รัฐเร่งเครื่องลุยเมกะโปรเจกต์ สคร.เล็งปลดล็อกกฎหมาย “พีพีพี” ปูพรมแดงรับนักลงทุนต่างชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 ม.ค. 2560 08:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/844701


นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เพื่อให้การประมูลในโครงการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือ พีพีพี ที่กระทรวงคมนาคมจะเปิดประมูลในอนาคต มีความน่าสนใจและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนมากขึ้น สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จึงจ้างบริษัทโลแลนด์เบอร์เจอร์เข้ามาศึกษารายละเอียดใน 3 ส่วนหลัก คือ 1.โครงสร้างกฎหมายพีพีพีของไทยแตกต่างจากต่างประเทศอย่างไร 2.โครงสร้างการลงทุนในอดีตมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน รายรับ รายจ่าย และการหาภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการ (โอปะเรเตอร์) เป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมา เอกชนเป็นคนรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเอง รวมถึงต้องนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับต่างประเทศด้วย ที่ผ่านมาบริษัทดังกล่าวแจ้งว่า ได้มีการศึกษาการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอื่นๆ ด้วย เช่น มาเลเซีย จีน และแอฟริกาใต้ 3.ดูรายละเอียดมาตรฐานของสัญญาพีพีพีของโครงการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากกระทรวงมีโครงการพีพีพีมากสุด ทั้งนี้ เพื่อให้โครงการร่วมลงทุนพีพีพี มีความน่าสนใจมากขึ้น

“สาเหตุที่ สคร.ต้องว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษามาศึกษาเพิ่มเติม เพราะการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพูที่ผ่านมา ไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติเลย หลังได้ข้อสรุปขั้นตอนต่อไปจะรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานอื่นๆ ตามแผนยุทธศาสตร์การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการภาครัฐ 56 โครงการ ขณะเดียวกัน จะขอรับฟังความคิดเห็นของสำนักงานกฤษฎีกาและอัยการในกรณีที่มีการแก้ไขสัญญาด้วย รวมทั้งสอบถามปัญหาอุปสรรคการเข้าร่วมลงทุนของภาครัฐ เพื่อนำไปแก้ไขปรับเปลี่ยน เพื่อดึงดูดนักลงทุนเข้ามาร่วมประมูลมากขึ้น”

นายพีระพลกล่าวว่า โครงการลงทุนของกระทรวงฯ ทำตามกฎหมายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐปี 56 แต่เรื่องการประกันรายได้ขั้นต่ำของเอกชน ปัจจุบันกฎหมายไทยยังไม่เปิดช่องให้รัฐอุดหนุนในระยะยาวเหมือนต่างประเทศ ซึ่งบริษัทดังกล่าวต้องไปประเมินสิ่งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศกับโครงการขนาดใหญ่ว่า มีการประกันรายได้ขั้นต่ำเท่าไร แบ่งผลกำไรให้ภาครัฐอย่างไร โดยบริษัทได้แจ้งว่ากำลังศึกษารายละเอียด คาดว่าจะแล้วเสร็จโดยเร็ว และในอนาคตหลังรับฟังความเห็นจากหน่วยงานเกี่ยวข้องแล้ว จะต้องแก้ไขกฎหมายหรือไม่ ต้องรอดูผลการศึกษาก่อน เพราะโครงการลงทุนยังมีอีกหลายโครงการ อย่างไรก็ตาม หากมีการกำหนดเกณฑ์ใหม่จะใช้กับโครงการลงทุนใหม่ที่ยังไม่ได้เปิดประมูล ส่วนที่ประมูลไปแล้วก่อนหน้านี้ ก็ให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป.

 

Leave a comment