ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 ม.ค. 2560 05:31
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/846698

นายธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า วันที่ 30 ม.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยจะพิจารณาตัดโควตาบุคคลที่นำสลากกินแบ่งรัฐบาลไปขายรวมชุด จนทำให้ราคาสูงเกิน 80 บาท ซึ่งเบื้องต้นมีนับ 100 ราย ทั้งในโควตาของบุคคลธรรมดา และโควตาองค์กรการกุศล พร้อมกันนี้ จะเข้มงวดในการตรวจสอบการขายรวมชุด ทั้งลงโทษขั้นเด็ดขาดในการตัดโควตาตลอดชีวิต และขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) ไม่ให้เป็นคนขายสลากอีกต่อไป จากนั้นจะนำโควตาที่ยึดคืนมาไปขายให้แก่บุคคลทั่วไปผ่านระบบการสั่งซื้อสั่งจองทางตู้เอทีเอ็ม ที่ปัจจุบันนี้มียอดโควตาเพิ่มให้จากเดิม 60,000 คู่ เป็น 90,000 คู่ เพื่อทำให้ระบบเข้าสู่สมดุล
“ปัจจุบัน สลากราคาคู่ละ 80 บาท แต่บางงวดที่มีเลขเด็ด ซึ่งถือว่าเป็นความชอบส่วนบุคคล อาจมีราคาสูงขึ้น เพราะทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมีความตกลงร่วมกัน ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ในส่วนของการรวมชุดสลากแม้ว่าราคาจะเริ่มลดลงแล้ว ก็ถือว่ายังสูงเกินไป จากการที่ผู้ขายมีต้นทุนในการนำไปรวมเข้าชุด ขณะที่สำนักงานฯไม่มีกฎหมายห้ามการรวมชุด และปัจจุบันนี้ สถานการณ์การรวมชุดเริ่มดีขึ้น หลังจากที่สำนักงานสลากฯ เข้มงวดออกตรวจสอบ โดยเห็นระดับการรวม 5 ใบ ขายใบละไม่เกิน 100 บาท จากเดิมที่มีชุดรวม 10-15 ใบ ใบละ 120 บาท แต่ถ้ารวมชุดแล้วยังขายใบละ 80 บาท สำนักงานสลากฯ จะไม่ดำเนินการใดๆ ถือว่าเป็นการซื้อขายปกติ”
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สำนักงานสลากฯได้ตรวจสอบการรวมชุดเพียงงวดเดียว ในงวดวันที่ 30 ธ.ค.59 สามารถจับกุมได้กว่า 100 ราย แต่จากนี้ไปจะเข้มงวด ตรวจสอบการรวมชุดอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของบุคคลธรรมดา จะตัด โควตาตลอดชีวิตทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่ตรวจพบ ส่วนองค์กรการกุศล จะตัดโควตาในส่วนของสมาชิกที่ขายออกก่อน แต่หากตรวจพบผิดครบ 3 ครั้ง จะไม่ต่อสัญญากับองค์กรการกุศลนั้นๆด้วย เพราะในการได้โควตาได้ทำข้อตกลงสัญญาคุณธรรมไว้แล้ว โดยองค์กรการกุศลที่ได้รับโควตาจะต้องดูแลสมาชิกที่นำสลากไปจำหน่าย ให้ทำตามระเบียบของสำนักงานสลากฯด้วย
อย่างไรก็ตาม ในงวดที่ผ่านมา สำนักงานสลากฯ ได้ตรวจสอบการรวมชุดอีกครั้ง ซึ่งยังพบผิดกว่า 100 ราย ถ้าตรวจเข้มงวดอย่างต่อเนื่องทุกเดือน แล้วขึ้นแบล็กลิสต์ นำสลากชุดดังกล่าวมาขายให้บุคคลทั่วไป เชื่อว่าจะทำให้การรวมชุดลดลง และน่าจะทำให้ราคามีเสถียรภาพมากขึ้น ที่สำคัญการนำสลากมาขายเพิ่มให้บุคคลทั่วไปผ่านระบบการจองซื้อ มีแนวโน้มที่จะเพิ่มให้ถึงคนละ 10 ชุดได้ จากปัจจุบันที่ให้เพียง 5 ชุดเท่านั้น ซึ่งทำให้ได้ตัวผู้ขายที่แท้จริงมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็ทำให้ราคามีเสถียรภาพ คาดว่าใน 6 เดือนจะเห็นผล และอนาคตจะทำให้คาดการณ์จำนวนความต้องการที่แท้จริงของสลากในตลาดได้ เพื่อผลิต ให้ตรงกับความต้องการ
ด้านพลตรีฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เพื่อสำรวจภาวะตลาดสลากและการจำหน่ายสลากล่าสุด ประกอบกับข้อมูลพฤติกรรมการขายสลากของผู้จำหน่ายในเชิงสถิติของการซื้อ-จองสลากล่วงหน้าในช่วง 2 รอบที่ผ่านมา พบว่าผู้จำหน่ายสลากรายย่อย ยังต้องการสลากเพื่อนำไปจำหน่ายด้วยตนเองเพิ่มจากที่ได้รับจัดสรรล่วงหน้ารายละ 5 เล่ม
ดังนั้น เพื่อเป็นการนำร่องทดสอบแนวทางในการมอบสลากให้ผู้จำหน่ายรับไปจำหน่ายรายละ 10 เล่ม และตอบสนองความต้องการของผู้จำหน่ายสลากรายย่อย ซึ่งมีอาชีพจำหน่ายสลากให้กับผู้บริโภคโดยตรง สำนักงานสลากฯ จึงได้กำหนดให้ สามารถจองสลากได้อีกรายละ 5 เล่ม ในวันที่ 2 ของการทำรายการจองล่วงหน้า เริ่มตั้งแต่การซื้อ- จองล่วงหน้ารอบนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ สำนักงานฯ ได้เปลี่ยนแปลงวันรับสลากจองจากเดิมเป็นวันที่ 5 และวันที่ 20 เพื่อให้ผู้ทำรายการมีเวลาในการจำหน่ายสลากมากขึ้น จากการปรับเปลี่ยนดังกล่าว ผู้ที่ทำรายการจองสลากงวดวันที่ 16 ก.พ.60 จะสามารถรับสลากจากที่ทำการไปรษณีย์ได้ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.60 เป็นต้นไป.