานของข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ เพราะข้าราชการทุกคนตั้งใจทำงาน และพร้อมยึดหลักการทำงานด้วยความโปร่งใสอยู่เสมอ จึงอยากขอให้เชื่อมั่นในการทำงานของข้าราชการ และไม่อยากให้สังคมหยิบยกประเด็นเล็กน้อยมาเหมารวมการทำงานทั้งหมดของข้าราชการไทย”
ส่วน น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า วันนี้ (26 ม.ค.) สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ นครโอซากา ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ของไทย ได้ประสานตำรวจญี่ปุ่นเพื่อขอเข้าพบแล้ว ซึ่งจะทำให้ทราบข้อเท็จจริงมากขึ้น และขณะนี้กำลังรอการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่น ส่วนกรณีที่มีรายงานว่า กระบวนการทางกฎหมายของญี่ปุ่น อาจจะใช้เวลา 21 วันกว่าจะแจ้งข้อหาได้นั้น ขณะนี้ รองอธิบดียังถือว่ายังอยู่ระหว่างการปฏิบัติงาน และใช้สิทธิลาต่อได้
สำหรับขั้นตอนหลังจากถูกควบคุมตัว ผู้ต้องสงสัย จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัด เพื่อรออัยการยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาล และหากศาลรับฟ้อง จะต้องถูกคุมขังเพื่อรอวันนัดไต่สวนคดี ขั้นตอนแรกนี้จะใช้เวลาตั้งแต่ 45-90 วัน จึงจะเข้าสู่การพิจารณาคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เมื่อวันที่ 26 ม.ค.60 เจ้าหน้าที่จากสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศญี่ปุ่น สถานกงสุลไทยในโอซากา และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโอซากา ที่ติดต่อกับทางการญี่ปุ่น เพื่อขอเข้าพบข้าราชการที่ขโมยภาพวาดจากโรงแรมไป แต่ปรากฏว่า ไม่ได้เข้าพบ เพราะบุคคลดังกล่าวได้ใช้สิทธิตามกฎหมาย Privacy Act ซึ่งเป็นกฎหมายคุ้มครองผู้ต้องหา ของญี่ปุ่น โดยแจ้งความประสงค์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจของญี่ปุ่นว่าไม่ต้องการให้ใครเข้าพบ ดังนั้นจึงยังไม่มีใครสามารถติดต่อกับบุคคลดังกล่าวได้ และจนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการขโมยภาพดังกล่าว.
ขรก.กรมทรัพย์สินทางปัญญา วอนสังคมอย่าซ้ำเติม ศาลยังไม่ตัดสินคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ว่า ข้าราชกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้วิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ดังกล่าวว่า แม้ว่าพฤติกรรมข้าราชการระดับสูงจะทำให้เสียภาพลักษณ์ของหน่วยงาน และของประเทศ เพราะเป็นข่าวออกสื่อไปทั่วโลก แต่รู้สึกสงสารผู้บริหารท่านนี้เป็นอย่างมาก
โดยข้าราชการบางรายระบุว่า ท่านทำผิดหรือไม่ อย่างไรยังไม่ชัดเจน และไม่ใช่คดีใหญ่เหมือนฆ่าคนตาย น่าจะให้ข้าราชการระดับสูงท่านนี้กลับมาชี้แจงข้อเท็จจริงก่อน สังคมไม่ควรตัดสินกันไปก่อน เหมือนเป็นการตัดสินโทษทางสังคม จนอาจทำให้ข้าราชการระดับสูงดังกล่าวเกิดความเครียด เพราะทนแรงวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมไทยไม่ไหว
ทั้งนี้ ต้องการคนไทยช่วยกันพิจารณาและช่วยเหลือมากกว่าจะซ้ำเติม เพราะขณะนี้ยังไม่มีใครทราบถึงข้อเท็จจริง อาจทำไปในช่วงที่เมา และไม่รู้ตัว หรือเหตุผลอื่นๆ ดังนั้น การตัดสินคดี โดยเฉพาะสื่อมวลชนขณะนี้เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลมากจนเกินไป และช่วง 2 ปี ที่ท่านทำงานที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นคนดี รักลูกน้อง แต่อาจจะมีอารมณ์เสียเรื่องสั่งงานแล้วไม่ได้ดั่งใจ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการทำงาน จึงอยากให้สังคมเปิดใจบ้าง อย่าวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงจนเกินไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คนขโมยภาพวาดใน รร.ญี่ปุ่นเป็น ขรก.พณ.จริง พร้อมประสานขอเข้าพบ 26 ม.ค
ปลัดพาณิชย์ สั่งตรวจสอบ ขรก.ไปญี่ปุ่นประชุมสิทธิบัตร ถูกจับขโมยภาพวาด