กรมศุลฯรื้อเกณฑ์คุมนักช็อปของนอก เล็งขยับมูลค่าสินค้านำเข้าติดตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 ม.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/846694


เพิ่มขึ้นจากเดิมให้ไม่เกิน 2 หมื่น

นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรไปศึกษาความเป็นไปได้ในการเพิ่มมูลค่าของราคาสินค้าที่ติดตัวมาจากต่างประเทศ จากปัจจุบันกฎหมายกำหนดให้บุคคลที่เดินทางเข้าประเทศสามารถซื้อของใช้ถือติดตัวเข้ามาภายในประเทศไม่เกิน 20,000 บาท ซึ่งจะศึกษาให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีงบประมาณปี 60 เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและราคาสินค้าในตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไป “การศึกษาของกรมศุลกากร ต้องมองถึงภาพรวมของเศรษฐกิจไทยปัจจุบัน เพราะตลอด 20-30 ปีที่ผ่านมา กรมศุลกากรไม่เคยปรับมูลค่าของสินค้าที่นำเข้าติดตัวมาจากต่างประเทศเลย ขณะที่สินค้าที่ส่งทางไปรษณีย์จากต่างประเทศก็กำหนดว่า ราคาต้องไม่เกิน 1,500 บาท หากเกินกว่า 1,500 บาท ต้องเปิดตรวจสินค้า”

นายกุลิศกล่าวว่า ที่ผ่านมากฎหมายของกรมศุลกากรใช้การควบคุมสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ มีหลักการมาจากการป้องกันประเทศเป็นหลักเช่น ปัญหายาเสพติด การนำเข้าสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์รวมถึงอาวุธสงคราม และอื่นๆ เช่นสินค้าเกษตรและวัตถุอันตราย เป็นต้น ดังนั้น กฎกติกาที่ตั้งอย่างเข้มงวดในอดีตจึงมีผลถึงปัจจุบันด้วย ซึ่งผลการศึกษาดังกล่าวต้องพิจารณาถึงผู้ประกอบการภายในประเทศด้วย หากปรับราคาขึ้นไปสูงมากๆ ก็จะทำให้ผู้ประกอบการภายในประเทศได้รับผลกระทบไปด้วยเช่น ผู้ผลิตกระเป๋า เครื่องหนังและคอสเมติกส์

นอกจากนี้ ในไตรมาสแรกปี 60 กรมศุลกากรจะออกร่างเงื่อนไขประกวดราคาเครื่องเอกซเรย์มูลค่าราว 600 ล้านบาท โดยจะนำไปติดตั้งที่สนามบินแห่งชาติ 3 แห่ง คือ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมืองและภูเก็ต เพื่อนำเครื่องเอกซเรย์ตรวจสอบกระเป๋าผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่งถือเป็นมาตรการที่เข้มงวดของกรมศุลกากร เพื่อควบคุมสินค้าที่ผิดกฎหมายลักลอกนำเข้าประเทศ “การติดตั้งเครื่องเอกซเรย์กระเป๋าเดินทางของนักท่องเที่ยว ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบการช็อปสินค้าของนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ แต่ต้องการตรวจสอบสินค้าที่ผิดกฎหมายหรือสินค้าต้องห้ามนำเข้าประเทศ เช่น ยาเสพติด ซากพืชซากสัตว์ที่ผิดอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส สารเคมีและวัตถุที่มีอันตราย เป็นต้น”

นายกุลิศกล่าวว่า ปัจจุบันการลักลอบขนยาเสพติดจากไทยไปต่างประเทศ และยาเสพติดจากต่างประเทศเข้าไทยมีหลายรูปแบบมาก ทำให้ การตรวจสอบหรือการใช้สายข่าวเพื่อจับกุมผู้กระทำผิดทำได้ยากลำบากมากขึ้น ดังนั้น การมีเครื่องเอกซเรย์จะทำให้งานของกรมศุลกากรง่ายขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่สามารถมองเห็นสิ่งของที่อยู่ในกระเป๋าได้ชัดเจน.

 

Leave a comment