ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ม.ค. 2560 12:20
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/846188

เมื่อวันที่ 29 ม.ค.60 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้รับการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศว่า ขณะนี้นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้รับการปล่อยตัวจากอัยการของญี่ปุ่นแล้ว เพราะอัยการเห็นว่าคดีนี้ไม่ใช่คดีร้ายแรง เป็นการลักทรัพย์ที่ไม่ได้เตรียมการไว้ก่อนล่วงหน้า อีกทั้งข้าราชการคนดังกล่าวได้ยอมรับผิดและชดใช้ค่าเสียหายให้กับโรงแรมเจ้าของรูปภาพแล้ว
“ล่าสุดกระทรวงฯ ได้รับการติดต่อจากข้าราชการคนดังกล่าว และท่านได้กล่าวยอมรับ และแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งกล่าวขอโทษผู้บังคับบัญชา และเพื่อนข้าราชการ ตลอดจนคนไทยทุกคนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”
อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กระทรวงพาณิชย์ขอขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศ โดยเฉพาะสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ที่ได้เป็นธุระติดต่อประสานงานกับทางการของประเทศญี่ปุ่นตลอดระยะเวลาที่ข้าราชการคนดังกล่าวถูกควบคุมตัวอยู่
นางอภิรดี กล่าวอีกว่า ส่วนการสอบสวนข้อเท็จจริง และสอบวินัยข้าราชการคนดังกล่าวนั้น ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยมีกรรมการจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องครบถ้วน เช่น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักนายกรัฐมนตรี ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ถูกต้อง และได้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดทุกด้าน โดยตั้งเป้าหมายต้ัองตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะเสนอผลการตรวจสอบต่อผู้บังคับบัญชา และจะดำเนินการตามขั้นตอนระเบียบราชการต่อไป
“ในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากมีข้อสงสัยอะไร คณะกรรมการฯ สามารถเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาให้คำปรึกษาหารือได้ เพื่อให้ได้ข้อมูล และผลการตรวจสอบที่ถูกต้อง ตรงไปตรงมามากที่สุด” นางอภิรดีกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่คณะกรรมการอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการคนดังกล่าว มาช่วยงานที่สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ไปพลางก่อน จนกว่าผลการตรวจสอบจะได้ข้อยุติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โทษทางวินัยตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มี 5 สถานคือ ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน และลดเงินเดือน ซึ่งเป็นการกระทำผิดวินัยเล็กน้อย ส่วนความผิดวินัยร้ายแรง มี 2 สถานคือ ปลดออก เป็นการลงโทษให้พ้นจากราชการ โดยได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนผู้นั้นลาออกจากราชการ และไล่ออก เป็นการลงโทษให้พ้นจากราชการโดยไม่ได้รับบำเหน็จบำนาญ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่